โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

น้ำท่วมหล่มสัก วิกฤตอีกรอบ หลังมวลน้ำก้อนใหม่ จาก อ.หล่มเก่าไหลเข้าหนุน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 09 ต.ค. 2566 เวลา 06.09 น. • เผยแพร่ 09 ต.ค. 2566 เวลา 05.20 น.

สถานการณ์น้ำท่วมที่ อ.หล่มสัก กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังมวลน้ำก้อนใหม่ อ.หล่มเก่าไหลเข้าหนุน ผู้ว่าฯเพชรบูรณ์เชื่อภายใน 72 ชั่วโมงกลับคืนสู่ภาวะปกติ

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม นายกฤษณ์ คงเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในภาพรวมในขณะนี้ หลายอำเภอคลี่คลายไปได้มาก ส่วนมวลน้ำในแม่น้ำป่าสักที่ อ.หล่มเก่าตอนนี้ไม่น่าห่วงแล้วเช่นกัน โดยมวลน้ำกำลังไหลเข้าพื้นที่ อ.หล่มสัก ทำให้เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ริมแม่น้ำในจุดๆ เดิมที่เคยท่วมซ้ำซาก ทั้งในส่วนของเทศบาลตาลเดี่ยว และบางส่วนของเทศบาลเมืองหล่มสัก แต่จากรายงานเมื่อเช้านี้ (9 ตุลาคม) ระดับน้ำยังทรงตัวอยู่ ขณะเดียวกันยังมีมวลน้ำจาก อ.หล่มเก่า ไหลเติมอยู่และตอนนี้มีฝนตกในพื้นที่ ฉะนั้นคิดว่าใน 48 ชั่วโมงระดับน้ำท่วมน่าจะลดลง

“ส่วนอ่างเก็บน้ำมีบางอ่าง อาทิ อ่างห้วยขอนแก่น อ.หล่มสักต้องระบายน้ำ ทำให้มีน้ำไหลมาหนุนแม่น้ำป่าสัก ส่งผลให้น้ำลดลงช้ากว่าปกติอย่างที่ผ่านมา ฉะนั้นจึงต้องใช้เวลาในการระบายน้ำ” นายกฤษณ์กล่าว

ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์กล่าวว่า ส่วน อ.เมืองเพชรบูรณ์หลังจากฝนตกหนักเมื่อวานนี้ ทำให้มีน้ำท่วมขังในเขตเทศบาลบางส่วนและตำบลรอบๆ อำเภอ ซึ่งขณะนี้ระดับน้ำลดลงแล้ว ส่วนอำเภอตอนใต้ อ่างเก็บน้ำคลองลำกงและอ่างเก็บน้ำห้วยเล็ง สามารถเก็บกักน้ำไว้ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ทำให้มีการระบายน้ำลงแม่น้ำป่าสักจึงเป็นผลให้บ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรบริเวณริมแม่น้ำได้รับผลกระทบ คาดว่าภายใน 72 ชั่วโมงหากไม่มีฝนตกลงมาซ้ำ สถานการณ์คงกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

นายกฤษณ์กล่าวอีกว่า ส่วนการช่วยเหลือขณะนี้ มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่และอาสากู้ภัยจากทุกภาคส่วน ลงไปเร่งให้การช่วยเหลือราษฎรผู้ประสบภัย ไม่ว่าจะเป็นการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงหรือแจกอาหารและน้ำดื่ม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ขณะเดียวกันยังกำชับหลังน้ำลดให้เร่งระดมสำรวจความเสียหาย เพื่อให้ความช่วยเหลือตามระเบียบราชการต่อไป

“สำหรับพื้นที่ที่ยังน่าห่วงใยก็คือที่ อ.หล่มสักโดยเฉพาะบริเวณที่มีน้ำท่วมซ้ำซากเดิมๆ แต่ทั้งนี้ทางอำเภอได้ให้องค์กรท้องถิ่นและกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่แจ้งเตือนล่วงหน้า ทำให้ประชาชนตื่นตัวขนย้ายทรัพย์สินหนีน้ำขึ้นที่สูง นอกจากนี้มีความระมัดระวังและเฝ้าติดตามสถานการณ์ตลอดเวลา” ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์กล่าว

นายกฤษณ์กล่าวอีกว่า ส่วนในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก บริเวณเทศบาลตำบลตาลเดี่ยว และเทศบาลเมืองหล่มสัก ในปี 2568 หลังก่อสร้างผนังกั้นริมแม่น้ำป่าสักแล้ว เชื่อว่าปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในจุดบริเวณนี้คงจะเบาบางลง แต่ยังไงก็ตามเพื่อให้การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในบริเวณนี้อย่างเด็ดขาด จึงให้ทางโยธาฯออกแบบสร้างผนังกั้นน้ำปิดหัวปิดท้ายเพิ่มเติม พร้อมของบทางรัฐบาลเพิ่มเติม หากเป็นไปตามแผนจะทำให้การแก้น้ำท่วมซ้ำซากกว่า 30 ปีในจุดนี้คาดว่าจะสำเร็จได้ด้วยดี

รายงานข่าวแจ้งว่า ล่าสุดเวลา 10.00 น.สถานการณ์น้ำท่วมที่ อ.หล่มสัก กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง โดยระดับน้ำปรับสูงขึ้นมาอีกระลอก เนื่องจากแม่น้ำป่าสักมีมวลน้ำก้อนใหม่จาก อ.หล่มเก่าไหลเข้าหนุน ทำให้พื้นที่ริมแม่น้ำโดยเฉพาะหมู่ 11 ต.ตาลเดี่ยวถึงกับจมน้ำอีกรอบ โดยรอบนี้น้ำท่วมค่อนข้างหนักระดับน้ำสูงราว 50-80 ซม. ทีมกู้ภัยทั้งทหาร นพค.16 และอาสากู้ภัยในพื้นที่ ได้ถูกระดมเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยชุมชนศรีสะอาดและวัดศรีสะอาดถูกน้ำท่วม ทำให้ตกอยู่ในสภาพจมน้ำอีกครั้ง ส่วนบริเวณสี่แยกร่องไผ่ ถนนหล่มสัก-บ้านติ้ว มีน้ำไหลข้ามถนนและมีระดับสูงไหลเชี่ยวกราก ทำให้รถสัญจรผ่านไปมาลำบาก

ขณะเดียวกันยังมีราษฎรบางครอบครัว ซึ่งมีเพียงญาติอาศัยอยู่บ้านพัก 2 คน อยู่ที่หมู่ 11 ต.ตาลเดี่ยว อ.หล่มสัก ถึงกับร้องขอให้ช่วยอพยพออกจากบ้านพัก หลังจากบ้านพักซึ่งอยู่ในพื้นที่ต่ำ ทำให้ถูกน้ำท่วมสูงเกือบ 1 เมตร และกระแสน้ำไหลเชี่ยวกราก โดยเรือท้องแบนไม่สามารถฝ่ากระแสน้ำเข้าไปได้ ทำให้ทีมกู้ภัยต้องใช้เชือกขึง จากนั้นโรยตัวฝ่ากระแสน้ำเข้าไปช่วยนำร่างผู้ประสบภัยสองคนดังกล่าวออกจากบ้านพักได้อย่างทุลักทุเล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...