ระบบฮาเร็มในวันสิ้นโลก The Apocalyptic Harem System.
ข้อมูลเบื้องต้น
ระบบฮาเร็มในวันสิ้นโลก The Apocalyptic Harem System.
ปกชั่วคราว ออกแบบโดย Patcha (Canva)
ในปี พ.ศ 2595 โลกกำลังเข้าสู่วันสิ้นโลกอย่างไม่มีใครทันได้ตั้งตัว เมื่อเกิดมีการระบาดของเชื้อไวรัสไม่ทราบที่มา ทำให้ผู้ติดเชื้อไวรัสดังกล่าว สามารถตายได้ภายในเวลาเพียงสิบวินาที แต่ก็มีผู้ที่ติดเชื้อบางรายที่ไม่ตายในเวลาดังกล่าว
ทว่าคนเหล่านั้นก็จะมีการเปลี่ยนแปลงไปทางกายภาพ และค่อยๆ ละทิ้งความรู้สึกนึกคิดของการเป็นมนุษย์ไป ไร้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีและทำตามสัญชาตญาณดิบอย่างเดียวเท่านั้น
พูดอีกอย่างก็คือ…เมื่อติดเชื้อไม่ตายก็ต้องกลายไปเป็นบางสิ่ง ที่ไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไป
น้ำมนต์ หญิงสาววัยสามสิบปีผู้แสนธรรมดาสามัญ กำลังตกงาน และกำลังจะอดตาย เพราะเงินในคีย์การ์ดของเธอกำลังจะหมดลง ในขณะที่มองไม่เห็นอนาคตของตัวเอง โลกของเธอก็กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ขณะที่เธอกำลังสิ้นหวัง ก็เกิดเหตุต้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอดจากผู้ติดเชื้อที่กำลังคลุ้มคลั่งซึ่งได้หลบหนีออกจากสถานที่กักตัว
เธอผู้อยู่ผิดที่ผิดทางอย่างพอดี ก็โดนผู้ติดเชื้อทำร้าย ในช่วงความเป็นความตายน้ำมนต์ก็ได้รับ “ระบบฮาเร็ม” เข้ามาช่วยชีวิตได้พอดี
คำเตือน: นิยายแนวฮาเร็ม มีพระเอกมากกว่า1คน
**ไรท์ อัปช้า อัปหลายเรื่อง อัปยามว่าง คิดก่อนจะกดติดตามนะคะ
(กรณี E-book ไรท์ไม่ได้วางแผนจะทำ คงต้องรอจบหรือดูผลตอบรับก่อน หากยอดคนสนใจน้อยเกินไรท์อาจไม่ทำนะคะ)
เปิดเรื่อง เมษายน 2566
ตัวละครหลัก
น้ำมนต์
ระบบฮาเร็ม001 เซโร่วัน
บรีด'เดอะ (ระบุตัวตนแล้ว)
NO.1 ลูคัส / มนุษย์กลายพันธ์ุหมาป่า / กรงเล็บทมิฬ / พละกำลังมหาศาล / รวดเร็ว
NO.2 เอเดน / พลังสายฟ้า / เทเลพอร์ต
NO.3 ไซรัส/เทเลไคเนซิส สร้างมิติทับซ้อนควบคุมสิ่งของและสัตว์กลายพันธ์ในมิติได้
NO.4 ไมก้า พี่ชายไมโล / ชายหนุ่มผู้เสพสมกามาเพื่อการดำรงชีวิตอยู่
ตัวละครอื่น ???
เคิร์ล สัตว์เลี้ยงของไซรัส
ไมโล น้องชายไมก้า
บาทหลวง มิกูเอล
มาร์ติน น้องชายบุญธรรมน้ำมนต์
มะลิ น้องสาวบุญธรรมของน้ำมนต์
นราธิป (อดีตพี่ชายข้างบ้านของน้ำมนต์)
รีไรท์ กรกฎาคม 2566 **เนื่องจากมีการปรับเนื้อหานิยายใหม่ ใครเคยอ่าน ให้อ่านใหม่เพื่อความเข้าใจที่ตรงกันนะคะ
**เพิ่มรายละเอียดตัวละครเพิ่มเติม 28/11/2566
บทนำ (รีไรท์)
บทนำ
ครืดดดด…
กรี๊ด!
ตุบ!
“ชะ…ช่วยด้วย”
“ตรวจพบโฮสต์ผู้เข้ากัน…ระบบเข้าแทรกแซง….ทำการซ่อมแซ่มร่างกาย….เริ่มระบบ…นับถอยหลัง10…9…8…7…6…5…4…3…2…1”
ในปี พ.ศ 2595 ประเทศและทั่วโลกต่างพบกับภัยพิบัติร้ายแรงกว่าครั้งไหนๆ ทุกอย่างมันเริ่มต้นตั้งแต่ปี พ.ศ 2563 ได้มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสระบาดอย่างรุนแรง ผู้คนล้มตายกันเป็นพัน เป็นหมื่น และเป็นล้านคนในเวลาเพียงแค่สามปี ต่างเรียกขานกันว่าไวรัสT
ทุกอย่างเริ่มจากหมู่เกาะเล็กๆ ทางตอนใต้ของประเทศหนึ่ง แล้วลุกลามไปยังอีกหลายๆ ประเทศ อาการเริ่มแรกผู้ติดเชื้อจะมีไข้อ่อนๆ ผิวหนังจะค่อยๆ แห้งราวกับคนขาดน้ำ จนถึงขั้นมีอาการขาดน้ำจนสิ้นใจตาย แต่เมื่อเจอความหนาวเย็นอาการดังกล่าวก็จะทุเลาลง บางรายที่ติดเชื้อก็อาการดีขึ้น
ทุกคนต่างคิดว่านั้นคือโอกาสในการหาทางรักษาโรคระบาด แต่ทว่ามันคือช่วงฟักตัวเพื่อกลายพันธุ์เป็นไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ที่สามารถอยู่ได้ในทุกภูมิอากาศยิ่งเป็นอากาศร้อนยิ่งทำให้เชื้อไวรัสแข็งแกร่งขึ้นกว่าปกติเป็นเท่าตัว
นานาประเทศต่างเห็นถึงปัญหาของวิกฤตในครั้งนี้ จึงร่วมมือกันพัฒนาวัคซีนT หลังจากนั้นอีกหกปีให้หลัง การพัฒนาวัคซีนTก็เป็นผลสำเร็จ ผู้ติดเชื้อรายแรกที่ได้รับการรักษา คือ เจ้าหน้าที่ทหารในสถานกักกันตัวในประเทศมหาอำนาจ และผลที่ออกมาก็เป็นที่น่ายินดีกับทุกฝ่าย เมื่ออาการของผู้ติดเชื้อค่อยๆ ดีขึ้น นั้นจึงส่งผลให้มีการประกาศอนุมัติใช้วัคซีนTรักษาผู้ติดเชื้อไปทั่วโลก
หลังจากนั้นภายในเวลาไม่เกินหนึ่งปี ทุกอย่างเหมือนจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ยังไม่มีใครเห็นถึงอันตรายที่แฝงอยู่ภายในวัคซีนTที่ฉีดเข้าร่างกาย
โลกเริ่มหมุนอีกครั้ง เหตุการณ์โรคระบาดในครั้งนี้ทำให้เกิดสภาวะโลกถูกแช่แข็ง ทรัพยากร และประชากรลดน้อยลงเป็นจำนวนมากเด็กทารกเกิดต่ำลง จากวิกฤตโรคระบาดก่อนหน้านี้ได้คร่าชีวิตผู้คนไปเป็นจำนวนมาก ผู้เหลือรอดชีวิตจึงมีจำนวนน้อยการการเกิดยิ่งย่ำแย่ จึงสร้างความกังวลว่ามนุษย์อาจจะสูญพันธุ์ในอีกไม่กี่ร้อยปีข้างหน้า
เมื่อนักวิจัยกลุ่มแรกค้นพบว่า วัคซีนที่ฉีดเข้าร่างกายนั้นทำให้ผู้คนมีโอกาสเป็นหมัน หรือโอกาสมีบุตรยากขึ้น การพัฒนาวัคซีนเพื่อแก้ปัญหาในครั้งนั้นจึงถูกต่อยอดกลายมาเป็นวัคซีนT90ในปี พ.ศ 2590
ณ ห้องหัวหน้างาน ศูนย์วิจัยไวรัสT ประเทศT ปี พ.ศ 2590
“คุณทำแบบนั้นไม่ได้นะคะศาสตราจารย์”
หญิงสาวในชุดกาวสีขาว กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงกังวล
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณ!”
ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ภายใต้ชุดกาวสีขาว ผู้ที่ถูกเรียกว่าศาสตราจารย์ กล่าวตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงข่มขู่
“จะไม่เกี่ยวได้ยังไงกัน ฉันก็เป็นคนที่ช่วยสร้างวัคซีนT90ด้วยเช่นกัน”
“คุณเป็นแค่ผู้ช่วยเท่านั้น เรื่องนี้ถือว่าคำพูดผมชี้ขาดทุกเรื่อง”
ชายหนุ่มตอบกลับทันที ก่อนจะคว้าเอกสารที่ถูกปาลงบนโต๊ะทำงานด้วยฝีมือผู้ช่วยสาวออกไปอย่างไม่ใส่ใจ
“ทั้งๆ ที่คุณก็รู้ว่ามันจะส่งผลต่อผู้รับวัคซีนมากแค่ไหน คุณก็ยังอนุมัติให้มันผ่านออกไปให้ประชาชนใช้…คุณมันเห็นแก่ตัว ฉันจะแฉเรื่องพวกนี้ทั้งหมด…ถ้าคุณไม่หยุด ฉันจะเป็นคนหยุดเรื่องนี้เอง!” หญิงสาวผู้ช่วย กล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
ศาสตราจารย์หนุ่ม จ้องมองหญิงสาวผู้เป็นผู้ช่วยของตนเองด้วยดวงตาที่เรียบเฉย สายตาคมมองหน้าของหญิงสาวตรงหน้าอย่างเย็นชา ก่อนจะแสยะยิ้มออกมาช้าๆ
ชายหนุ่มลุกขึ้นจากเก้าอี้ ใช้จังหวะที่คนตรงหน้าไม่ทันได้ตั้งตัว ก็กระชากร่างของผู้ช่วยสาวเข้าหาตัวเอง เข็มฉีดยาที่ถูกซ่อนไว้ใต้โต๊ะตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบได้ก็ถูกยกขึ้นสูง ก่อนที่หญิงสาวจะทันได้รู้ตัวเสียงกรีดร้องใดยังไม่ทันได้เปล่งออกมา สิ่งที่อยู่ในเข็มนั้นก็ถูกทิ่มแทงแล้ววิ่งสู่กระแสเลือดของผู้ช่วยสาวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ผู้ช่วยสาวเบิกตาโตอย่างคาดไม่ถึง หล่อนไม่คิดว่าชายหนุ่มผู้ที่ตนเองเคยมองว่าแสนอ่อนโยนผู้นี้ จะเลือดเย็นถึงขั้นฆ่าเธอได้ลงคอ ร่างบางถูกผลักออกอย่างแรง ร่างหล่อนล้มไปกระแทกพื้นดูราวตุ๊กตาผ้าไร้ชีวิต
หญิงสาวหอบหายใจถี่เร็วขึ้น ดวงตาขาวปูดโปนเส้นเลือดในดวงตาพากันแตกทะลักออกมา เลือดไหลออกทางทวารทั้ง5 ร่างกายบอบบางที่เคยมีน้ำมีนวลพลันค่อยๆ แห้งลงจนดูซูบผอมลงไปทันตา
“ทะ…ทำ…ไม”
คำพูดสุดท้ายของผู้ช่วยสาวถามออกไปอย่างไม่เข้าใจ ศาสตราจารย์หนุ่มเดินเข้าไปใกล้ร่างของอดีตผู้ช่วย ก่อนจะตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงอารีเหมือนยามปกติที่ตนชอบพูดคุยกับอดีตผู้ช่วยคนนี้
“มันคือการเสียสละ…ทั้งคุณและผมต่างก็กำลังช่วยโลก คุณควรดีใจที่ได้ช่วยเหลือโลกของเราเป็นคนแรกๆ…นี้เป็นสูตรที่เร่งปฏิกิริยาในทันทีที่เข้าสู่กระแสเลือด คุณเป็นมนุษย์คนแรกที่ได้ใช้เลย ที่ผ่านมาผมดีใจที่ได้ร่วมงานกับคุณนะครับ คุณน้ำหวาน”
เมื่อสิ้นคำพูดจากศาสตราจารย์หนุ่ม เสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดก็พลันดังไปทั่วทั้งสถานที่วิจัย…ไร้ผู้คนเหลียวแล…ไร้คนสนใจ…ไร้ลมหายใจ…ไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์
โปรดติดตามตอนต่อไป
แก้ไข 22/6/2565
รีไรท์ 13/6/2566
บทที่1 เริ่มระบบ (รีไรท์)
บทที่1 เริ่มระบบ
“โอ๊ย…ร้อนจะตายอยู่แล้ว ทำไมประเทศบ้านี่มันร้อนได้ขนาดนี้เนี้ยะ”
น้ำมนต์ พาร่างผอมบางของตนเองภายใต้ชุดสูททางการสีเทา กระโปรงยาวเหนือเข่า มือขวาถือขวดน้ำเย็นที่เพิ่งซื้อที่ร้านสะดวกซื้อขึ้นกระดก ส่วนมือซ้ายก็ถือเอกสารประวัติส่วนตัวที่หอบหิ้วไปสมัครงานมามากกว่าสิบสถานที่ ยกแฟ้มพัดโบกให้เกิดไอเย็นช่วยคลายร้อนที่ตอนนี้เธอได้รับมาตลอดทางเดินที่แสนร้อนอบอ้าว
น้ำมนต์ มีใบหน้าหวานตาคม ดวงตากลมโตมีประกายสีน้ำตาลอ่อน ผมยาวหยักศกสีน้ำตาลอ่อนเช่นกัน มันถูกมัดรวบตรึงเป็นหางม้าไว้กลางศีรษะตกแต่งด้วยผ้าผูกผมเก๋ๆ บวกกับผิวขาวเนียนสีน้ำนมดูโดดเด่น จมูกโด่ง ปากเป็นกระจับสีแดงระเรื่อ ทุกอย่างจึงดูพอดิบพอดีเข้ากับใบหน้ารูปไข่ของเธอเป็นอย่างดี
โดยรวมแล้วเธอเป็นผู้หญิงที่กล่าวได้ว่ามีรูปร่างหน้าตาชวนมอง ออกแนวน่ารัก อีกทั้งด้วยใบหน้าที่อ่อนเยาว์กว่าวัย เธอจึงดูเหมือนเด็กสาวที่เพิ่งเรียนจบจากรั้วมหาลัยมาใหม่มากกว่า แต่ทว่าที่จริงแล้วน้ำมนต์ มีอายุอานามก็ปาไปสามสิบปี
เธอถือได้ว่าเป็นคนที่เกิดมาในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ทั้งโรคระบาด ที่เกิดก่อนเธอสองปี สภาพเศรษฐกิจที่กำลังย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ พ่อแม่ของเธอต่างล้มป่วยไปด้วยโรคระบาด และเธอก็กลายเป็นเด็กกำพร้า ต้องใช้ชีวิตในบ้านเลี้ยงเด็กกำพร้ามาโดยตลอด
เธอก็เหมือนเด็กสาวทั่วไปที่เมื่อโตเรียนจบก็ทำงาน ชีวิตที่ผ่านมาของเธอไม่ได้ดีเลิศอะไร โชคดีอยู่บ้างที่เธอเรียนจบก็ได้เข้ามาทำงานต่อในบ้านเลี้ยงเด็กกำพร้า
แต่ทว่า ด้วยสภาวะที่เด็กเกิดมาน้อยขึ้น คนมีสภาวะมีบุตรยากสูงขึ้นอันมีผลมาจากการฉีดวัคซีนT90 เมื่อสี่ปีที่แล้ว ทำให้บ้านเลี้ยงเด็กกำพร้าแทบไม่มีเด็กใหม่มาเกิดเลย แค่จะมีบุตรยังยากใครจะมาทิ้งเด็กกันอีกล่ะ จนสุดท้ายบ้านเด็กกำพร้าของเธอก็เจอกับสภาวะล่มละลาย ไม่มีภาครัฐหรือเอกชนมาใดเข้ามาช่วยเหลือ ตัวเธอเองแทบไม่สามารถดูแลบ้านเด็กกำพร้าได้อีกต่อไป
ผู้คนที่เหลืออยู่ตอนนี้มีเธอที่ขึ้นมาเป็นผู้อำนวยการต่อจากคุณแม่มารีที่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อหนึ่งปีที่แล้ว มีคุณป้าแม่บ้านที่อยู่กันมานานตั้งแต่เธอจำความได้ และมีน้องชายน้องสาวอีกสองคนที่อยู่ในวัยกำลังเรียน ที่เธอตั้งใจแล้วว่าจะดูแลพวกเขาต่อไปตามความตั้งใจของคุณแม่มารีที่หวังจะส่งเด็กๆไปสู่ฝั่งฝัน
ด้วยเพราะเป็นภาระหน้าที่ ที่เธอเต็มใจ สถานที่แห่งนี้เปรียบเสมือนบ้าน และน้อง ๆ ก็คือครอบครัวของเธอ เพื่อครอบครัวเธอจึงต้องออกมาหางานทำเพื่อหวังจะหาเงินมาจุนเจือให้ผ่านวิกฤตนี้ต่อไปได้ จนกระทั่งเมื่อสัปดาห์ก่อน บ้านเลี้ยงเด็กกำพร้าของเธอกำลังโดนธนาคารยึด เพราะคุณแม่มารีนำบ้านเด็กกำพร้าไปจำนองไว้ เพื่อนำเงินก้อนนั้นมาส่งเสียเธอเรียน เมื่อเธอทราบยิ่งทำให้น้ำมนต์ ต้องพยายามหางานมาชดใช้หนี้สินให้ได้
แต่การหางานทำในวัยสามสิบ และสภาวะคนตกงานแบบนี้ ถือเป็นเรื่องยากเหลือเกิน…
“เอาวะ…สู้ๆ ยังไงฉันก็ไม่ยอมแพ้หรอกนะ”
น้ำมนต์ ตะโกนขึ้นฟ้าเรียกกำลังใจให้ตัวเอง เธอเร่งเดินทางเพื่อจะกลับไปบ้าน พรุ่งนี้ยังมีเวลาที่เธอจะไปสมัครงานอีก ตอนนี้กลับไปพักก่อน น้อง ๆ รอเธออยู่
ครืดดด…
“อ่า…”
“หือ…เสียงอะไร?”
น้ำมนต์อุทานออกมาเมื่อได้ยินเสียงเหมือนคนกำลังร้อง หรือมีอะไรลากไปมาที่พื้น เมื่อเพ่งมองดีๆ เธอเห็นหญิงสาวคนหนึ่งเดินออกมาจากซอกกำแพงแล้วทิ้งตัวลงพื้นราวกับกำลังหมดแรง
“คุณ! เป็นอะไรรึเปล่าค่ะ?”
น้ำมนต์ วิ่งเข้าหาร่างของหญิงสาวในเสื้อตัวโคร่งสีขาวที่ล้มลงตรงหน้าของเธอ ยิ่งเข้าใกล้ ก็เห็นรอยเลือดที่เปรอะไปทั้งตัว
“อย่า…รีบ หนี…ไป”
เสียงหอบฟังระโหยโรยแรงของหญิงสาวตรงหน้ากล่าวกับน้ำมนต์ มือก็ยกผลักร่างเธอให้ถอยห่างท่าทางดูตื่นตระหนกเป็นอย่างยิ่ง
“ไม่ต้องกลัวฉันนะคะ ฉันจะช่วยคุณเอง”
น้ำมนต์ คาดว่าหญิงสาวตรงหน้าคงกำลังหวาดกลัวคนแปลกหน้า เพราะท่าทางหญิงสาวคนนี้ คงถูกใครทำร้ายมาอย่างรุนแรง
น้ำมนต์ รีบคว้าหาโทรศัพท์ออกมาเพื่อแจ้งหน่วยฉุกเฉินอย่างร้อนใจ ในจังหวะที่เธอรอสายอยู่นั้น หญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า ก็เริ่มมีเลือดไหลทะลักออกมา ทั้ง ตา หู จมูก ปาก เลือดสีแดงสดต่างพากันทะลักออกมา ทำให้รอยเลือดไหลเกรอะกรังไปเต็มใบหน้าของหญิสาวแปลกหน้าคนนี้ ร่างนั้นพลันหอบหายใจขึ้นมาอย่างรุนแรง ร่างทั้งร่างค่อย ๆ เกร็งกระตุกชักเกร็ง ดวงตาขาวเบิกโพลงไร้ตาดำ นิ้วมือนิ้วเท้าพากันหงิกงอ ท่าทางดูทรมาน เสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดก็พลันเปล่งออกมาพร้อมกับร่างที่ชักเกร็ง
น้ำมนต์ ยิ่งเห็นก็ยิ่งสร้างความตกใจให้แก่ตัวเองเป็นอย่างยิ่ง แต่เธอก็ต้องครองสติให้มั่น ปากก็ร้องบ่นอย่างเริ่มหมดความอดทน
“โอ๊ย…ทำไมไม่มีใครรับสักทีว่ะ…รีบรับเร็วๆเข้าสิ”
ยิ่งมองอาการหญิงสาวตรงหน้า น้ำมนต์ก็ยิ่งมั่นใจนี่ไม่ใช่การทำร้ายร่างกายแล้ว อาการเหมือนคนป่วยมากว่า หรือจะติดไวรัสใหม่อะไรอีกรึเปล่า แต่…รัฐก็คุมเอาไว้ดีได้แล้วไม่ใช่หรือไง…
ช่างมันก่อนต้องรีบเรียกหน่วยฉุกเฉินมาให้ได้! น้ำมนต์ ก้มหน้าก้มตามองโทรศัพย์อย่างกังวล
“กึกๆ คริ กึก คัก อ่า….”
ทันใดนั้น น้ำมนต์ก็หันไปมองตามเสียงแปลก ๆ ที่ตนเพิ่งได้ยิน ภาพร่างกายของหญิงสาวตรงหน้านั้นดูแปลกประหลาดเป็นอย่างมาก หล่อนก้มหน้าก้มตาเส้นผมยาวปรกใบหน้านั้นจนเธอมองไม่เห็นสีหน้าของหล่อน เสียงกัดฟันที่เปล่งออกมาฟังแล้วน่าขนลุก ร่างบางที่เคยดิ้นทุรนทุรายอย่างทรมานเมื่อก่อนหน้ากลับนิ่งสงบลงราวกับก่อนหน้าไม่เคยได้รับความทรมานใด
“เอ่อ…คุณคะ…”
น้ำมนต์ เผลออุทานเรียกอีกฝ่ายออกมาเสียงเบา แต่ทว่าเหมือนร่างนั้นจะมีปฏิกิริยาต่อเสียงอันแผ่วเบาของเธอ หล่อนค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองตรงมายังน้ำมนต์ออย่างช้าๆ
แต่ทว่าดวงตาขาวขุ่นที่มองตรงมายังน้ำมนต์นั้นทำให้เธอถึงกับผงะตกใจ น้ำมนต์เผลอปล่อยโทรศัพท์หลุดออกจากมือ พร้อมๆ กับที่เสียงปลายสายก็รับสายของเธอแล้วเช่นกัน
ตุบ!
“อ๊ากกก!!”
“กรี๊ด!!”
แฮ่..กร๊อบ…
“ชะ…ช่วยด้วย”
“ตรวจพบโฮสต์ผู้เข้ากัน…ระบบเข้าเชื่อมต่อ…. ทำการซ่อมแซมร่างกาย….เริ่มระบบ…นับถอยหลัง10…9…8…7…6…5…4…3…2…1”
โปรดติดตามตอนต่อไป
คุยกัน: พัดกลับมาแล้วค่ะ
แก้ไข 22/6/2565
รีไรท์ 13/6/66
บทที่2 ระบบมาแล้วครับ (รีไรท์)
‘โฮสต์ โปรดตื่นมารับสกิลก่อน…’
“เริ่มระบบ…ขอต้อนรับโฮสต์ สู่ ระบบฮาเร็ม001”
“ใคร…พูด…ระ…บบ..อะไร?”
น้ำมนต์ พยายามที่จะตอบสนองต่อเสียงที่ดังอยู่ในหัวสมองของตัวเอง แต่อาการเริ่มแรกของเธอเหมือนจะเพิ่งรู้สึกว่าตนเองเหมือนคนกำลังเมาค้างหลังจากจัดหนักมาจาปาร์ตี้เหมือนตอนสมัยยังเรียนมหาลัยไม่มีผิด
อาการวิงเวียนจวนเจียนจะอาเจียนได้ทุกเวลา ทำให้ศีรษะของเธอปวดดังตุบๆอยู่ข้างใน แถมเนื้อตัวยังรู้สึกปวดระบม เมื่อยไปทั้งเนื้อทั้งตัว
“โอ้ย…เจ็บไปหมดเลย”
น้ำมนต์ พยายามฝืนลืมตาขึ้นอย่างค่อนข้างลำบาก ภาพแรกที่เห็นคือแสงจ้าที่ดูพร่ามัว เธอจึงจำเป็นต้องหลับตาลงอีกครั้งทันใดนั้นเองเสียงบางอย่างก็ดังขึ้นมาในสมองของเธออีกครั้ง
“โฮสต์…โปรดรับภารกิจครับ”
น้ำมนต์ รู้สึกมึนงงกับสถานการณ์ของตัวเองเป็นอย่างมาก น้ำเสียงเล็กแหบเหมือนเสียงเด็กผู้ชายที่ใช้เอฟเฟคเสียงออโต้จูนกำลังพูดอยู่ในหัวสมองของเธออยู่ในขณะนี้ เธอฝืนลืมตามองอีกครั้ง ภาพที่เธอเห็นอีกครั้ง คือ ภาพกำแพงตึกในมุมแนวนอน พอกะพริบตาถี่หลายครั้งจุดโฟกัสของเธอก็เห็นชัดขึ้น
น้ำมนต์เริ่มจะจำเรื่องก่อนหน้าได้เลือนราง เธอยกมือกุมศีรษะสิ่งที่เห็นก็ยังคงเป็นกำแพงตึกเช่นเดิม ดูเหมือนว่าเธอกำลังนอนหมดสติอยู่ในซอกตึก น้ำมนต์ ค่อยๆพยุงร่างตัวเองนั่งขึ้น สายตากวาดมองซ้าย มองขวา ไปทั่วด้วยสีหน้ายังมึนงงเล็กน้อย เธอพอจะจำได้ว่าที่นี่ยังคงเป็นสถานที่เดิมก่อนหน้านี้แล้ว…หญิงสาวคนนั้นล่ะ?
“โฮสต์…โปรดรับภารกิจทันทีครับ”
“คะ…ใคร!?”
เธอหันไปมองอย่างตกใจ กวาดสายตามองหาที่มาของสียงอย่างร้อนรนตกใจ
“ผมคือระบบฮาเร็ม001…โฮสต์ โปรดรับภารกิจทันที…อันตราย! โปรดระวัง”
“หา!?”
น้ำมนต์ มึนงงกับสิ่งที่ได้ยิน เธอคิดว่าตัวเองอาจจะกำลังสับสนจากการถูกคนทำร้าย…แต่เหมือนตัวเองกำลังลืมอะไรไป…
“โฮสต์ โปรดเคลื่อนไหวทันที โปรดหนี อันตราย อันตราย อันตราย” เสียงร้องเตือนย้ำถึงสามครั้งแสดงความร้อนรนในน้ำเสียงโมโนโทน
“หนี…อะไร…นั่น…มันอะไร”
น้ำมนต์ ถามออกไปยังไม่ทันได้คำตอบอะไร สายตาเธอก็มองตรงไปที่มุมหนึ่งในซอกตึก ดวงตาสีแดงที่สะท้อนมองจับจ้องมาหาเธออย่างกระหายเลือดจนชวนขนลุก
“แฮร่…หิว…อา…หาร…”
เสียงแหบแห้งนั่นดังเพียงครู่ ไม่ทันที่น้ำมนต์จะได้ตั้งตัวร่างนั่นก็พุ่งออกมาจากจุดนั้นแล้วกระโจนเข้าหาเธออย่างรวดเร็ว
“ระบบขอทำการแทรกแซง เปิดระบบปกป้องโฮสต์ ระบบฟังก์ชันตอบโต้ทันที เริ่มทำการต่อสู้เต็มรูปแบบ”
ยังไม่ทันที่น้ำมนต์จะได้ทันกรีดร้องด้วยความตกใจ ร่างของเธอก็โดดขึ้นฟ้าหลบหนีจากการจู่โจมที่กำลังมาถึงได้อย่างชิวเฉียด
“ตูม!”
ร่างสีดำอมเขียวหม่น อันมีหัวที่โตกว่าร่างกายไปมากโข ใบหน้าปูดโปนหารูปลักษณ์เดิมไม่ได้ มีแขนขาราวกับรากไม้ที่แห้งเหี่ยว ร่างมันกำลังโยกไปโยกมาเนื่องจากหัวที่มีน้ำหนักมากกว่า แขนรากไม้ทั้งสองข้างของมันกำลังพยายามพยุงร่างกายอันเล็กของตนไว้เป็นหลักยึด ร่างกายภายนอกพอจะดูออกว่าครั้งหนึ่งสิ่งนี้คือมนุษย์มากก่อน
น้ำมนต์ พยายามครองสติตนเองเอาไว้ให้มากที่สุด ถึงตอนนี้ตัวเองอยากจะร้องไห้สุดเสียงมากยังไงก็ตาม สายตาเธอก็เหลือบไปมองในตรงที่เธอเคยนั่งอยู่ก่อนหน้า ซึ่งตอนนี้มันกลายเป็นหลุมลึกจากแรงกระแทกที่มากพอจะยุบพื้นปูนให้ยุบได้ด้วยการทุบเพียงครั้งเดียว ภาพรากไม้แหลมที่ยืดออกมาจากแขนดูเหมือนนั้นจะเป็นมือของเจ้าสิ่งประหลาดตัวนี้นั้นเอง และเมื่อมันเห็นว่าไม่มีร่างของเธออยู่ตรงนั้นมันก็หดมือรากไม้นั้นเข้าหาตัวเองดังเดิม
น้ำมนต์ลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากก่อนจะอุทานออกมาอย่างกลั่นต่อไม่ได้อีก
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันว่ะเนี้ย!”
แฮร่…
สวบ…
ว้าย!
โครม!!
น้ำมนต์ จำต้องยุติจากความคิดอันฟุ้งซ่านของตนเองลงในทันที เมื่อร่างของสัตว์ประหลาดต้องหน้านั้นมันหันมาสนใจเธออีกครั้งพร้อมกับที่มันเข้ามาโจมตีเธออีกครั้ง
ร่างของเธอเคลื่อนไหวโดยที่ตัวเองไม่อาจควบคุมได้ ร่างของเธอกระโดดหนีขึ้นฟ้าอีกครั้ง และตีลังกาลงมายังพื้นดีนในอีกมุมหนึ่งอย่างรวดเร็วโดยที่เธอไม่ได้แม้แต่จะคิดควบคุมร่างของตัวเอง
“ทำไม…ฉันควบคุมตัวเองไม่ได้”
“ผมทำการควบคุมร่างกายของโฮสต์เองครับ ต้องขออภัยที่ผมทำตามอำเภอใจ แต่เพื่อปกป้องโฮสต์ ระบบจึงจำเป็นต้องเปิดระบบฉุกเฉินในการปกป้องเจ้าของร่างที่รับใช้ทันทีที่ร่างโอสต์ไม่สามารถปกป้องตนเองได้” เสียงเด็กชายคนเดิมก็พลันดังขึ้นมาในสมองของน้ำมนต์อีกครั้ง
“เธอ…”
“ผมระบบฮาเร็ม001 ขอคำอนุมัติยินยอมตามกฎของจักรวาล โฮสต์โปรดทำการอนุมัติ”
“อนุมัติ อะไร….ว้าย! โอเค ได้ อนุมัติ”
น้ำมนต์ จำต้องหยุดความคิดและพยายามครองสติกับเรื่องตรงหน้าแทน เมื่อร่างของสัตว์ประหลาดนั้นกำลังจะเข้ามาโจมตีเธออีกครั้ง เธอต้องเอาตัวรอดจากเหตุการณ์ตรงหน้าให้ได้ก่อนเรื่องอื่นค่อยมาว่ากัน
“ระบบทำการยืนยัน…ระบบฮาเร็ม เข้าสู่ขั้นตอนการเริ่มต้นการทำงานของระบบร้อยเปอร์เซ็น เริ่มทำการปกป้องร่างกายโฮสต์ เข้าสู่โหมดการโจมตีศัตรู กำจัด!”
เมื่อสิ้นเสียงระบบ ร่างบางก็พลันสติดับวูบไร้ภาวการณ์ควบคุมตัวเองในทันที ร่างบางที่เคยมีท่าทีแตกตื่นตกใจก่อนหน้า ก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสงบนิ่งรามสับสวิตซ์ ดวงตาพลันเปลี่ยนเป็นเย็นชา ดวงตาทอประกายแสงสีแดงอ่อนจางก่อนจะเลือนหายไป รอยแสยะยิ้มขึ้นบนใบหน้าก่อนเธอจะตั้งท่าอยู่ในโหมดการต่อสู้เต็มรูปแบบ
กลิ่นอายน่ากลัวที่ส่งออกมาจากร่างของหญิงสาวเบื้องหน้า ทำให้สิ่งกลายพันธ์เกิดอาการคลุ้มคลั่งมากยิ่งขึ้น มันวิ่งเข้ามาจู่โจมหญิงสาวในทันที แรงอันมหาศาลของมันกวาดทีเดียวก็สามารถทำลายทุกสิ่งได้ มืออันมีหนามแหลมคมพุ่งเข้าใส่ร่างเล็กบางนั้นอย่างรวดเร็ว แต่หญิงสาวก็พาร่างกายของตัวเองกระโจนเข้าหามันอย่างไม่คิดหลบหนีเช่นเดียวกัน
ก่อนที่ทั้งสองจะเข้าปะทะกัน หญิงสาวก็พลันหายตัวไปอย่างไร้ล่องลอย ในขณะที่ร่างของสิ่งกลายพันธ์กำลังหยุดมึนงง เมื่อมันหาเหยื่อของมันไม่เจอ หญิงสาวก็พลันปรากฏกายกายขึ้นมาในหลุมอากาศที่โผล่ขึ้นมาจากข้างหลังของมันในทันที ฝ่ามือบางเล็กเรียวก็พุงแทงเข้าไปทางด้านหลังของมันอย่างแรงก่อนจะจับกระชากคว้าก้อนเนื้อที่เต้นตุบๆเป็นจังหวะออกมาด้วยในแรงเพียงครั้งเดียว
กระซวก!
พรูด…
อ๊าก!
ตรึง!
“กำจัดศัตรูสำเร็จ…ปลดการแทรกแซง โฮสต์โปรดรับสกิลรางวัลแรก…ยอมรับ…ปฏิเสธ”
เฮือก!!
น้ำมนต์ คืนสติกลับมาอีกครั้ง เธอกำลังหอบหายใจอย่างรุนแรง สายตากลมโตสั่นสะท้านไปด้วยความหวาดกลัว ตกใจ และผวา ความรู้สึกตอนนี้ผสมปนเปมั่วไปหมด เกินกว่าที่ตนเองจะอธิบายเป็นคำพูดได้ น้ำตาที่คลอหน่วงตรงเป้าตาก็ค่อยๆหลั่งริน เธอมองตรงไปยังมือของตนเองที่ยังจับก้อนเนื้อที่แน่นิ่งไปแล้วก่อนหน้านี้ ไล่สายตากวาดมองร่างของสัตว์ประหลาดที่ล้มคว่ำตรงหน้า สิ่งของเหลวสีแดงสดไหลทะลักออกมาจากบาดแผลราวน้ำไหล
ก่อนที่เธอจะได้ตอบสนองกับสิ่งใดได้ ร่างบางของเธอก็พลันล้มตึงสลบไร้สติไปข้างกายของสัตว์ประหลาดที่เธอพึ่งฆ่ามันไปเมื่อครู่นั้นทันที
“โฮสต์…โฮสต์…กลับมาก่อน…ตื่นๆ…ตื่นมารับสกิลผมก่อน”
โปรดติดตามตอนต่อไป
รีไรท์ 14/6/2566
คุยกัน: สวัสดีค่ะ ทุกอ่าน พัดกลับมาแล้ว มาพร้อมการรีไรท์นิยายทุกเรื่องเลย จะค่อยๆทยอยๆลงนะคะยังไงก็กลับมาอ่านใหม่อีกรอบด้วยนะคะ มีการปรับบท ตบเนื้อเรื่องใหม่ให้อ่านรื่นไหลขึ้น ยังไงก็ฝากด้วยนะคะ และส่งกำลังในให้พัดกันเยอะๆน่ะจะได้มีแรงใจมาปั่นต่อ ขอบคุณทุกคนค่ะที่อยู่กันมายาวนานทั้งตอนที่สุขมาก และทุกข์มาก ขอบคุณที่เข้าใจกันนะคะ