“ดาวโจนส์” ปิดบวก 518 จุด รับคลังสหรัฐฯ เบิ้ลซื้อคืนพันธบัตร 2 เท่า สยบบอนด์ยีลด์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (22 ส.ค. 2569) ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ (21 ส.ค.) โดยดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นกว่า 500 จุด ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดในแดนบวกเช่นกัน หลังความกังวลเกี่ยวกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เริ่มผ่อนคลาย ประกอบกับข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุน
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 53,277.01 จุด เพิ่มขึ้น 517.80 จุด หรือ 0.98% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,674.37 จุด เพิ่มขึ้น 33.21 จุด หรือ 0.43% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,180.46 จุด เพิ่มขึ้น 113.29 จุด หรือ 0.43%
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาตลอดทั้งสัปดาห์ ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 0.85% ดัชนี S&P500 ลดลง 1.43% และดัชนี Nasdaq ลดลง 2.05% โดย S&P500 และ Nasdaq ยุติการปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 3 สัปดาห์ ส่วนดาวโจนส์ปรับตัวลงเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน
ปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อตลาดในสัปดาห์นี้ยังคงเป็นความผันผวนของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เนื่องจากการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมสูงขึ้น และลดความน่าสนใจของการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง
อย่างไรก็ดี ความกังวลเริ่มคลี่คลายลงบางส่วน หลัง สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่า รัฐบาลอาจเพิ่มการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลเพิ่มเติม หลังจากกระทรวงการคลังประกาศเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้
ด้านข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่เปิดเผยในวันศุกร์ช่วยหนุนความเชื่อมั่น โดยภาคบริการขยายตัวแข็งแกร่งที่สุดในรอบเกือบ 2 ปี ส่งผลให้กิจกรรมทางธุรกิจโดยรวมในเดือนสิงหาคมเร่งตัวขึ้น แม้ภาคการผลิตจะขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง
ขณะเดียวกัน UBS Global Wealth Management ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี S&P500 ณ สิ้นปีเป็น 8,100 จุด โดยมองว่าแนวโน้มผลประกอบการและการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนยังแข็งแกร่ง
อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นยังสร้างแรงกดดันต่อตลาดและเพิ่มความกังวลด้านเงินเฟ้อ หลังราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 6 ท่ามกลางความตึงเครียดเกี่ยวกับอิหร่าน โดยตลอดสัปดาห์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้น 6.39% และน้ำมันดิบสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 5.66%
สำหรับหุ้นในดัชนี S&P500 ส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้น นำโดยกลุ่มวัสดุเพิ่มขึ้น 2.2% กลุ่มเฮลท์แคร์เพิ่มขึ้น 1.3% และกลุ่มการเงินเพิ่มขึ้น 1% ส่วนกลุ่มสาธารณูปโภคลดลง 2.3% และกลุ่มพลังงานลดลง 0.2%
หุ้น Ross Stores เพิ่มขึ้น 4.4% หลังบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรทั้งปีและรายงานผลประกอบการรายไตรมาสสูงกว่าตลาดคาด ขณะที่หุ้นที่เกี่ยวข้องกับคริปโทเคอร์เรนซีปรับตัวโดดเด่น โดย Robinhood พุ่ง 13.7%, Coinbase Global เพิ่มขึ้น 8.2% และ Strategy เพิ่มขึ้น 6% ตามราคาบิตคอยน์ที่ปรับขึ้น 6.4% แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม
สำหรับสัปดาห์หน้า นักลงทุนจับตาการรายงานผลประกอบการของ Nvidia บริษัทชั้นนำด้านชิป AI รวมถึง Intuit, Salesforce และ CrowdStrike ตลอดจนการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ให้ความสำคัญ
นอกจากนี้ ตลาดยังจับตาถ้อยแถลงของ เควิน วอร์ช ประธานเฟด ในการประชุมประจำปีที่เมือง Jackson Hole ช่วงปลายสัปดาห์หน้า เพื่อหาสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินและอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ในระยะต่อไป