โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ESSO” สิ้นสุดตำนาน 129 ปี เปลี่ยนสู่ “บางจาก” บิ๊กดีลวงการพลังงานไทย 2.26 หมื่นล้าน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 29 ส.ค. 2566 เวลา 12.06 น. • เผยแพร่ 29 ส.ค. 2566 เวลา 02.59 น.

ดีลใหญ่แห่งวงการพลังงานของไทยปี 2566 เมื่อ บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) เข้าเทคโอเวอร์ บมจ.เอสโซ่ (ประเทศไทย) หรือ ESSO และแล้วดีลควบรวมขนาดใหญ่นี้สำเร็จเสร็จสิ้น ที่มาพร้อมกับการแปรเปลี่ยนแบรนด์ปั๊มน้ำมัน ESSO ที่ดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 129 ปี สู่แบรนด์บางจากอย่างเต็มตัวในวันที่ 1 กันยายน 2566

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ข่าวใหญ่ครั้งใหญ่นี้เริ่มขึ้นเมื่อปลายปี 2565 เมื่อสื่อต่างประเทศรายงานถึงBCP ชี้แจงกรณีมีกระแสข่าวเตรียมเข้าซื้อกิจการของ ESSO ว่า คณะกรรมการบริษัทมีการพิจารณาการลงทุนอยู่เสมอ ในขณะนั้นยังไม่มีข้อสรุป รวมถึงรายละเอียดและเงื่อนไขการลงทุนใดๆ ด้าน ESSO ออกมาชี้แจงเช่นเดียวกันว่าบริษัทไม่ออกความเห็นเรื่องข่าวลือหรือการคาดเดาใด ๆ

เป็นเวลาเพียงไม่ถึง 1 เดือน BCG แจ้งต่อ ตลท.ว่าที่ประชุมคณะกรรมการของบริษัท ได้มีมติเอกฉันท์อนุมัติการเข้าทำธุรกรรมและเห็นชอบให้เสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติการเข้าซื้อหุ้นสามัญของ ESSO จาก ExxonMobil โดยเข้าซื้อหุ้นในสัดส่วน 65.99% พร้อมประกาศทำคำเสนอซื้อ (เทนเดอร์ ออฟเฟอร์) ทั้งหมด ซึ่งมีการทำสัญญาซื้อขายหุ้นในวันที่ 11 มกราคม 2566

ขณะที่ ESSO แจ้ง ตลท.ว่า กรรมการซื้อขายหุ้นนี้ขึ้นอยู่กับผลสำเร็จของเงื่อนไขต่างๆ ซึ่งรวมถึงการได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง (หากมี) เช่น กระทรวงพลังงาน และคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า

พร้อมระบุว่าเนื่องจากจะมีการเปลี่ยนแปลงการควบคุม เอ็กซอน โมบิล คอร์ปอเรชั่น จะส่งหนังสือบอกกล่าวเลิกสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในเครื่องหมายการค้า (Trademark License Agreement) มายัง ESSO โดยให้การเลิกสัญญามีผลในวันที่เป็นผลสำเร็จตามสัญญาซื้อขายหุ้น และจะทำสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในเครื่องหมายการค้าแบบไม่เป็นผู้ใช้สิทธิแต่เพียงผู้เดียวต่อไปอีกเป็นระยะเวลา 2
ปีนับจากวันที่เป็นผลสำเร็จ

เมื่อวันที่ 13 ม.ค.2566 ESSO ได้รับหนังสือบอกกล่าวการเลิกสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในเครื่องหมายการค้าจาก EMC โดยให้การเลิกสัญญามีผลเมื่อธุรกรรมการซื้อขายหุ้นแล้วเสร็จอันจะเป็นผลให้บริษัทไม่สามารถดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นสำเร็จรูปและกิจกรรมเกี่ยวกับธุรกิจการตลาดเคมีภัณฑ์ภายใต้ตรา ExxonMobil ได้อีกต่อไป

และเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2566 BCP เคาะราคาซื้อขายหุ้น ESSO ที่ 9.8986 บาท/หุ้น หลังจบดีลควบรวม มูลค่าเสนอซื้อทั้งสิ้น 1.16 หมื่นล้านบาท เตรียมทำเทนเดอร์ 34% คาดชำระราคาค่าหุ้นสามัญ 2.2 พันล้านหุ้นภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2566

โดยบริษัทคาดว่าจะดำเนินการซื้อหุ้นสามัญของ ESSO จำนวน 2,283,750,000 หุ้น หรือคิดเป็น 65.99% จาก ExxonMobil Asia Holdings Pte.Ltd (ผู้ขาย) ในมูลค่า 22,605,926,000 บาท หรือคิดเป็นราคา 9.8986 บาท/หุ้น และจะชำระราคาค่าหุ้นสามัญให้กับผู้ขายในวันที่ 31 สิงหาคม 2566

อนึ่งข้อมูลจากเว็บไซต์บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือที่เกี่ยวข้องได้ประกอบธุรกิจในประเทศไทยมายาวนานกว่า 125 ปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2437 (จนถึงปี 2566 มีอายุ 129 ปี) เป็นหนึ่งในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจการกลั่นและค้าน้ำมัน รวมถึงเคมีภัณฑ์แบบครบวงจร ซึ่งฐานธุรกิจหลักประกอบไปด้วย โรงกลั่นน้ำมันและโรงงานอะโรเมติกส์ที่ศรีราชา จังหวัดชลบุรี เครือข่ายคลังน้ำมันและสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ รวมถึงธุรกิจน้ำมันหล่อลื่น ภายใต้ชื่อการค้า เอสโซ่ และ โมบิล

ธุรกิจของบริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประกอบด้วย

  • โรงกลั่นน้ำมันระดับมาตรฐานโลก ตั้งอยู่ที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี และมีกำลังการผลิตสูงสุด 174,000 บาร์เรลต่อวัน
    หน่วยผลิตสารทำละลาย ซึ่งมีกำลังการผลิต 50,000 ตันต่อปี
  • เครือข่ายสถานีบริการเอสโซ่มีจำนวนสถานีบริการน้ำมัน 731 แห่งทั่วประเทศ (ข้อมูล ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2564)
  • ช่องทางพาณิชยกรรม ครอบคลุมการขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมให้แก่โรงงานอุตสาหกรรม ผู้ค้าส่ง ตลอดจนลูกค้าในอุตสาหกรรมการบินและการเดินเรือ ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ขายให้แก่โรงงานอุตสาหกรรมและผู้ค้าส่ง ประกอบด้วยก๊าซปิโตรเลียมเหลว น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล น้ำมันเตา น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน ยางมะตอย และน้ำมันหล่อลื่น
  • จำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นและน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ภายใต้ชื่อการค้า โมบิล และสนับสนุนเครือข่ายศูนย์บริการรถยนต์โมบิลทั้ง 232 แห่ง ซึ่งประกอบด้วยศูนย์โมบิล 1 เซ็นเตอร์ 190 แห่ง และ โมบิลเอ็กซ์เพรส 42 แห่ง (ข้อมูล ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2564)

ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2551 ราคาไอพีโอ 10 บาท มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 4.9338 บาท จำนวนหุ้นจดทะเบียน ณ วันที่ 11 มกราคม 2566 จำนวน 3,460.86 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป ) 38,415.52 ล้านบาท ผู้ถือหุ้นรายย่อย ณ วันที่ 17 มีนาคม 2565 จำนวน 20,310 ราย คิดเป็นสัดส่วน 34.01%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...