กำเนิดอาชีพ ‘รับจ้างส่อง แอคเคาน์ไพรเวท’ลูปของคนที่ ไม่ยอมแพ้ (แต่ก็ไม่มีวันชนะ)
ใครที่เล่นติ๊กต่อกบ่อยๆ อาจจะได้เห็นการเกิดขึ้นของวิธีหาเงินแบบใหม่
นั่นคือการรับจ้างกดฟอลโลวแอคเคาน์โซเชียลมีเดียที่ล็อกไว้เป็น private
เพื่อไปตามแคปความเคลื่อนไหวของใครคนนั้น ที่บางทีก็อาจจะบล็อกเราเอาไว้ หรือไม่ได้รับฟอลฯ เรา หรือเป็นเราเองที่กลัวเขารู้แล้วจะเสียฟอร์ม ดังนั้น การจ้างใครสักคนให้เข้าไปเป็นนาตาชา ก็มีแนวโน้มว่าเราจะไม่พลาดความเคลื่อนไหวของใครคนนั้น แถมอีกฝ่ายก็ไม่รู้เสียด้วย ว่ามีเรากำลังคอยจับตาชีวิตเขาอยู่
ส่วนใหญ่คนที่ตกเป็นเป้าของการส่องก็หนีไม่พ้น แฟนเก่าของเรา แฟนใหม่ของแฟนเก่า หรือ แฟนเก่าของแฟนเราคนปัจจุบัน ฯลฯ ซึ่งบริการก็มีทั้ง ‘แคปให้ทุกโพสต์ ทุกสตอรี่’ ‘แคปคอมเมนต์ให้’ หรือกระทั่ง ‘แคปให้ว่ามีใครกดไลค์คอมเมนต์บ้าง’ ฯลฯ ซึ่งนอกจากบริการสำหรับคนที่ยังฝังใจกับอดีต เหล่านักรับจ้างส่องแอคไพรเวท ยังมีอีกบริการแนวสายลับจับบ้านเล็กด้วย เช่นแอบส่องว่าคนรักหรือคนที่เราคุยอยู่ กดซ่อนสตอรี่จากเรามั้ย แอบไปเช็กอินที่แปลกๆ หรือเปล่า หรือกระทั่ง ‘อีนั่น’ เช็คอินที่เดียวกับแฟนเราไหม ฯลฯ
แน่นอนว่าในกรณีของคนที่ยังต้องข้องเกี่ยวกันอยู่ ก็คงไม่ได้มีประเด็นอะไรมาก นอกจากความเชื่อใจเริ่มสั่นคลอน และการตามหาความจริงก็อาจนำไปสู่การปลดปล่อยเราจากความทุกข์ได้มากที่สุด แต่กรณีของคนที่ไม่ได้อยู่ในชีวิตกันแล้ว หรือโดยปกติก็ไม่ได้ข้องเกี่ยวกันนี่สิ ทำไมเราถึงยังต้องอยากรู้ความเป็นไปของเขาเหล่านั้นอีก?
ใช่หรือไม่ว่า เรายังไม่หมดความรู้สึกที่มีต่อแฟนเก่า เราจึงอยากเห็นชีวิตปัจจุบันของเขา หรือเห็นคนใหม่ของเขาเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการเปรียบเทียบกับตัวเราเอง? ซึ่งที่สุดแล้วก็ไม่ได้ส่งผลดีกับชีวิตด้วยประการทั้งปวง แถมยังท็อกซิกกับความรู้สึกของตัวเองเสียเปล่าๆ
และยิ่งเราติดอยู่ในลูปนี้นานเท่าไหร่ เราก็ยิ่งจมอยู่กับพลังลบและต้องอยู่กับความพ่ายแพ้นานเท่านั้น ซึ่งคำว่า “ไม่แพ้” ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงการได้ใครไปครอง หรือการมีชีวิตที่ดีกว่าใคร แต่หมายถึงการไม่ยอมให้คนบางคนมีอิทธิพลต่ออารมณ์และความคิดของเราจนเกินควรต่างหาก
ว่าแต่เบื้องลึกเบื้องหลังการกระทำกึ่งเสพติดเหล่านี้
เกิดจากอะไรได้บ้าง? ลองมาดูกัน
1. ส่องเพราะแค่อยากรู้ (อยากเห็น) : ข้อนี้นับเป็นเลเวลปกติที่เกิดขึ้นได้ เพราะบางคนก็แค่อยากรู้ว่าตอนนี้เขาเป็นยังไง โดยที่ไม่ได้รู้สึกอะไรแล้วจริงๆ ซึ่งอันที่จริงหากอยู่ที่เลเวลนี้คงไม่ถึงขั้นต้องไปจ้างให้ใครเข้าไปส่อง ดังนั้น ข้ามไปข้อถัดไปได้เลย
2. ส่องเพราะยังรักหรือยังผูกพันกับเขาอยู่ : นี่ล่ะ ข้อสำคัญ หลายคนที่ยังวนเวียนส่องหรือต้องหาจ้างใครไปส่อง นั่นก็เพราะยังรู้สึกรักหรือผูกพันกับเขาอยู่ ซึ่งอาจต้องแยกเจตนาตัวเองให้ชัด ว่าเราแค่อยากเห็นเขามีชีวิตที่ดี หรือลึกๆ เราหวังให้เขาเจ็บปวดเหมือนกัน หรือมีชีวิตที่แย่กว่าเรา ซึ่งข้อหลังนี้เองที่จะกลายเป็นพิษสะสมในตัวเราอยู่อย่างนั้น จนกว่าจะถึงวันที่เราตัดใจจากเรื่องนี้ได้นั่นแหละ
3. ส่องเพื่อให้เข้าใจอะไรอะไรมากขึ้น : บางคนอาจเลิกกันอย่างค้างๆ คาๆ หรือมีคำถามบางอย่างที่ยังไม่ได้คำตอบ การได้เห็นว่าหลังเลิกกันแล้วเขาทำตัวอย่างไรหรือใช้ชีวิตแบบไหน อาจทำให้เราได้รับคำตอบที่ค้างคาได้มากขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็อาจต้องไม่ลืมว่าสิ่งที่เราได้เห็นผ่านโซเชียลมีเดียเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งในชีวิตเขา มันอาจไม่ใช่คำตอบที่แท้จริงเมื่อความสัมพันธ์ของคนมันซับซ้อนกว่านั้น และที่สุดแล้วบางคำตอบก็อาจไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นด้วยเช่นกัน
4. ส่องเพราะกลัวอยู่ลึกๆ ว่าตัวเองจะด้อยกว่า : เรื่องแย่ที่สุดของการเข้าไปส่องแฟนเก่าหรือแฟนใหม่ของเขา ก็คือการเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับเขานี่แหละ เพราะมันคือการเอาทั้งเซลฟ์เอสตีมและสุขภาพจิตตัวเองเข้าเสี่ยงโดยใช่เหตุ เพราะมันหมายความว่าเราได้ยกให้อีกฝ่ายเป็นมาตรวัดในการกำหนดคุณค่าของตัวเรา เมื่อรู้สึกว่าเขาดีกว่าก็มีแต่จะทำให้เรารู้สึกแย่กับตัวเอง หรือต่อให้รู้สึกว่าเราดีกว่า รู้ตัวอีกทีก็อาจกลายเป็นว่าเรามัวแต่หมกมุ่นกับใครบางคนที่เขาอาจจะไม่ได้ให้ค่าเราเลยด้วยซ้ำ และคนที่แพ้คือคนที่ยอมให้อีกฝ่ายมีอิทธิพลกับเรามากเกินไปนั่นเอง
5. ส่องเพราะยังอยากรู้สึกว่าเป็นเจ้าของเขาอยู่ : หลายคนยังอยากสัมผัสความรู้สึกที่ว่า เรารู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเขา และเรารู้จักเขาดีกว่าใคร ดังนั้นการส่องความเป็นไปจึงทำให้เราสามารถ (แอบ) รู้สึกว่าเขายังเป็นคนเดิมของเรา ไม่ได้เปลี่ยนไป (ขนาดนั้น) แต่ถ้าสักวันเขาเปลี่ยนไปนั่นแหละ ความพังและคำถามอีกมากมายจะตามมาในทันที
6. ส่องเพื่อจะมูฟออนได้ไวๆ : ในทางกลับกันกับข้อก่อนหน้า สำหรับบางคน การได้เห็นว่าเขาไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว หรือการได้เห็นเขามีชีวิตใหม่ไปแล้วนั่นแหละ จะช่วยให้เรามูฟออนได้ง่ายที่สุด ดังนั้น ถ้าการส่องพาเรามาถึงจุดที่มูฟออนได้ กิจกรรมส่องก็อาจวนกลับไปเป็นแค่เรื่องของความอยากรู้อยากเห็นตามข้อแรก
ซึ่งถ้าใครที่มาถึงจุดนี้แล้ว เราก็ขอยินดีด้วย แต่ถ้าใครที่ยังวนเวียนอยู่ในลูปของข้อ 2-5 เราก็ขออวยพรให้คุณหลุดออกมาได้ไวๆ เพราะสุดท้าย การไม่แคร์และกลับมารู้สึกดีกับตัวเราเองนั่นแหละคือชัยชนะที่หอมหวานที่สุดแล้ว
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- กำเนิดอาชีพ ‘รับจ้างส่อง แอคเคาน์ไพรเวท’ลูปของคนที่ ไม่ยอมแพ้ (แต่ก็ไม่มีวันชนะ)
- บทบาทใหม่ที่ไม่ใช่แค่ในซีรีส์ของ ‘Gillian Anderson’ กับการเป็นนักเขียนผู้อยากทำลายอุปสรรคที่ขัดขวางความสุขทางเพศของผู้หญิง
- ผลสำรวจเผย คนเจนฯ Z เปิดกว้างเรื่องเซ็กซ์ แต่สนใจความสัมพันธ์แบบ Monogamy ที่ให้ความรู้สึก ‘ชัดเจน’ มากกว่า ในโลกที่ทุกอย่างซับซ้อน ไม่มั่นคง
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com