ย้อนเวลามาเป็นว่าที่พระชายาที่ถูกลืมของตัวร้าย
ข้อมูลเบื้องต้น
นักดับเพลิงหญิงที่ผันตัวมาเป็นเจ้าของร้านอาหารแบบ Farm to Table ที่ลงมือทำเองทุกอย่างในโลกยุคปัจจุบัน จู่ๆ ก็ตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองกลายเป็นตัวประกอบหญิงในนิยายที่อ่านไปได้จนเกือบจบเรื่อง ซึ่งเป็นตัวละครที่น่าจะตายไปตั้งแต่บทแรก ‘เสิ่นลี่อิง’ เธอตายระหว่างเดินทางไปแต่งงานกับหนิงอ๋อง เจ้าของฉายาเทพสงครามแห่งแคว้นตู้ตัวร้ายของเรื่อง
ทีแรกเธอต้องการจะใช้ชีวิตอย่างสงบสุขกลืนหายไปในเมืองเล็กๆ ที่ห่างไกลจากเมืองหลวงนี้ แต่เรื่องราวกลับไม่ง่ายเช่นนั้น เพราะเจ้าลูกชายในวัย 3 หนาวของตัวร้ายที่จะกลายเป็นผู้ช่วยพระเอกทำลายพ่อตัวเองในอนาคตดันมาสลบอยู่หลังบ้านเธอซะได้
เด็กคนนี้เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ตัวร้ายถลำลึก หากปล่อยไปให้อาจารย์ของพระเอกมาเจอและนำไปเลี้ยงดู แผนอันแยบยลที่บีบให้พ่อลูกต้องฆ่ากันจำต้องเกิดขึ้น เมื่อหนิงอ๋องได้รู้ว่าศัตรูที่ตนสังหารคือบุตรชายเพียงคนเดียว เมื่อนั้นสงครามที่ยาวนานก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ จากเทพสงครามที่น่ายำเกรงกลับกลายเป็นทรราชผู้ถูกเกลียดชัง
ไม่ได้การล่ะถ้าสงครามเกิดขึ้นต่อให้เธอหลบไปอยู่ไกลปืนเที่ยงเพียงไหนก็คงไม่อาจรอดพ้นความเลวร้ายของสงครามได้ แม้จะยังไม่ได้กราบไหว้ฟ้าดินก็ขอทำหน้าที่แม่เลี้ยงเฉพาะกิจปกป้องดูแลเด็กคนนี้จนกว่าจะถึงเวลาที่สมควร “เด็กน้อยเชื่อพี่สาวเถิดนะ ตอนนี้ข้ายังพาเจ้าไปหาพ่อไม่ได้ ไว้รอพวกมันตายใจ ข้าสัญญาจะพาเจ้ากลับไปหาพ่อแน่นอน”
————-
นิยายเรื่องนี้ ไรท์จะมาอัพวันเว้นวันนะคะ ถ้าแต่งสะสมได้เยอะขึ้นจะลงให้อ่านบ่อยขึ้นค่ะ ขอคอมเม้นเป็นกำลังใจในการปั่นหน่อยน้า
*ยังไม่ได้พิสูจน์อักษรนะคะ แต่งไปอัพไปค่ะ หากจะมีการออกอีบุ๊คจะส่งพิสูจน์อักษรก่อนนะคะ
ใครที่อยากจะพูดคุยกันไปได้ที่เฟสนักเขียนนะคะ Muli Dala หรือกดlinkไปได้เลยค่า https://www.facebook.com/profile.php?id=100092771141407&mibextid=7cd5pb
___
ในฉบับ ebook มีบทพิเศษมากกว่าในรายตอน 9 บทนะคะ
Meb เปิดขาย 10 ธ.ค. 7 วันแรกมีโปรลด 40% ค่ะ https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiODE1MzU4OCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjI3NTMyOCI7fQ
Dek-D รอทีมงานพิจารณาเปิดขายค่ะ ราคาโปรโมชั่นลด 15% เช่นกันค่ะ
บทนำ โลกใบใหม่
บทนำ โลกใบใหม่
“คุณหนูเจ้าคะหนีไปเจ้าค่ะ บ่าวจะถ่วงเวลาให้คุณหนู คุณหนูวิ่งหนีไปให้ไกลที่สุด ไม่ต้องสนใจบ่าว”
“หากข้าทิ้งเจ้าไป ข้าจะถือว่าเป็นเจ้านายอย่างไร วิ่งมากับข้า ตามข้ามาเดี๋ยวนี้”
“ไม่ได้เจ้าค่ะคุณหนู บ่าวต้องอยู่ถ่วงเวลาให้คุณหนูตรงนี้ คุณหนูเชื่อบ่าวเถอะนะเจ้าคะ”
“จะทำเช่นนั้นได้อย่างไร ข้าไม่ใช่เจ้านายใจร้าย หนีเอาตัวรอดคนเดียวเสียหน่อย”
“คุณหนูเชื่อบ่าวนะเจ้าคะ หนีไป หนีให้รอด”
เมื่อเห็นว่าทำอย่างไรบ่าวคนสนิทก็ไม่มีท่าทีว่าจะวิ่งตามมา เด็กสาววัยสิบหกปี ก็จำใจหันหลังแล้ววิ่งอย่างไม่คิดชีวิต เธอคือเสิ่นลี่อิง คุณหนูแห่งจวนเสนาบดีฝ่ายซ้าย ลูกสาวของฮูหยินเอก ผู้ซึ่งอยู่ในระหว่างเดินทางไปยังเมืองศักดินาของหนิงอ๋อง แม่ทัพตะวันตกแห่งแคว้นตู้
หากการเดินทางครั้งนี้เป็นเพียงการเดินทางท่องเที่ยว เสิ่นลี่อิงคงไม่ต้องเจอกับการไล่ล่าเช่นนี้ แต่เมื่อการเดินทางครั้งนี้มีจุดหมายคือการแต่งงานเชื่อมอำนาจระหว่างสองขั้วแข็งแกร่ง หลายฝ่ายจึงยอมไม่ได้
แม้กระทั่งในจวนของนางเอง ตำแหน่งว่าที่พระชายานี้ก็มิใช่ว่าไม่มีผู้ใดปรารถนาอยากครอบครอง หากแต่อยากได้เพียงใดก็ไม่มีใครที่คุณสมบัติ รูปสมบัติและชาติตระกูลเหมาะสมไปกว่านาง
ผู้คนหลายกลุ่มต้องการให้นางตาย พวกเขาเหล่านั้นต้องทำสำเร็จเพียงแค่ครั้งเดียว แต่สำหรับเสิ่นลี่อิง นางต้องหลีกหนีให้สำเร็จในทุกครั้ง หากอยากรอดก็มีแต่ต้องวิ่งหนีต่อไป
แม้บ่าวทั้งหมดจะถ่วงเวลาให้นางแล้ว แต่ด้านหลังก็ยังมีนักฆ่าวิ่งตามมา พวกมันตะโกนกู่ร้อง ว่าก่อนจะสังหารนางพวกมันจะเล่นสนุกกับร่างกายของนางให้เต็มรัก
“อย่าคิดหนีอีกเลย ไม่เหลือบ่าวที่เจ้าสามารถใช้สละแทนแล้ว ยอมพลีกายให้พวกข้าเสียเถิด แล้วข้าจะให้เจ้าตายอย่างไม่ทุกข์ทรมาน”
“หากก่อนตายต้องถูกย่ำยี ข้าขอปลิดชีพตนเองเสียตอนนี้เลยดีกว่า!”
เหลือเพียงทางรอดเดียวให้เสิ่นลี่อิง นางคงต้องกระโดดลงน้ำตกด้านหน้านั้น หากรอดก็ถือว่าสวรรค์เมตตา แต่หากนางไม่รอดก็ถือว่าได้รักษาศักดิ์ศรีของตนเอง จวบจนวินาทีสุดท้ายของลมหายใจ
‘ตู้ม’
“เฮ้ยมันโดดจริงๆ”
“ข้าเสียดายเหลือเกิน ไม่ใช่ว่าพวกเราจะได้มีวาสนาได้ลิ้มลองสาวงามเช่นนี้เสียเมื่อไหร่”
“แล้วใครจะเป็นคนปีนลงไปดู ข้าไม่ปีนลงไปหรอกนะ” หนึ่งในนักฆ่าส่ายหน้าตอบ ไม่อยากอาสาปีนป่ายลงไปให้ลำบาก
“คุณหนูเสิ่นตัวเพียงเท่านั้น กระโดดลงไป ข้าว่าอย่างไรก็ไม่รอด ไปกันเถิด”
เสียงหัวเราะได้ใจของชายฉกรรจ์ทั้งสามดังก้องอยู่เหนือน้ำตก งานครั้งนี้ง่ายกว่าที่คิด เพราะในระหว่างทาง ขบวนของคุณหนูเสิ่นผู้นี้ถูกลอบโจมตีติดกันมาถึงสามครั้งสามครา เมื่อต้องเดินทางผ่านป่าเขาเช่นนี้ พวกตนไม่ต้องทำอะไรมากก็สามารถไล่ต้อนเป้าหมายของนายจ้างให้ตายตกไปได้ตามคำสั่ง แม้จะเสียดายความงามของนางอยู่บ้าง หากแต่เม็ดเงินเมื่อกลับไปย่อมทดแทนความหงุดหงิดใจเล็กน้อยในครั้งนี้ได้…
‘ซ่า ซ่า ซ่า’
เสียงน้ำสาดกระเซ็นลอยเข้ามาในโสตประสาท ความหนาวเย็นและเปียกชื้นเฉอะแฉะไปทั้งตัว ซาร่าพยายามลืมตาด้วยความสับสนแต่กลับทำได้ยากเหลือเกิน
เกิดอะไรขึ้นกันแน่ น้ำท่วมฟาร์มเหรอไม่น่านะนี่มันหน้าแล้งน้ำจะท่วมฟาร์มได้ยังไง?
เสี้ยววินาทีต่อมา น้ำกระเพื่อมสูงพัดเข้าจมูกและปากเธอจนร่างกายตอบสนองอย่างรุนแรงโดยการสำลักออกมา ทำให้เธอสามารถลืมตาและยันตัวเองขึ้นมานั่งพิงโขดหินได้
ซาร่าหันมองไปรอบตัวพบว่าเธออยู่ในลำธารหรือแม่น้ำสักแห่ง ด้านบนเป็นน้ำตก มันค่อนข้างสูงเลยทีเดียวในความรู้สึกของเธอ นั่นทำให้ซาร่ายิ่งสับสนเพราะฟาร์มของเธอและบริเวณใกล้เคียงไม่มีน้ำตกอยู่เลย
คิดเรื่อยเปื่อยมองรอบตัวได้ไม่นานความทรงจำต่างๆ ก็หลั่งไหลเข้ามาในสมองราวกับโดนน้ำถังใหญ่สาดเข้าใส่หน้า
ที่นี่คือแคว้นตู้ ภายใต้การปกครองของราชวงศ์ตู้ เจ้าของร่างเดิมเป็นว่าที่พระชายาของหนิงอ๋องแม่ทัพที่ได้รับความเคารพอย่างสูงในแผ่นดินตู้ แต่น่าเสียดายที่ว่าที่พระชายาผู้นี้กลับต้องตายระหว่างการเดินทาง เพื่อขัดขวางความยิ่งใหญ่ของหนิงอ๋อง องค์ชายองค์เล็กของอดีตฮ่องเต้ หลานชายของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน เขาคือชายหนุ่มรูปงามมากความสามารถพร้อมลูกติดจากชายารองผู้ล่วงลับหนึ่งคน เขาคืออ๋องผู้ซึ่งอุทิศชีวิตให้กับการปกป้องแผ่นดินตู้
เอ๊ะ ว่าที่พระชายาหนิงอ๋อง ลูกสาวเสนาบดีฝ่ายซ้าย ตายระหว่างไปแต่งงาน เซินลี่อิน ไม่ใช่สิ เสิ่นลี่อิง นี่มันตัวประกอบในนิยายแปลที่ฉันอ่านบนเว็บนี่นา อ้าว แล้วเขายังอัพไม่จบด้วย แต่นี่มันตัวละครที่ตายตั้งแต่ตอนแรกไม่ใช่เหรอ?!
แปลว่าเวลานี้นางได้มาอยู่ในร่างของเสิ่นลี่อิง ตัวประกอบสุดสวยผู้ถูกบรรยายความงามไว้จนอยากเห็น ยังไม่ทันได้ใช้ความสวยให้เป็นประโยชน์ก็ดันมาตายเสียก่อน เนื้อเรื่องตอนนี้เป็นตอนแรก ในเนื้อหาช่วงนี้เจ้าของร่างคนเดิมจะถูกกล่าวถึงว่าหลังจากโดนตามล่ามาหลายวันในที่สุดนางก็ต้องตกลงมาจากผาน้ำตกตาย
ตัวละครที่นักเขียนกล่าวถึงแค่ครั้งเดียว จากนั้นก็หายไป แทบจะไม่มีผลใดๆ กับเนื้อเรื่องหลักด้วยซ้ำไป แค่ถูกกล่าวถึงเพราะเป็นว่าที่พระชายาเอกของตัวร้าย และเป็นพี่สาวผู้ล่วงลับของนางเอกในนิยาย ซึ่งในตอนที่เสิ่นลี่อิงเสีย นางเอกของเรื่องยังมีอายุเพียงเจ็ดแปดหนาวเท่านั้น ไม่รู้จะกล่าวถึงตัวละครนี้ไปทำไมกัน
หรือคนเขียนอาจจะลืม ตัวละครเยอะจะลืมก็ไม่แปลกมั้ง..
คิดดูแล้วก็น่าโมโห ซาร่าอุตส่าห์ลาออกจาก LAFD มาทำร้านอาหารแบบฟาร์มทูเทเบิลอย่างที่ใฝ่ฝัน ทำได้แค่สามปีเพิ่งจะเริ่มเข้าที่ก็ดันต้องมาอยู่ในโลกนิยายอะไรก็ไม่รู้ จะให้เผยตัวกลับไปเป็นคุณหนูอย่างเดิมก็ไม่แคล้วคงต้องถูกตามล่า
เธอคิดกับตัวเองว่าทุกอย่างคงต้องเริ่มใหม่อีกครั้ง เป็นผู้หญิงในโลกใบนี้จะให้ไปเป็นนักดับเพลิงอย่างเดิมก็คงทำไม่ได้ และอาจไม่มีด้วย แต่ถ้าจะทำร้านอาหารฟาร์มทูเทเบิลอย่างเดิมก็คงจะพอไหว เธอตัดสินใจว่าเป็นไงเป็นกันสู้กันสักตั้ง ภพที่แล้วลองผิดลองถูกมาตั้งมาก ความสามารถในการเอาตัวรอดก็พอมี ตัวเธอเองคงจะไม่เป็นไร
เดี๋ยวตัวประกอบคนนี้จะใช้ชีวิตให้มันสนุกสุดเหวี่ยงแทนเจ้าของร่างเดิมเอง และเสิ่นลี่อิงต้องไม่ตาย ต้องอยู่จนจบเรื่อง ฉันไม่ยอมไม่ได้แก่ตายเป็นครั้งที่สองแน่
————
*LAFD Los Angeles Fire Department หน่วยดับเพลิงของลอสแองเจลิส
บทที่ 1 หมู่บ้านริมชายป่า
บทที่ 1 หมู่บ้านริมชายป่า
เสิ่นลี่อิงหันมองรอบตัวอีกครั้งเพื่อเก็บข้อมูลว่าตนเองตกลงมาอยู่ที่ใด อย่างไรนางก็ต้องหาวิธีปีนกลับไปยังรถม้าของเจ้าของร่างคนเดิม ไม่แน่ว่าอาจมีสิ่งของเหลือให้นางนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้บ้าง อย่างน้อยก็ต้องหาเอกสารยืนยันตัวตนของบ่าวไพร่ที่ติดตามมาด้วย เพื่อสวมรอยใช้ชีวิตต่อเป็นพวกนาง หรือหากไม่จำเป็นต้องใช้ตอนนี้ ก็สามารถเก็บไว้ใช้เข้าเมืองยามเดินทางไกล
ที่นี่เป็นน้ำตกตามธรรมชาติ ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวแบบภพเก่า…ต้องเหนื่อยอีกแล้วล่ะสิ
เสิ่นลี่อิงถอนหายใจไว้อาลัยให้ตัวเอง เมื่อมองขึ้นไปเห็นทางเขาที่จะต้องเดินย้อนกลับไป ทั้งร่างเจ็บปวดไปหมด แต่เพราะตัวนางเคยเป็นนักดับเพลิงมาถึงยี่สิบปี จึงสามารถกัดฟันข่มความเจ็บและมุ่งทำภารกิจให้สำเร็จได้ ยิ่งภารกิจนั้นทำเพื่อประโยชน์ของตัวนางเอง ซาร่าในร่างเสิ่นลี่อิงยิ่งยอมแพ้ไม่ได้
นางตัดสินใจเดินขึ้นเขาทั้งที่เสื้อผ้ายังเปียกอยู่ หากนั่งผิงไฟรอให้แห้งคงมืดค่ำเสียก่อน ระยะเวลาที่จะได้ออกจากป่าแห่งนี้ก็ต้องยืดออกไปอีก
เมื่อไม่มีอุปกรณ์ปีนเขาติดตัวมาด้วยเช่นนี้ นางจึงต้องพาร่างของเสิ่นลี่อิงเดินอ้อมไปเลือกทางที่มีความชันน้อยกว่า แลกกับระยะทางที่ต้องเดินขึ้นมากกว่าเดิม
หลังเดินมาได้ประมาณสองชั่วยาม ท้องฟ้าด้านบนก็เริ่มเปลี่ยนสีไปเสียแล้ว เมื่อเส้นทางกลับมาเป็นป่าที่ไม่ลาดชัน นางจึงตัดสินใจวิ่งไปตามเส้นทางในความทรงจำของเสิ่นลี่อิงคนเดิม
ไม่นานนักรถม้าก็เข้ามาอยู่ในระยะสายตา นางจึงหยุดรอสอดส่องจนแน่ใจว่านักฆ่าได้จากไปจากบริเวณนี้ทั้งหมดแล้ว จึงค่อยๆ เดินไปยังรถม้าที่มีศพคนตายอยู่มากมาย กลุ่มนักฆ่าไม่ไว้ชีวิตบ่าวของคุณหนูเสิ่นสักคน และไม่ได้นำสมบัติของนางติดตัวไปด้วยอีก
แปลกชะมัด ไม่ได้หยิบสมบัติไปสักชิ้นเลยนี่หว่า
เมื่อเห็นเช่นนั้นนางจึงหยิบผ้าพับใหญ่ออกมาแล้วห่อใส่ของมีค่าที่ไม่หนักเกินไป และไม่ลืมที่จะหยิบเอกสารยืนยันตัวตนของเสิ่นลี่อิง ตราประจำสกุลเสิ่น และเอกสารขายตัวของบ่าวคนสนิท ของชิ้นอื่นหนักจนเกินไป นางเลือกทิ้งไว้ที่รถม้าคันนี้
เสิ่นลี่อิงผูกพับผ้าซึ่งใส่ของมีค่าและของจำเป็นอื่นที่นางหาได้เข้ากับตัวมัดจนแน่ใจว่าแน่นหนา พลันเหลือบไปเห็นอาหารแห้งที่หน้าบังเหียนของคนขับรถม้า หากคนในร่างตอนนี้เป็นเสิ่นลี่อิงตัวจริง อาหารเช่นนี้คงไม่มีทางกินลง แต่พอดีว่านางไม่ใช่ และอาหารแย่กว่านี้นางก็เคยต้องกลืนมาแล้ว ทั้งหมดจึงถูกยัดลงท้องในเวลาไม่นาน
เมื่อกินอิ่ม เสิ่นลี่อิงเริ่มทำคบเพลิงด้วยเศษผ้าและเบาะรถม้ากับน้ำมันตะเกียง เพื่อเดินออกจากป่าในคืนนี้ทันที ความจริงแล้วนางรู้ว่านี่คือเรื่องที่อันตราย หากแต่การรั้งรออยู่ในป่าต่อก็ไม่ปลอดภัยสำหรับตนเองเช่นกัน
หนึ่งคืนผ่านไป.. ซาร่าเริ่มยอมรับแล้วว่าต่อจากนี้ตนคงต้องใช้ชีวิตในฐานะเสิ่นลี่อิง ขอเวลาทำความคุ้นชินอีกเสียหน่อย นางจะเป็นเสิ่นลี่อิงที่น่าภาคภูมิใจ
ในที่สุดนางก็เดินจนมาเจอหมู่บ้านริมชายป่าในตอนเช้าพอดี เสิ่นลี่อิงจึงเลือกขุดหลุมเพื่อฝังของไว้ที่ริมชายป่านี้และนำตำลึงเงิน และตำลึงทองติดตัวไปด้วยเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
นางมุ่งหน้าเดินตรงไปยังบ้านเรือนที่เห็นเรียงรายอยู่มากมาย ผ่านบ้านร้างที่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ติดชายป่า เสิ่นลี่อิงลอบยิ้มในใจ บ้านหลังนี้ตรงกับความต้องการของนางเหลือเกิน
เดินได้ไม่นานนักชาวบ้านที่เห็นนางก็ร้องทักออกมา “แม่นาง แม่นางจะไปที่ใดหรือ” ชาวบ้านหญิงคนหนึ่งที่สวมสะพายตะกร้าสานไว้ที่หลังเอ่ยทักนางขึ้น
“พี่สาว ข้าหลงป่า พี่สาวพาข้าไปหาหัวหน้าหมู่บ้านได้หรือไม่”
“ตายแล้ว ได้ๆ เจ้าตามข้ามาข้าจะพาไปหาหัวหน้าหมู่บ้านหยางเอง”
ถ้าขอซื้อบ้านเก่าสักหลัง เขาจะให้ไหมนะ เสนอราคามากหน่อยก็คงอยู่หมู่บ้านนี้ได้…และต้องมากพอไม่ให้เขาคาดคั้นเอาเอกสาร
เสิ่นลี่อิงคิดอะไรไปเพลินๆ ได้เพียงครู่เดียวก็เดินมาถึงหน้าบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านหยาง
“ลุงหยาง มีคนหลงป่ามาขอความช่วยเหลือ ท่านออกมาจัดการหน่อยเถอะ” หญิงสาวที่เจอนางเป็นคนแรก เอ่ยร้องเรียกให้หัวหน้าหมู่บ้านออกมาพบนาง
“เจ้ารอครู่เดียวเดี๋ยวข้ารีบออกไป” เสียงของชายที่น่าจะอยู่ในวัยห้าสิบตะโกนตอบก่อนจะเดินออกมาในเวลาไล่เลี่ยกัน
“แม่นางข้าต้องเร่งไปหาของป่าแล้วนะ หากเจ้าคุยธุระกับท่านหัวหน้าหมู่บ้านเรียบร้อยแล้ว เจ้าไปนั่งรอที่หน้าบ้านข้าได้เลย อยู่หลังที่ติดกับบ้านร้างนั่นแหละ” หญิงที่เจอนางเป็นคนแรกเอ่ยขึ้นอย่างใจกว้าง แล้วค่อยๆ เดินจากไป
“ท่านเป็นหัวหน้าหมู่บ้านใช่หรือไม่ ข้าชื่อซา…ซาอิน”
ฉิบหายแล้วไหมล่ะ..เกือบหลุดชื่อจริง ซาบ้าซาบออะไร ลี่อิง ลี่อิง!
“เป็นชื่อที่แปลกยิ่งนัก เจ้าไม่ใช่คนแถบนี้ล่ะสิ” หัวหน้าหมู่บ้านเอ่ยถาม
นางส่ายหัวให้กับความสับสนของตัวเอง ตัวนางตามเดิมแล้วชื่อซาร่า เมื่อต้องพูดถึงชื่อตนจึงหลุดปากคำว่าซาออกไปทันที นางคงต้องกลับไปท่องทุกวันเสียแล้วว่าร่างนี้ชื่อลี่อิง เพราะซาร่าตัดสินใจแล้วว่าจะใช้ชื่อจริงในการซ่อนตัว เพราะหากคนจะหลบหนีย่อมต้องเปลี่ยนชื่อ แต่ถ้าใช้ชื่อเดิมเหล่านักฆ่าอาจคิดว่าเป็นผู้อื่น แผนของซาร่าคือการสร้างความสับสน
“น่าจะใช่เจ้าค่ะ ในป่าน่าจะเกิดเรื่องร้ายขึ้น ข้าจำได้เพียงชื่อตนเองเท่านั้น แต่ข้าเป็นใครมาจากไหนล้วนลืมสิ้น” เสิ่นลี่อิงตอบกลับออกไปเลี่ยงๆ
“แล้วเจ้าจะให้ข้าช่วยอย่างไรให้พาไปส่งทางการหรือ”
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้าเพียงอยากขอพักฟื้นอยู่อาศัยในหมู่บ้านจนกว่าความทรงจำจะกลับมาได้หรือไม่ ตัวข้าไม่อาจทราบได้ว่าสิ่งใดเกิดขึ้นบ้าง หากกลับไปทั้งที่ยังไม่รู้สิ่งใดเกรงว่าจะเป็นอันตราย”
“ตายแล้ว เช่นนี้จะไม่อันตรายมาถึงคนในหมู่บ้านเราหรือ” ฮูหยินของหัวหน้าหมู่บ้านที่เพิ่งเดินมาสมทบกล่าวขึ้น
“พวกเจ้าไม่รู้ว่าข้าเป็นใคร ข้าเองก็ไม่รู้ว่าข้าเป็นใคร หากมีอันตรายจริงก็ไม่มีใครมาตรวจสอบหมู่บ้านที่ห่างไกลเช่นนี้แน่”
“เจ้ารับรองเรื่องเช่นนี้ไม่ได้หรอก” หัวหน้าหมู่บ้านเอ่ยขัดมีท่าทีไม่พอใจเล็กน้อย
“ข้ามิได้ต้องการสิ่งใดมากมาย ขอแค่บ้านหลังเก่าริมชายป่า และที่ดินอีกนิดหน่อย บ้านหลังนั้นเป็นบ้านร้างไม่ใช่หรือ และข้าพร้อมจะจ่ายสิบห้าตำลึงทอง ข้อเสนอเช่นนี้หากเจ้าปฏิเสธก็น่าเสียดายนะ” ลี่อิงคนใหม่เสนอไปในราคาที่คุณหนูผู้นี้เคยซื้อข้าวของในเมืองหลวง
“ยี่สิบตำลึงทอง แล้วข้าจะรับเจ้าเข้าเป็นคนในหมู่บ้าน”
“ตกลง อ้อ! แล้วลุงเปลี่ยนมาเรียกข้าด้วยชื่อลี่อิงก็แล้วกัน จะได้คุ้นหูคนที่นี่”
“ตกลงตามนั้น รอสักครู่ ข้าจะจัดการเอกสารให้”
เสิ่นลี่อิงพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะยืนมองหัวหน้าหมู่บ้านเข้าไปจัดการเรื่องเอกสาร ไม่นานเขาก็นำออกมายื่นให้นาง และนำทางไปยังบ้านร้างท้ายหมู่บ้านที่ลี่อิงเห็นในตอนแรก เมื่อเสร็จสิ้นแล้วท่านหัวหน้าหมู่บ้านก็บอกให้นางจัดการตามที่เห็นสมควรได้เลย นางแกล้วตีหน้าเศร้าว่านั่นเป็นเงินทั้งหมดที่มีแล้ว หัวหน้าหมู่บ้านจึงได้ทำท่าทีลุกลนแล้วรีบขอตัวจากไป ให้นางได้สำรวจบ้านอย่างสะดวก
ทำเลดีชะมัดมีลำธารติดชายป่าที่ดินก็ได้เยอะ ล้อมรั้วแล้วด้วย..ทุ่นแรงไปเยอะ
บ้านร้างหลังนี้เพียงแค่ดูทรุดโทรมเล็กน้อย แต่ตัวบ้านยังสามารถอยู่อาศัยได้ มีการล้อมรั้วบ้านและที่ดินที่ติดกันไว้ เสิ่นลี่อิงไม่รู้ว่าทำไมบ้านหลังนี้จึงไม่มีผู้ใดย้ายเข้ามาอยู่ อาจเป็นไปได้ว่ามีความผิดปกติเกี่ยวกับเจ้าของบ้านคนเก่า แต่นางไม่สนใจ
หลังจากที่ลุงหยางหัวหน้าหมู่บ้านเดินจากไปแล้ว เสิ่นลี่อิงจึงเดินกลับไปยังหลุมที่ขุดเพื่อฝังทรัพย์สมบัติจากรถม้าไว้
นางนำของเข้ามาไว้ในบ้าน ที่พบว่ามีเครื่องเรือนค่อนข้างครบครัน และโชคดีที่มีหีบใหญ่เกือบเท่าโลงศพตั้งอยู่จึงนำของมีค่าใส่ลงในหีบนั้น ส่วนพับผ้าต่างๆ ที่ใช้ห่อของคงต้องนำไปซักให้เรียบร้อยเสียก่อน
เมื่อจัดการเก็บของเรียบร้อยแล้วนางจึงเดินออกจากบ้านใหม่ของตัวเองไปนั่งที่หน้าบ้านของหญิงสาวที่เจอก่อนหน้านี้ ลี่อิงนั่งพิงกำแพงบ้านของพี่สาวคนดังกล่าว ก่อนจะเผลอหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน
บทที่ 2 ย่อมต้องมีพรวิเศษ
บทที่ 2 ย่อมต้องมีพรวิเศษ
ภายในห้วงฝันนางเห็นภาพหมอกควันจางๆ ล่องลอยอยู่รอบตัว จนอดตกใจไม่ได้ว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์อาจรู้แล้วว่าหลังจากเสียชีวิตนางไม่ได้ไปยังปรโลก แต่ดันมาเข้าร่างคนอื่นแทน ซาร่าจึงหลับตาลงแน่น หวังว่าหากนางหลับไปอีกครั้งอาจตื่นขึ้นมาในร่างของเสิ่นลี่อิงตามเดิม
“ซาร่า แม่นางซาร่า ลืมตาขึ้นเถิดข้ามาได้ไม่นานนัก” เสียงเย็นยะเยือกกล่าวออกมา
“อย่าส่งข้ากลับไปเลยนะเจ้าคะ ข้ายังไม่อยากตาย” นางกล่าวขึ้นพร้อมๆ กับรีบลืมตามามองชายตรงหน้าที่ไม่รู้ว่ามาตั้งแต่เมื่อไหร่
“เลิกพูดไร้สาระสักที ใครจะส่งเจ้ากลับกัน” ชายผู้นั้นตอบออกมาพร้อมกับใช้ข้อนิ้วมือเคาะมาที่หัวของนางแรงๆ สองที
“ใครจะไปรู้ท่านอาจจะมาตามข้ากลับไปปรโลกก็ได้นี่มันโลกนิยายไม่ใช่โลกความจริงสักหน่อย ข้าหลุดมาในนี้ก็คงเกิดเรื่องปั่นป่วนขึ้นบ้างนั่นแหละ”
“เจ้านี่มันสำคัญตัวผิดเสียจริง การข้ามภพเช่นนี้เป็นเรื่องปกติของเซียนที่ถูกลงโทษ มีภารกิจ หรือแม้แต่เซียนที่ต้องการลงมาเล่นสนุกอย่างเจ้า เห้อ” ชายผู้นั้นถอนหายใจออกมาก่อนจะยกมือขึ้นมากอดอก
เซียนอะไรวะ ท่าจะบ้า มันมีที่ไหน หรือจริงๆ แล้วฉันแค่กินเยอะไปแล้วฝัน ไม่ได้เข้ามาในนิยายตั้งแต่แรก
“เลิกคิดเพ้อเจ้อเสียที ภพนี้มีอยู่จริงๆ นักเขียนในภพนั้นถูกดลใจให้เขียนเรื่องราวเหล่านี้ขึ้น ส่วนเจ้า ความจริงแล้วก็ต้องมาเกิดภพนี้นี่แหละ แต่ระหว่างทางที่จะไปเกิดตัวเจ้าดันสร้างเรื่อง เล่นสนุกจนไปผิดภพ เอาเถอะ เรื่องนั้นยังไม่สำคัญ เอาเป็นว่าเจ้าอยู่ถูกที่ถูกเวลาแล้วในตอนนี้”
แม้จะรู้สึกตกใจแต่เสิ่นลี่อิงก็ปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว จากการคาดเดาชายตรงหน้านี้คงเป็นเซียนเช่นกัน และคงมีอำนาจวิเศษสามารถให้พรนางได้
ไม่ได้การ..ต้องรีบขอก่อนเซียนท่านนี้จะปลีกตัวกลับไป
“มาบอกแค่นี้หรอ ไม่มีให้พรวิเศษเหมือนที่ตัวละครที่ข้ามภพมาในนิยายเขาได้กันหรือ ขอหน่อยได้หรือไม่” เสิ่นลี่อิงเก็บความงุนงงไว้ในใจ ก่อนจะถามถึงเรื่องสำคัญที่สามารถใช้เป็นแต้มต่อในการดำเนินชีวิตของตนเองได้ก่อน
แม้นางจะเป็นคนช่างจินตนาการ หากแต่การทำงานในพบก่อนก็ส่งผลให้นางกลายเป็นคนที่สามารถผลักอารมณ์ตกใจทิ้งไป และตั้งสติกับสถานการณ์ตรงหน้าได้อย่างรวดเร็วมาเสมอ
“ก็ข้าบอกว่าไม่ใช่นิยาย เอาเถอะ ที่ข้ามาก็มาเพื่อมอบสิ่งเหล่านั้นให้เจ้านั่นแหละ ความจริงแล้วก็เป็นพลังของเจ้าเอง สิ่งที่เจ้าเตรียมไว้ให้ตัวเองคือมิติช่องว่าง ของวิเศษในช่องว่างเจ้าก็เตรียมไว้จนครบ สิ่งไหนใช้อย่างไรไปทดลองเอาเองเถิด ส่วนรถม้านั่นที่ไม่มีใครกลับไปเอาสมบัติของเจ้า เพราะข้าบังตาไว้ ขอบคุณข้าสิ” เซียนหนุ่มน้อยยืดอกขึ้นแสดงความภาคภูมิใจออกมา มีสีหน้าคาดหวังคำขอบคุณและชื่นชมจากนาง
“ท่าทีเช่นนี้ในภพเซียนเจ้าเป็นลูกไล่ของข้าใช่หรือไม่” เสิ่นลี่อิงหรี่ตาลงเล็กน้อยคล้ายกับต้องการจับผิด
“หึ่ย ข้าไม่คุยกับเจ้าแล้ว ข้าไปก่อน ขอให้สนุก ตามหาภารกิจของเจ้าให้เจอ อีกแปดสิบปีไว้เราค่อยพบกัน”
“เดี๋ยวๆ ข้าจะตายในอีกแปดสิบปีหรอ งั้นแบบนี้ตอนนี้ทำอะไรก็ไม่ตายใช่ไหม” เสิ่นลี่อิงพูดออกไปอย่างตื่นเต้นเพราะชาติก่อนนางตายตั้งแต่อายุสี่สิบสองปี การได้อยู่จนแก่ถือเป็นความฝันอันสูงสุดในตอนนี้
“จะบ้าหรอ ต่อให้อายุขัยเจ้าจะเป็นอีกแปดสิบปี อีกร้อยปี เจ้าก็ยังต้องระวังอยู่ดี ข้าต้องไปแล้ว” เซียนหนุ่มผู้นั้นค่อยๆ เลือนหายไปปล่อยนางทิ้งไว้ในห้วงหมอกควันอันน่าขนลุก
น่ากลัวเหมือนกันนะเนี่ย แอบหนาวด้วย… เออลืมถามไปเลยว่าตายจากชาติที่แล้วได้ยังไง จำได้แค่หลับไปเฉยๆ ไหลตายหรอ หรือไอ้หน้าอ่อนนี่มันฆ่าฉันเพื่อพามาโลกนี้กันแน่นะ…
“นี่ แล้วข้าจะออกไปจากตรงนี้ยังไง ลืมพาข้าไปส่งหรือเปล่า” นางตะโกนถามไปในห้วงว่างแห่งนี้ เพราะไม่รู้ว่าต้องเดินไปทางไหนเพื่อหาทางออก
สิ้นเสียงโวยวายนางก็รู้สึกตัวเพราะมีคนสะกิด เสิ่นลี่อิงลืมตาขึ้นมาพบว่าแสงแดดกำลังแยงเข้าตา และกำลังจะเคลื่อนมายังกึ่งกลางหัวของนาง หันไปด้านข้างก็พบกับพี่สาวที่เจอในตอนเช้า
“อ้าวพี่สาว ข้ามารอตามที่ท่านบอก ข้าเผลอหลับไป เพราะเมื่อคืนข้าไม่กล้านอนหลับในป่ากลัวจะมีอันตราย”
“ไม่ว่ากัน ข้าเข้าใจ เอ..น้องสาวชื่ออะไรหรือ” นางเอ่ยถามออกมา พร้อมกับดึงมือให้เสิ่นลี่อิงตามเข้าไปนั่งในบ้าน
“ข้าชื่อลี่อิง พี่สาวเล่าชื่ออะไร”
“ข้าชื่อจินเหมย แต่เจ้าจะเรียกว่าพี่จินก็ได้ ความจริงเป็นคนหมู่บ้านถัดไป ข้าแต่งงานมาอยู่ที่นี่”
“เจ้าค่ะพี่จิน ข้าขอฝากตัวด้วย ต่อไปข้าจะมาอยู่ที่บ้านร้างท้ายหมู่บ้านนี้ ข้าขอซื้อจากหัวหน้าหมู่บ้านเรียบร้อยแล้ว” เสิ่นลี่อิงเริ่มต้นการผูกมิตรทันที หากจะอยู่ที่นี่นางจำต้องมีเพื่อน และพี่จินผู้นี้ก็ดูเป็นคนไม่มีพิษไม่มีภัยอะไร
“ทำไมไปอยู่บ้านหลังนั้นเล่า บ้านหลังนั้นน่ะผีดุนะ แล้วเหตุใดหลงป่าไม่ไปหาทางการเพื่อกลับไปหาครอบครัวทำไมคิดจะมาปักหลักอยู่ที่นี่” พี่จินรัวคำถามออกมามากมาย เพราะไม่เข้าใจการกระทำของนางแม้แต่น้อย เป็นหญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานดันจะมาอยู่บ้านร้างท้ายหมู่บ้านเพียงผู้เดียว ไม่มีใครเขาทำกัน
“อ้อ พอดีตัวข้าจำได้แต่ชื่อเท่านั้น จำสิ่งอื่นไม่ได้อีก คงต้องขออยู่ที่นี่จนกว่าความทรงจำจะกลับมา ส่วนผีไม่เป็นไรหรอกข้าไม่กลัว” นางยิ้มขำเล็กน้อยโบกมือปฏิเสธย้ำว่านางไม่กลัวผีจริงๆ
“น่าสงสารเสียจริง จำสิ่งใดไม่ได้เลยหรือ จากเสื้อผ้าที่เจ้าใส่ดูไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา เจ้าน่าจะเป็นคุณหนูลูกคนมีเงิน จะทนลำบากเช่นนี้ได้หรือ” พี่จินกล่าวพลางลูบอาภรณ์ของนางไปพลางๆ
“ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว มีแต่ต้องอยู่ให้หายดี ถ้าข้าขอเป็นน้องสาวพี่จินได้หรือไม่”
“ได้อยู่แล้วมีน้องสาวงดงามขนาดนี้ ตัวข้าย่อมยินดี มาเถิด บ้านหลังนั้นแม้จะมีเครื่องเรือนอยู่ครบเพราะไม่มีใครกล้าใช้ต่อ แต่พวกหมอนและผ้ารองนอนย่อมไม่มี ยืมของข้าไปก่อน เจ้ามีของเจ้าเมื่อไหร่ค่อยนำมาคืน” พี่จินลุกขึ้นพร้อมกับไปหยิบหมอนขนาดเล็กหนึ่งใบและผ้าห่มบางเบาหนึ่งผืน
“บางไปเสียหน่อย นี่เป็นของลูกข้าตอนยังเล็กเจ้าใช้แก้ขัดไปก่อนแล้วกัน”
“เท่านี้พี่ก็มีน้ำใจมากแล้ว ขอบคุณพี่จินเหมยที่ดีกับข้า” เธอกล่าวด้วยรอยยิ้มรับน้ำใจของหญิงตรงหน้า
“วันนี้ก็อยู่กินข้าวเสียที่นี่ แล้วเดี๋ยวไปอาบน้ำพร้อมกัน มาเถอะ เดี๋ยวข้าจะทำข้าวกลางวันไปส่งลูกและสามี” พี่จินดึงนางไปที่หลังบ้านให้นางมาช่วยทำครัว
ทันทีที่ได้เห็นครัวเสิ่นลี่อิงถึงกับอึ้ง เพราะครัวของพี่จินเหมยมีเครื่องปรุงเพียงสองอย่าง นางลืมไปเสียสนิทว่าเครื่องปรุงเป็นสิ่งหายากในโลกยุคนี้ หากจะตอบแทนพี่สาวท่านนี้ การนำเครื่องปรุงมาให้นางอาจเป็นเรื่องที่ดีที่สุด พรุ่งนี้นางคงจะลองไปหาวัตถุดิบว่ามีสิ่งใดนำมาทำเป็นเครื่องปรุงได้บ้าง
ภารกิจที่เซียนคนนั้นบอกช่างมันไปเถอะ ต้องกินให้อร่อยก่อนถึงจะอยู่รอด