โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

เจาะลึก “เคล็ดลับปีชง” ด้วยหลักวิศวกรรม

GM Live

อัพเดต 16 ธ.ค. 2568 เวลา 14.29 น. • เผยแพร่ 16 ธ.ค. 2568 เวลา 07.29 น. • เว็บไซต์ว่าด้วยเรื่องราวของผู้ชาย เทรนด์ บทสัมภาษณ์ บทวิเคราะห์ธุรกิจ รถยนต์ Gadget สุขภาพ อัพเดทก่อนใคร

เมื่อดวงดาวคือก้อนพลังงาน และโชคชะตาคือคลื่นแม่เหล็ก

พบกับผม ปรัชญา รมหุตติฤกษ์ หรือปรัชญาเปิดฟ้า อดีตวิศวกรเคมีและนักบริหารการเงิน ผู้ผันตัวมาเป็นนักวิเคราะห์ชัยภูมิ ด้วยการนำหลักการวิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์มาไขความลับของศาสตร์ฮวงจุ้ยและดวงดาว กันอีกแล้วนะครับ โดยบทความที่ผมจะนำเสนอให้กับผู้อ่าน GM Live ในครั้งนี้ เป็นเรื่องที่อยู่ในกระแสที่หลายท่านให้ความสนใจ เป็นการ เจาะลึก “เคล็ดลับปีชง" ด้วยหลักวิศวกรรม เมื่อดวงดาวคือก้อนพลังงาน และโชคชะตาคือคลื่นแม่เหล็กกันครับ

“ในมุมมองของอดีต วิศวกรเคมี อย่างผม ที่ถูกฝึกมาให้เชื่อในสิ่งที่พิสูจน์ได้ มีที่มาที่ไป และมีตรรกะรองรับ ดังนั้นเมื่อพูดถึง 'ปีชง' ผมจึงไม่ได้มองเห็น 'เคราะห์กรรม' หรือ 'ภูตผี' แต่ผมมองเห็น 'กลศาสตร์ของพลังงาน' หรือMechanics of Energy และผมเห็นแรงดึงดูดของดาวพฤหัสบดี รวมทั้งปฏิกิริยาของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งเป็นเรื่องเดียวกับวิทยาศาสตร์ที่เราเรียนกันมา”

และทั้งหมดของประโยคข้างต้นคือสิ่งที่ผมมักจะตอบเสมอ เมื่อมีคนถามว่า "คนรุ่นใหม่ยังเชื่อเรื่องปีชงอยู่อีกหรือ?"

วันนี้ในฐานะ "ปรัชญาเปิดฟ้า" ผมขออาสาถอดรหัสความเชื่อโบราณนี้ ออกมาเป็นสมการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อพิสูจน์ว่าทำไมดวงดาวถึงมีอิทธิพลต่อชีวิตเรามากมายนัก

1. ความลับของ "เจ้ายักษ์" แห่งระบบสุริยะ (The Giant Variable)

หากเปรียบระบบสุริยะเป็นห้องทดลองเคมีขนาดใหญ่ ตัวแปรที่ทรงอิทธิพลที่สุดรองจากดวงอาทิตย์ก็คือ "ดาวพฤหัสบดี" (Jupiter) ครับ

ในทางดาราศาสตร์ ดาวเคราะห์ยักษ์ดวงนี้มีมวลมหาศาลและมี สนามแม่เหล็ก (Magnetic Field) ที่ทรงพลังที่สุดในบริวารทั้งหมด แรงดึงดูดและคลื่นรังสีที่แผ่ออกมาจากดาวดวงนี้ ส่งผลกระทบต่อโลกและสิ่งมีชีวิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เปรียบเสมือน "เสาสัญญาณขนาดยักษ์" ที่คอยส่งคลื่นพลังงานมายังโลกตลอดเวลา ไม่ว่าจะมองเห็นหรือไม่ก็ตาม

2. วงโคจร 11.86 ปี : ที่มาของ 12 นักษัตร

หลายคนสงสัยว่า ทำไมต้องมี 12 นักษัตร? ตัวเลขนี้ไม่ได้มาจากการสุ่มหรือนิมิตของใคร แต่มาจากการคำนวณคาบการโคจรของดาวพฤหัสฯ รอบดวงอาทิตย์ ซึ่งใช้เวลาจริงประมาณ 11.86 ปี

ต้องยอมรับนะครับว่าบรรพบุรุษของเราฉลาดล้ำลึกมาก ท่านปัดเศษเป็น 12 ปี และแบ่งท้องฟ้าออกเป็น 12 ช่อง (Sectors) เพื่อระบุตำแหน่งพิกัดของดาวพฤหัสฯ ในแต่ละปี นี่คือการบันทึก "สถิติดวงดาว" ทางดาราศาสตร์ที่แม่นยำ ก่อนจะถูกแปลงเป็นรูปสัตว์ต่างๆ เพื่อให้คนทั่วไปจดจำได้ง่ายขึ้น

3. รหัสพลังงานแรกเกิด (Birth Energy Signature)

ลองจินตนาการว่าร่างกายมนุษย์เปรียบเสมือน "แบตเตอรี่" ที่มีความถี่เฉพาะตัวนะครับ วินาทีที่คุณเกิด ตำแหน่งของดาวพฤหัสบดีที่โคจรอยู่บนท้องฟ้า ณ ขณะนั้น เช่น อยู่ทิศเหนือ ทิศใต้ ฯลฯ จะทำการ "ประทับรหัสพลังงาน" หรือคลื่นแม่เหล็กเฉพาะทิศนั้นลงในตัวคุณ เป็นเหมือน พลังงานตั้งต้น (Base Energy) ที่ติดตัวคุณมาตลอดชีวิต

ผมขอยกตัวอย่างเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น หากคุณเกิดปีชวด ดาวพฤหัสฯ โคจรอยู่ทิศเหนือ คุณจะได้รับพลังงาน "ธาตุน้ำ" มาเป็นรหัสประจำตัว เปรียบเสมือนคุณมีสสารที่มีคุณสมบัติเย็นและไหลลื่นอยู่ในตัวนั้นเอง

4. ปีชง = สภาวะการปะทะของคลื่นพลังงาน (Energy Clash)

แล้ว "ปีชง" เกิดขึ้นตอนไหนในทางฟิสิกส์?

คำตอบคือ… เกิดขึ้นเมื่อดาวพฤหัสบดี โคจรมาอยู่ในตำแหน่ง "ฝั่งตรงข้าม" (Opposition) กับจุดที่คุณเกิด หรือทำมุม 180 องศา พอดีครับ

เมื่อดาวพฤหัสฯ ย้ายไปอยู่ฝั่งตรงข้าม กระแสพลังงานมหาศาลที่ส่งออกมา จะพุ่งสวนทาง (Counter-flow) เข้าปะทะกับรหัสพลังงานในตัวคุณอย่างจัง เปรียบเหมือนคุณกำลังเดินฝ่า "อุโมงค์ลม" ที่พัดสวนทางมาอย่างรุนแรง หรือเหมือนแม่เหล็กขั้วต่างกันที่ถูกจับมาชนกันจนเกิดแรงผลักดันมหาศาล สภาวะนี้เองที่เราเรียกว่า "ชง"

5. กรณีศึกษา: ปี พ.. 2569 = ไฟปะทะน้ำ

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ลองดูเคสของปี พ.ศ. 2569 ที่จะถึงนี้ครับ ซึ่งดาวพฤหัสฯ จะโคจรเข้าสู่ "ปีมะเมีย" (ทิศใต้/ธาตุไฟ) ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับ "ปีชวด" (ทิศเหนือ/ธาตุน้ำ) แบบ 180 องศา

พลังงานความร้อนแรงของธาตุไฟจากดาวพฤหัสฯ จะยิงตรงเข้าปะทะกับชาวปีชวด (ธาตุน้ำ) ทำให้เกิดปฏิกิริยา "น้ำปะทะไฟ" (Thermal Shock) ชาวปีชวดจึงอาจรู้สึกปั่นป่วน วุ่นวายทางอารมณ์ หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงฉับพลัน เพราะกำลังยืนอยู่ท่ามกลางกระแสพลังงานที่เชี่ยวกรากนั่นเอง

6. "ร่วมชง" คือแรงเหวี่ยงจากจุดปะทะ (Shockwaves)

ในทางวิศวกรรม เมื่อเกิดการชนหรือการปะทะ ย่อมเกิด "แรงสั่นสะเทือน" (Shockwaves) กระจายออกไปรอบข้างเสมอ

ปีชงก็เช่นกันครับ ไม่ได้มีแค่คู่กรณีโดยตรงเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ แต่ปีนักษัตรที่อยู่ในมุมฉาก เช่น ปีเถาะ, ปีระกา หรือเพื่อนบ้านใกล้เคียงอย่างปีฉลูก็จะได้รับแรงเหวี่ยงของสนามแม่เหล็กนี้ไปด้วย ซึ่งในทางโหราศาสตร์เราเรียกกันว่า "ปีร่วมชง" นั่นเอง

7. ทางออก: ปรับจูนคลื่น ไม่ใช่งมงาย (Scientific Solution)

เมื่อถอดรหัสได้แล้วว่า ปีชงคือปรากฏการณ์ทาง "ฟิสิกส์ของดวงดาว" ก็ไม่จำเป็นต้องกลัวหรือทำพิธีสะเดาะเคราะห์แบบไร้เหตุผล แต่ต้องรับมืออย่างถูกวิธีด้วยการ "จูนคลื่น" (Tuning) ครับ ซึ่งถ้าจะให้ผมแนะนำก็คงต้องเริ่มจาก

จูนสติ (Mindfulness) : เมื่อรู้ว่าคลื่นลมแรง การมีสติคือการสร้าง "เกราะป้องกัน" ทางจิตใจ ไม่ให้หวั่นไหวไปกับกระแสพลังงานที่เข้ามากระทบ

ไม่ประมาท (Risk Management) : เปรียบเหมือนวิศวกรที่รู้ว่าพายุจะเข้า ก็ต้องคำนวณโครงสร้างให้แข็งแรงขึ้น ไม่เอาเรือเล็กออกจากฝั่ง ชะลอการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง

ทำบุญ (Positive Vibration) : การทำความดีและการให้ทาน ในทางพลังงานคือการช่วยปรับระดับ คลื่นความถี่ (Frequency) ของจิตใจให้สูงขึ้นและละเอียดขึ้น เพื่อลดทอนความรุนแรงของพลังงานด้านลบที่เข้ามาปะทะ

สรุปง่ายๆ คือ "ปีชง" ไม่ใช่เรื่องของโชคลาง แต่เป็นช่วงเวลาที่ธรรมชาติส่งสัญญาณเตือนให้เรา "ระวังการเปลี่ยนแปลงของกระแสพลังงาน"

หากใช้ชีวิตด้วยความเข้าใจวิทยาศาสตร์ มีตรรกะ และไม่ประมาท ไม่ว่าดาวพฤหัสฯ จะหมุนไปท่าไหน… ก็สามารถกำหนดทิศทางชีวิตของตัวเองได้ครับ

เรื่อง : ปรัชญาเปิดฟ้า (นักวิเคราะห์และที่ปรึกษาฮวงจุ้ย)

(นิ้ง-ปรัชญา รมหุตติฤกษ์ - นักวิเคราะห์ชัยภูมิ, อดีตวิศวกรเคมี และ MBA)

www.gurufengshui.com / FB Page: GuruFengShui และ ฮวงจุ้ยดีบ้านเด่นกับอาจารย์ปรัชญาเปิดฟ้า

Tiktok: ซินแสปรัชญาเปิดฟ้า , LINE OA: @Gurufengshui

ภาพหน้าเปิด : WikiImagesจากPixabay

ภาพประกอบ: MichaelจากPixabay

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...