โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ป้ายหาเสียงแบบญี่ปุ่นที่ไทยอยากทำตาม เป็นได้ถ้ากล้าออกแบบใหม่ทั้งระบบ กกต.เปลี่ยนจากคุมกติกาเป็นออกแบบบอร์ดกลาง อปท. ร่วมดูแลพื้นที่ หากต้องการไปให้ถึงฝัน

THE STATES TIMES

อัพเดต 23 พ.ย. 2568 เวลา 03.19 น. • เผยแพร่ 23 พ.ย. 2568 เวลา 06.45 น. • Hard News Team

ป้ายหาเสียงเป็นระเบียบแบบญี่ปุ่น เป็นได้ หรือแค่ฝัน?
ทุกครั้งที่ถึงฤดูเลือกตั้ง ภาพที่คนไทยคุ้นตาคือเมืองทั้งเมืองถูกปกคลุมไปด้วยป้ายไวนิล เต็มเสาไฟ เต็มทางเท้า เต็มสะพานลอย บางจุดบังทัศนวิสัยจนขับรถลำบาก ทั้งที่ในอีกหลายประเทศ โดยเฉพาะญี่ปุ่น “ป้ายหาเสียง” ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ เรียบร้อย และกลายเป็นโครงสร้างข้อมูลสาธารณะ ให้ประชาชนเดินผ่านแล้วเห็นข้อมูลผู้สมัครครบทุกคนในที่เดียว

คำถามคือ…ป้ายหาเสียงแบบญี่ปุ่น เป็นได้จริงในประเทศไทย หรือเป็นได้แค่ฝัน? และถ้าอยากให้เกิดขึ้นจริง ควรเป็นหน้าที่ของใครที่จะลุกขึ้นมาจัดการเรื่องนี้

ญี่ปุ่นกับป้ายเลือกตั้งที่เป็น “บอร์ดกลาง” ของทุกคน
ที่ญี่ปุ่น ป้ายเลือกตั้งจะถูกจัดให้อยู่ใน “บอร์ดกลาง” (Election Board) ที่เทศบาลหรือเมืองเป็นผู้จัดทำและดูแล ทุกผู้สมัครมีช่องเท่ากัน ขนาดเท่ากัน อยู่ในบอร์ดเดียวกันทั้งหมด ไม่ใช่ใครมีเงินมากก็มีป้ายใหญ่เต็มเมือง ใครมีทุนน้อยก็แทบไม่มีใครเห็น

บอร์ดเหล่านี้ถูกติดตั้งตามจุดสำคัญของเมือง เช่น หน้าโรงเรียน ศาลาว่าการ เขตชุมชน หรือสถานีรถไฟ ประชาชนเดินผ่านก็เห็นข้อมูลผู้สมัครครบทุกเบอร์ในที่เดียว เมืองไม่เละ ไม่รก และ “ข้อมูลการเลือกตั้ง” ถูกจัดวางอย่างเป็นระบบเหมือนป้ายประชาสัมพันธ์สาธารณะมากกว่าป้ายโฆษณาเชิงพาณิชย์

โครงสร้างไทยวันนี้: ป้ายหาเสียงยังเป็น “ของผู้สมัคร”
กฎหมายเลือกตั้งของไทยปัจจุบันมองป้ายหาเสียงเป็น “ทรัพย์สินของผู้สมัครและพรรคการเมือง” คือให้อำนาจผู้สมัครแต่ละรายทำป้ายของตัวเอง ภายใต้กรอบกติกาบางอย่าง เช่น ขนาดป้าย จำนวนป้าย และตำแหน่งที่ติดได้หรือไม่ได้

กกต. ทำหน้าที่หลักคือออกกติกา กำหนดเงื่อนไข และดูว่ามีใครทำผิดหรือไม่ มากกว่ามองตัวเองว่าเป็น “ผู้ออกแบบประสบการณ์ข้อมูลการเลือกตั้ง” ให้กับประชาชน ผลก็คือ เมืองจึงกลายเป็นสนามรบของป้ายแต่ละฝ่าย ใครทุนเยอะก็ป้ายเยอะ ใครทุนบางก็แทบจะหายไปจากสายตา

ตรงนี้คือจุดต่างสำคัญจากญี่ปุ่น เพราะญี่ปุ่นใช้แนวคิดว่า “ป้ายของทุกคนต้องมาอยู่ในโครงสร้างกลางเดียวกัน” เพื่อให้ประชาชนได้เห็นข้อมูลอย่างเท่าเทียม ในขณะที่ไทยยังไม่ยอม “ดึงป้ายออกจากมือผู้สมัคร” มารวมไว้ในโครงสร้างกลางของรัฐ

ถ้าอยากได้ความเป็นระเบียบแบบญี่ปุ่น ต้องตอบคำถาม 3 ข้อ
1. เราจะกล้าเปลี่ยนจาก “ป้ายของใครของมัน” เป็น “ป้ายกลางของทุกคน” ไหม?
วันนี้ผู้สมัครแต่ละคนออกแบบ ทำ และติดป้ายของตัวเอง ถ้าจะไปแบบญี่ปุ่นจริง ๆ ต้องกล้าบอกว่า ขอให้ทุกคนมาอยู่ในบอร์ดกลางที่มาตรฐานเดียวกัน พื้นที่เท่ากัน มุมมองเท่ากัน ซึ่งจะทำให้ “ทุน” มีผลกับเกมนี้น้อยลง และ “เนื้อหา + นโยบาย” มีน้ำหนักมากขึ้น แต่แน่นอนว่าพรรคใหญ่และผู้สมัครทุนหนา อาจไม่ชอบ เพราะเสียเปรียบจากการที่ตัวเองไม่ได้ยึดพื้นที่สายตามากเหมือนเดิม

2. ใครจะเป็นเจ้าภาพลงทุนทำ “โครงสร้างป้ายกลาง”?
ถ้าให้เอกชนทำ ก็เสี่ยงถูกมองว่าเอียงข้าง เลือกให้พื้นที่เฉพาะบางพรรค หรือใช้บอร์ดกลางเป็นช่องทางขายพื้นที่โฆษณาแฝง ถ้าให้รัฐทำ ก็ต้องมีงบประมาณ แผนงาน และการออกแบบที่ดีพอ ไม่ใช่แค่ทำบอร์ดเหล็กเก่า ๆ ที่ไม่มีใครอยากมอง คำถามนี้เกี่ยวข้องกับบทบาทของรัฐบาลท้องถิ่นและ กกต. โดยตรง

3. กกต. จะนิยามบทบาทตัวเองใหม่ได้แค่ไหน?
จาก “ผู้คุมกติกา” ไปสู่ “ผู้ออกแบบระบบข้อมูลเลือกตั้ง” นั่นแปลว่า กกต. ต้องออกแบบมาตรฐานบอร์ดกลาง กำหนดรูปแบบข้อมูลที่ต้องแสดง กำหนดจำนวนบอร์ดขั้นต่ำต่อเขต และกำหนดให้การสื่อสารผ่านบอร์ดเหล่านี้ เป็นหนึ่งในช่องทางหลักของการให้ข้อมูลประชาชน ไม่ใช่แค่เปิดช่องให้ผู้สมัครติดป้ายกันเองอย่างที่เป็นอยู่

แล้วควรเป็น “หน้าที่ใคร” ในการจัดการเรื่องนี้?
1. กกต. – ผู้ออกแบบ “ระบบ” ไม่ใช่แค่ผู้ออกกฎ
ถ้าอยากเห็นป้ายแบบญี่ปุ่นในไทย กกต. คือผู้เล่นหลักที่ต้องปรับบทบาทตัวเองให้ชัดขึ้น จากคนออกกติกาและตรวจสอบ กลายเป็นคนออกแบบ “โครงสร้างป้ายกลาง” ทั่วประเทศ กกต. สามารถกำหนดมาตรฐานบอร์ดกลาง รูปแบบข้อมูลที่ต้องมี และออกระเบียบเฉพาะให้ อปท./เขต ใช้เป็นต้นแบบเดียวกันทั่วประเทศได้

2. อปท. / เทศบาล / อบต. / เขต – เจ้าภาพภาคสนาม
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นคือคนที่รู้พื้นที่ดีที่สุด และพร้อมจะเป็นเจ้าภาพดูแลบอร์ดกลางในทางปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกจุดติดตั้งบอร์ด การดูแลไม่ให้ชำรุดหรือถูกทำลาย และการประสานงานกับผู้สมัครให้ส่งรูปและข้อมูลตามเวลา จากเดิมที่หน้าที่หลักคือ “อนุญาตให้ติดป้ายตรงไหนได้บ้าง” ก็ต้องยกระดับเป็น “ผู้ออกแบบโชว์รูมข้อมูลผู้สมัครในพื้นที่”

3. พรรคการเมืองและผู้สมัคร – เจ้าของเนื้อหาที่ต้องยอมเล่นในสนามที่เท่าเทียม
แม้จะมีบอร์ดกลาง แต่ผู้สมัครก็ยังต้องรับผิดชอบเนื้อหาที่จะสื่อสารผ่านพื้นที่จำกัดและมาตรฐานเดียวกัน นี่คือการเปลี่ยน mindset จากการแข่งกันด้วยขนาดและจำนวนป้าย ไปสู่การแข่งกันด้วยความชัดเจนของข้อมูล ความน่าเชื่อถือ และความคิดสร้างสรรค์ในกรอบที่เท่าเทียมกัน

4. ภาคประชาชน นักออกแบบเมือง และสื่อ – คนจุดประเด็นและออกแบบอนาคตของเมือง
ถ้าไม่มีแรงกดดันจากประชาชน ไม่มีเสียงเรียกร้องจากนักออกแบบเมือง หรือไม่มีสื่อหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาพูด การเปลี่ยนแปลงก็แทบไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลย ภาควิชาสถาปัตย์ นักออกแบบกราฟิก และ Urban Designer สามารถเสนอแบบ “บอร์ดเลือกตั้งมาตรฐานไทย” ที่สวย ทันสมัย และใช้งานได้จริง ในขณะที่สื่อและอินฟลูสามารถช่วยตั้งคำถามว่า “ถึงเวลาหรือยังที่เราจะเลิกปล่อยให้เมืองเละทุกครั้งที่มีเลือกตั้ง?”

ความเป็นระเบียบแบบญี่ปุ่นไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน ถ้าเรายอมออกแบบใหม่ทั้งระบบ
ป้ายหาเสียงแบบญี่ปุ่นไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันสำหรับประเทศไทย แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ ในเมื่อโครงสร้างปัจจุบันยังเอื้อให้ผู้สมัครแต่ละรายมองป้ายเป็นอาวุธแย่งพื้นที่สายตา มากกว่ามองว่าเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างข้อมูลสาธารณะ

ถ้าเราอยากเห็นเมืองที่สะอาดขึ้น การเลือกตั้งที่เป็นระเบียบขึ้น และข้อมูลผู้สมัครที่ถูกจัดวางอย่างเท่าเทียมกันในสายตาประชาชน เราต้องกล้าถามและกล้าผลักดันให้ กกต. รัฐท้องถิ่น พรรคการเมือง และภาคประชาชน ช่วยกันออกแบบ “ระบบใหม่” ของป้ายหาเสียง ไม่ใช่แค่แก้รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ บนป้ายเดิม

สุดท้ายแล้ว ป้ายหาเสียงไม่ได้เป็นแค่ชิ้นผ้าหรือแผ่นไวนิลริมถนน แต่มันสะท้อนว่าเรามองการเลือกตั้งเป็นเพียงสงครามประชาสัมพันธ์ หรือมองว่าเป็นโอกาสในการออกแบบระบบข้อมูลสาธารณะที่เป็นธรรมสำหรับทุกคนกันแน่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...