โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ถึงเวลาแก้วิกฤตซ้ำซาก "เมื่อ 'กรุงเทพของภาคใต้' จมน้ำ น้ำท่วมหาดใหญ่ไม่แค่ภัยพิบัติรายปี แต่คือวิกฤตเศรษฐกิจมูลค่านับแสนล้าน สั่นคลอนการค้าชายแดนและโลจิสติกส์ภาคใต้

THE STATES TIMES

อัพเดต 27 พ.ย. 2568 เวลา 03.47 น. • เผยแพร่ 27 พ.ย. 2568 เวลา 03.44 น. • THE STATES TIMES TEAM

หาดใหญ่ท่วม = สะเทือนเศรษฐกิจระดับ “หนึ่งจังหวัดใหญ่” ของทั้งภาคใต้

เวลาข่าวขึ้นว่า “น้ำท่วมหาดใหญ่” คนกรุงเทพฯ มักนึกถึงภาพเมืองท่องเที่ยวใต้น้ำ ร้านดังจม ศูนย์การค้าปิด แต่สำหรับคนทำธุรกิจ–ขนส่ง–ค้าชายแดน น้ำที่ท่วมหาดใหญ่ไม่ได้ท่วมแค่ “เมืองหนึ่งเมือง” แต่มันคือการสั่นสะเทือนหัวใจเศรษฐกิจระดับ “กรุงเทพของภาคใต้” ทั้งดวง

1. หาดใหญ่: เมืองเดียว แบกเศรษฐกิจทั้งจังหวัด

ถ้าดูตัวเลข “ทั้งจังหวัดสงขลา” ก่อน จะเห็นภาพชัดขึ้น
ปี 2565 ขนาดเศรษฐกิจของจังหวัดสงขลา (GPP) อยู่ราว ๆ 254,368 ล้านบาทต่อปี

ในเอกสารของหน่วยงานรัฐและงานวิชาการหลายชิ้น ระบุชัดว่า ศูนย์กลางเศรษฐกิจของจังหวัดสงขลาไม่ใช่ “ตัวจังหวัดสงขลา” แต่คือ “เมืองหาดใหญ่” ที่เป็นทั้งเมืองการค้า ศูนย์กลางคมนาคม ศูนย์กลางการแพทย์ และเมืองการศึกษาที่ใหญ่ที่สุดของภาคใต้

พูดง่าย ๆ คือ เงินส่วนใหญ่ที่ทำให้ตัวเลข 2.5 แสนล้านบาทของสงขลา “ขยับขึ้น” มันหมุนอยู่ในโซนหาดใหญ่เป็นหลัก

หาดใหญ่จึงไม่ใช่แค่เมืองท่องเที่ยว แต่คือ “เครื่องจักรทำเงิน” ให้กับทั้งจังหวัด และเชื่อมต่อเศรษฐกิจกับมาเลเซีย-ชายแดนใต้ ผ่านการค้าชายแดน ด่านสะเดา-ปาดังเบซาร์ สนามบินนานาชาติ และโครงข่ายรถไฟ-ถนนสายหลักของภาคใต้

2. ถ้าเทียบขนาดเศรษฐกิจ: หาดใหญ่ (สงขลา) vs จังหวัด “เพื่อนบ้านใหญ่” อย่างนครศรีฯ

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นว่าหาดใหญ่ “ใหญ่แค่ไหน” ในภาคใต้ ลองเทียบทั้งจังหวัดสงขลา กับจังหวัดใหญ่ที่ใกล้เคียงสุดด้านเศรษฐกิจ คือ นครศรีธรรมราช

สงขลา (ปี 2565): GPP ≈ 254,368 ล้านบาท

นครศรีธรรมราช (ปี 2566): GPP ≈ 194,669 ล้านบาท

หยิบมาเทียบกันตรง ๆ จะได้ประมาณว่า เศรษฐกิจทั้งจังหวัดสงขลา “ใหญ่กว่านครศรีธรรมราชทั้งจังหวัด” ราว 1.3 เท่า

และในเมื่อ “ตัวเร่งหลักของสงขลา” คือ หาดใหญ่ เวลาน้ำท่วมหาดใหญ่ครั้งใหญ่ มันจึงใกล้เคียงกับภาพประมาณว่า “เมืองเดียวสะดุด = เศรษฐกิจทั้งจังหวัดที่ใหญ่กว่าจังหวัดเพื่อนบ้านทั้งจังหวัด สะดุดตามไปด้วย”

ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เลยสำหรับโครงสร้างเศรษฐกิจภาคใต้

3. เมืองที่ไม่เคยหลับ: ทำไมหาดใหญ่ถูกเรียกว่า “กรุงเทพของภาคใต้”

คำว่า “กรุงเทพของภาคใต้” ไม่ได้เป็นแค่คำเปรียบเทียบเล่น ๆ แต่เป็นภาพจริงที่เห็นได้จากโครงสร้างเศรษฐกิจของเมืองนี้: เมืองการค้า-ค้าส่ง-ค้าปลีก: ศูนย์การค้า ตลาดกิมหยง ย่านการค้าถนนเสน่หานุสรณ์-ศรีภูวนารถ-ปุณณกันฑ์ ค้าส่งสินค้าไปทั้งภาคใต้ตอนล่าง และต่อไปถึงฝั่งมาเลเซีย

ศูนย์กลางการแพทย์และการศึกษา: โรงพยาบาลใหญ่ทั้งรัฐ-เอกชน มหาวิทยาลัยระดับภูมิภาค โรงเรียนชื่อดัง-โรงเรียนกวดวิชา ดึงกำลังซื้อจากทั้งชายแดนใต้ พัทลุง นราธิวาส ปัตตานี ยะลา ขึ้นมารักษา/เรียนที่นี่

ชุมทางคมนาคม-การท่องเที่ยวข้ามแดน: จุดเชื่อมรถไฟ รถทัวร์ สนามบินหาดใหญ่ เป็นหลักไมล์สำคัญของนักท่องเที่ยวมาเลเซีย-สิงคโปร์ที่ขับรถเข้ามาเที่ยวไทย

เวลาเมืองแบบนี้ “ล้มทั้งระบบ” เพราะน้ำท่วม สิ่งที่สะเทือนตามมาไม่ใช่แค่ร้านอาหาร ร้านชาบู หรือห้างหนึ่งห้าง แต่คือการหยุดชะงักของการไหลของคนไข้ การเรียน-การสอบ การขนสินค้า และเงินท่องเที่ยวจากต่างชาติที่เลือกพักหาดใหญ่เป็น base

4. น้ำท่วมหาดใหญ่ = ความเสี่ยงเชิงระบบ ไม่ใช่แค่ความเดือดร้อนชั่วคราว

ถ้ามองในมุมเศรษฐกิจมหภาค น้ำท่วมหาดใหญ่จึงไม่ใช่แค่ข่าวภัยพิบัติประจำฤดูฝน แต่คือ “stress test” ของโครงสร้างเศรษฐกิจไทยใน 4 มิติ:

1) ความเปราะบางของเมืองศูนย์กลาง (Hub Vulnerability): เราปล่อยให้เศรษฐกิจภาคใต้ตอนล่างผูกอยู่กับ “เมืองเดียว” มากเกินไปหรือไม่ เมืองนี้มีระบบป้องกันน้ำท่วม-บริหารความเสี่ยงสมฐานะของมันแล้วจริงหรือยัง

2) ผลกระทบลูกโซ่ข้ามจังหวัด: เมื่อหาดใหญ่สะดุด สินค้าที่จะไปถึง พัทลุง สงขลาอื่น ๆ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ก็สะดุดตาม การไหลของคนไข้ นักท่องเที่ยว ชาวมาเลเซียที่เข้าเมือง ก็ชะลอตัว

3) ความพร้อมในการ “กลับมาตั้งหลักเร็ว”: เมืองระดับนี้ควรมีแผนฟื้นตัวเร็วแค่ไหน? รัฐ–เอกชน–ท้องถิ่นมีแพ็กเกจช่วยผู้ประกอบการรายย่อย-ค้าปลีก-โลจิสติกส์ เหมือนเวลาเราพูดถึง “ช่วยห้างใหญ่ในกรุงเทพฯ” หรือเปล่า

4) การวางแผนระยะยาวในฐานะเมืองเศรษฐกิจภาคใต้: เมื่อรัฐกำลังวางแผน SEC / IMT-GT / มอเตอร์เวย์หาดใหญ่-สะเดา / แลนด์บริดจ์ ฯลฯ แต่ถ้าตัวเมืองหาดใหญ่เองยัง “จมน้ำง่าย” แบบนี้ ต่อให้โครงสร้างพื้นฐานครบแค่ไหน นักลงทุนก็ถามหาความเสี่ยงก่อนเหมือนกัน

5. ทำไมเราควรพูดถึง “น้ำท่วมหาดใหญ่” ในฐานะเรื่องเศรษฐกิจ ไม่ใช่แค่เรื่องสงสารคนใต้

เวลาภัยพิบัติเกิดขึ้น เรามักมองในมุม “ความเดือดร้อนประชาชน” เป็นหลัก ซึ่งถูกต้องและจำเป็น แต่สำหรับเมืองระดับหาดใหญ่

เราควรยกระดับคำถามขึ้นไปอีกขั้นว่า: แผนน้ำท่วม-ระบายน้ำ-ผังเมืองของหาดใหญ่ “สมฐานะเศรษฐกิจ” หรือยัง เมืองที่แบก GPP ระดับสองแสนกว่าล้านบาทของจังหวัด ควรมีระบบจัดการน้ำที่คิดไกลกว่าระดับ “รอประกาศสีธงเขียว-แดง” แค่ไม่กี่วันก่อนมวลน้ำมา

รัฐบาลกลางมองหาดใหญ่ในฐานะ “โครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจ” ของประเทศหรือยัง ถ้าเรากล้าทุ่มเงินแสนล้านกับรถไฟฟ้า-ทางด่วน-แลนด์บริดจ์ การลงทุนป้องกันเมืองเศรษฐกิจภาคใต้จากน้ำท่วมซ้ำซาก ก็ควรอยู่ในระดับ “เมกะโปรเจกต์ด้านความมั่นคงเศรษฐกิจ” ไม่ใช่แค่โครงการชลประทานปกติ

เมื่อเศรษฐกิจสงขลาใหญ่กว่านครศรีธรรมราชทั้งจังหวัด น้ำท่วมหาดใหญ่จึงไม่ได้กระทบแค่คนสงขลา การปล่อยให้ศูนย์กลางแบบนี้จมน้ำซ้ำ ๆ คือความเสี่ยงต่อทั้งห่วงโซ่เศรษฐกิจของภาคใต้.

6. บทสรุป: จาก “เมืองหนึ่งที่ท่วม” สู่ “ศูนย์กลางเศรษฐกิจที่เราต้องปกป้อง”

หาดใหญ่ในวันนี้ ไม่ใช่แค่เมืองในข่าวน้ำท่วม แต่คือเมืองที่ทำให้จังหวัดสงขลามีเศรษฐกิจใหญ่กว่าจังหวัดใหญ่ ๆ ข้างเคียงอย่างนครศรีธรรมราชทั้งจังหวัด เป็นศูนย์กลางการค้า-แพทย์-การศึกษา-คมนาคมของทั้งภาคใต้ตอนล่าง และเป็นหน้าตาของไทยในสายตานักท่องเที่ยวมาเลเซีย-สิงคโปร์จำนวนมหาศาลทุกปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...