โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กระบะส่งของ ไม่สนเสียงไซเรน เลี้ยวตัดหน้า กู้ภัยรีบไปช่วยคนเจ็บ ชนสนั่น สาหัสติดภายใน

Khaosod

อัพเดต 24 ก.ค. 2567 เวลา 15.22 น. • เผยแพร่ 24 ก.ค. 2567 เวลา 12.06 น.

กระบะส่งของ ไม่สนเสียงไซเรน เลี้ยวตัดหน้า กู้ภัยรีบไปช่วยคนเจ็บ ชนสนั่น สาหัสติดภายใน หน้ารถชนอัดก็อปปี๊ เสียหายพังยับ บาดเจ็บ

วันที่ 24 ก.ค.2567 ร.ต.อ.ฤกษ์ วิเชียร รอง สว.(สอบสวน) สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถกู้ภัยสยามรวมใจปู่อินทร์ ที่กำลังจะไปช่วยผู้บาดเจ็บจากเหตุรถชนกันที่หน้า อบต.นางรอง ประสบอุบัติเหตุชนกับรถตู้ทึบขนส่งสินค้า บนถนนสายนางรอง-ลำปลายมาศ บริเวณหน้าร้านซ่อมรถช่างโต้ ทำให้อาสากู้ภัยฯ ได้รับบาดเจ็บสาหัสติดภายในรถ 2 ราย จึงได้ประสานหน่วยกู้ภัยสยามรวมใจปู่อินทร์ และรถฉุกเฉิน รพ.นางรอง ไปตรวจสอบและให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบรถกู้ภัยของสยามรวมใจปู่อินทร์ ในลักษณะด้านหน้าชนอัดก็อปปี๊กับรถยนต์ส่งของ ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ ตู้ทึบส่งของของบริษัทหนึ่ง ได้รับความเสียหายทั้งสองคัน ตรวจสอบภายในรถส่งของตู้ทึบ ไม่มีผู้บาดเจ็บแต่ในรถกู้ภัยฯ มีผู้บาดเจ็บติดภายในรถ 2 ราย เป็นอาสากู้ภัยสยามรวมใจปู่อินทร์นางรอง

ทราบชื่อ คือนางสาวกนกพร ประภาสโนบล อายุ 34 ปี คนขับ ได้รับบาดเจ็บซี่โครงหัก และ น.ส.พาว อายุ 18 ปี คนนั่งข้างขาหัก หน่วยกู้ภัยฯ ได้ใช้เครื่องตัดถ่างงัดช่วยเหลือประมาณ 15 นาที จึงสามารถนำอาสากู้ภัยฯ ทั้งสองที่ติดภายในส่งโรงพยาบาล เพื่อให้แพทย์ช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ สามารถบันทึกภาพได้อย่างชัดเจน โดยรถกู้ภัยฯ ได้วิ่งเปิดสัญญาณไซเรนมาทางตรง แต่พอใกล้ถึงจุดเกิดเหตุรถส่งของซึ่งจอดอยู่หน้าร้านค้าริมถนนก็เลี้ยวตัดหน้าในระยะกระชั้นชิด ทำให้รถกู้ภัยฯพุ่งชนกลางตัวรถส่งของ

สอบถามนางนันทพร หล้ายม อายุ 34 ปี เจ้าของร้านช่างโต้ บอกว่า ตอนแรกได้ยินแค่เสียงชนกันดังสนั่น จึงออกมาดูก็พบว่าเป็นรถกู้ภัยฯ ชนกับรถส่งของ มีผู้บาดเจ็บติดภายใน 2 ราย พอไปเปิดกล้องวงจรปิดดูถึงทราบว่ารถกู้ภัยฯ เขาเปิดสัญญาณไซเรนวิ่งมาทางตรง แล้วรถส่งของซึ่งจอดอยู่ริมถนนก็เลี้ยวตัดหน้าออกไประยะกระชั้นชิด ทำให้พุ่งชนและมีคนเจ็บ

มาทราบภายหลังว่าน้องกู้ภัยฯ ที่บาดเจ็บทั้งสองคนจะไปช่วยคนเจ็บจากอุบัติเหตุอีกเคสหนึ่ง แต่ก็มาประสบอุบัติเหตุบาดเจ็บเสียเองก็สงสาร ซึ่งที่ผ่านมาถนนสายนี้เกิดอุบัติเหตุชนกันบ่อยส่วนใหญ่จะใช้ความเร็ว และประมาท

กระบะส่งของ ไม่สนเสียงไซเรน เลี้ยวตัดหน้า กู้ภัยรีบไปช่วยคนเจ็บ ชนสนั่น สาหัสติดภายใน

กระบะส่งของ ไม่สนเสียงไซเรน เลี้ยวตัดหน้า กู้ภัยรีบไปช่วยคนเจ็บ ชนสนั่น สาหัสติดภายใน

ด้านนายวรบดินทร์ รุ่งโรจน์ชัยกุล หัวหน้ากู้ภัยสยามฯ เล่าว่า รถกู้ภัยฯ คันดังกล่าวจะไปรับผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถเก๋งและรถกระบะชนกันที่หน้า อบต.นางรอง ซึ่งมีคนเจ็บ 3 คน ก่อนหน้านำตัวมาส่ง รพ.แล้ว 2 คนเหลืออีก 1 คน รถคันดังกล่าวกำลังจะวนกลับไปรับเพื่อมาส่ง รพ.นางรอง แต่กลับมาประสบอุบัติเหตุบาดเจ็บเสียเอง

ซึ่งเท่าที่ถามน้องเขาก็เปิดสัญญาณไซเรนตลอดทางที่ปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งรถกระบะคันดังกล่าวจอดอยู่ริมถนน แต่พอรถกู้ภัยฯ วิ่งมาจู่ๆ เขาก็เลี้ยวตัดหน้าในระยะกระชั้นชิด น้องคนขับรถกู้ภัยฯ ก็พยายามเหยียบเบรกแล้วแต่ไม่ทันจึงชนรถกระบะที่ตัดหน้า การทำงานกู้ภัยฯ ค่อนข้างเสี่ยงแต่ที่ผ่านมาก็กำชับให้น้องๆ ทุกคนใช้ความระมัดระวัง และเปิดสัญญาณทุกครั้งที่ออกเหตุ

ทางด้านนายแสง อายุ 22 ปี พนักงานที่นั่งมากับรถกระบะส่งของ เล่าว่า ตนมากับเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายซึ่งเป็นคนขับ ได้มาจอดรถกินข้าวและแวะสอบถามลูกค้าด้วยว่าต้องการสินค้าเพิ่มหรือไม่ พอกินข้าวเสร็จก็ขึ้นรถ โดยพี่ฝ่ายขายเป็นคนขับ ซึ่งพอตนขึ้นรถก็เอนเบาะเตรียมจะนอน

ตัวเองไม่ได้ยินเสียงไซเรน แต่ไม่รู้ว่าพี่คนขับได้ยินหรือไม่ แต่พอเลี้ยวออกไปก็เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว ตนกับพี่คนขับเจ็บเล็กน้อย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ได้ตรวจสอบบันทึกภาพหลักฐานที่เกิดเหตุ พร้อมสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กระบะส่งของ ไม่สนเสียงไซเรน เลี้ยวตัดหน้า กู้ภัยรีบไปช่วยคนเจ็บ ชนสนั่น สาหัสติดภายใน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...