โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

Dylan O'Brien เผยใจ ไม่มีใครรับฟังเขา จนทำให้เกิดอุบัติเหตุเฉียดตายในระหว่างถ่ายทำ 'Maze Runner: The Death Cure'

BT Beartai

อัพเดต 10 ต.ค. 2567 เวลา 06.08 น. • เผยแพร่ 09 ต.ค. 2567 เวลา 18.01 น.
Dylan O'Brien เผยใจ ไม่มีใครรับฟังเขา จนทำให้เกิดอุบัติเหตุเฉียดตายในระหว่างถ่ายทำ 'Maze Runner: The Death Cure'

‘Maze Runner: The Death Cure’ (2018) หนังปิดไตรภาควงกตมฤตยู ‘The Maze Runner’ ที่ว่าด้วยเรื่องของการผจญภัยของโธมัสและผองเพื่อนที่เอาตัวรอดจากไวรัสแฟลร์ที่คร่าชีวิตคนไปเกือบทั้งโลก ถือเป็นหนังปิดไตรภาคที่จบแบบไม่ค่อยจะสวยงามนัก เพราะทำรายได้ทั่วโลกน้อยที่สุดของแฟรนไชส์ที่ 288 ล้านเหรียญ แม้จะเป็นภาคที่ใช้ทุนสร้างอลังการที่สุดถึง 62 ล้านเหรียญ แถมยังทำคะแนนรีวิวน้อยที่สุดของไตรภาคด้วย

อีกสิ่งที่หลายคนยังจำได้ก็คือ อุปสรรคครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในระหว่างถ่ายทำ เมื่อนักแสดงนำเจ้าของบทโธมัสอย่าง ดีแลน โอไบรอัน (Dylan O’Brien) ประสบอุบัติเหตุระหว่างถ่ายทำในปี 2016 จนถึงขั้นเฉียดตายและใช้เวลาพักฟื้นอยู่นานถึง 6 เดือน โอไบรอันได้ให้สัมภาษณ์ล่าสุดกับ นิตยสาร Men’s Health ซึ่งเขาได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล โดยเฉพาะความรู้สึกไม่มีใครใส่ใจต่อความกังวลเกี่ยวกับฉากสตันต์ของเขาในกองถ่าย เพียงเพราะเขาเป็นนักแสดงวัยรุ่นที่ถูกผู้ใหญ่สั่งไม่ให้ทำตัวมีปัญหา

Dylan O'Brien Maze Runner The Death Cure

“มันเป็นเหตุการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตผมไปเลยครับ ผมมองทุกอย่างแตกต่างออกไป ผมคงพูดได้แหละว่าผมมีวิธีการที่จะมีชีวิตอยู่ในกองถ่ายด้วยตัวเองได้มากขึ้นด้วย มันเป็นเรื่องปกติครับ ที่ในวงการนี้มักจะมีการควบคุมนักแสดงที่เป็นวัยรุ่น และวิธีที่พวกเขาทำก็คือการคอยพูดอยู่ตลอดว่า ‘อย่ามัวแต่ทำตัวดื้อรั้น อย่าทำตัวมีปัญหา’ หรือไม่ก็คอยถามว่า ‘นายกำลังจะบ่นอะไร หรือกำลังจะทำตัวเรื่องมากอยู่หรือเปล่าเนี่ย ?’ ข้อความเหล่านี้แหละครับที่มักจะถูกใช้เพื่อควบคุมนักแสดงวัยรุ่นไม่ให้มีปัญหา”

หลังจากแจ้งเกิดจากการรับบทในซีรีส์ดราม่าเหนือธรรมชาติ ‘Teen Wolf’ (2011–2017) ของ MTV และเป็นเจ้าของเสียงพากย์หุ่นยักษ์บัมเบิลบี ใน ‘Bumblebee’ (2018) โอไบรอันได้โอกาสรับบทนำครั้งแรกในไตรภาค ‘The Maze Runner’ ตั้งแต่ภาคแรกที่ฉายในปี 2014 ภาค ‘Maze Runner: The Scorch Trials’ (2015) และในภาคสุดท้าย ‘The Death Cure’

18 มีนาคม ปี 2016 ไม่กี่วันหลังเปิดกล้องที่เมืองแวนคูเวอร์ รัฐบริติชโคลัมเบีย ประเทศแคนาดา ในระหว่างถ่ายทำฉากสตันต์บนรถจักรยานยนต์ที่กำลังเคลื่อนที่ จนทำให้ตัวของเขาเสียหลักเข้าพุ่งชนกับพาหนะอีกคันหนึ่งอย่างรุนแรง รายงานระบุว่าอุบัติเหตุครั้งนั้นทำให้กระดูกใบหน้าด้านขวาของเขาแตกจนเกือบหมด ทำให้ต้องเข้ารับการศัลยกรรมใบหน้าใหม่ และมีเหล็ก 4 แผ่นดามกระดูกของเขาไปตลอดชีวิต นอกจากนี้ยังทำให้เขาได้รับบาดเจ็บที่สมองอย่างรุนแรงอีกด้วย

โอไบรอันต้องเข้ารับการรักษาและพักฟื้นอยู่นานถึง 6 เดือน จนทำให้ปลายเดือนเมษายน สตูดิโอ 20th Century Fox ได้สั่งเลื่อนการถ่ายทำออกไปอย่างไม่มีกำหนดจนกว่าเขาจะหายดี รวมทั้งตัวหนังที่ต้องเลื่อนกำหนดฉายออกไปด้วย ทำให้เขาหายหน้าหายตาจากสาธารณชน จนทำให้มีข่าวลือว่าเขาอาจไม่กลับมาถ่ายทำต่ออีก หรือไม่ก็วางมือจากการเป็นนักแสดงไปเลย ซึ่งเขาเองก็ยอมรับกับ Vulture ว่า ตัวเขาเองก็เคยคิดจะอำลาฮอลลีวูดจริง ๆ

“มันเหมือนกับว่าผมอยู่ในความมืดมนอยู่ช่วงหนึ่ง มันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย มีช่วงเวลาที่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผมจะได้กลับมาทำงานอีกครั้งหรือเปล่า…ความคิดเหล่านั้นมันทำให้ผมกลัว…ในมุมหนึ่งผมยังจำได้ว่าเวลา 6 เดือนมันผ่านไปเร็วมาก และในอีกมุม 6 เดือนมันนานอย่างกับชีวิตผมผ่านไป 5 ปีเลย”

หลังจากที่เขาพักฟื้นแล้ว ในที่สุดเขาก็เริ่มกลับมาทำงานในฐานะนักแสดง ในเดือนธันวาคม เขาค่อย ๆ เริ่มกลับเข้ามาทำงานการแสดงอีกครั้งด้วยการไปถ่ายทำหนังแอ็กชันทริลเลอร์ ‘American Assassin’ (2017) ก่อนที่เขาจะได้กลับมาถ่ายทำ ‘The Death Cure’ อีกครั้งหลังจากที่ต้องพักกองไปนานกว่า 1 ปี

โอไบรอันได้เปิดใจครั้งแรกหลังจากกลับมาถ่ายทำได้อีกครั้งกับพอดแคสต์ ‘The Big Ticket’ โดย Variety ว่า ด้วยความที่เขายังเยาว์วัย การคิดถึงเรื่องของการตรวจสอบความปลอดภัยในการถ่ายทำจึงเป็นเรื่องที่เขาไม่ได้ใส่ใจมากนัก แต่เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เขาให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในกองถ่าย และกล้าที่จะสอบถามและทักท้วงกับทีมงาน เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นซ้ำรอย

“ตอนที่คุณยังเด็ก ๆ เหมือนตอนที่ผมอายุน้อยกว่านี้ ประมาณอายุ 24 ตอนที่ผมเกิดอุบัติเหตุ ทุกคนในกองถ่ายคือผู้เชี่ยวชาญทั้งนั้น ส่วนผมก็แค่คิดว่าผมทำได้ ผมพร้อมจะทำทุกอย่าง แต่เมื่อไหร่ที่ผมต้องสวมอุปกรณ์ ผมจะคอยตรวจสอบอุปกรณ์นั้น ๆ ทุกชิ้นส่วนแบบจุกจิกเลยล่ะ แม้แต่ทุกวันนี้ ถ้าผมอยู่ในกองถ่ายและต้องแสดงฉากสตันต์ ถ้าผมต้องใส่อุปกรณ์ถ่ายฉากแอ็กชัน มันจะทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเลยครับ มันเป็นเพราะความกลัวที่อยู่ข้างในตัวผม ซึ่งผมคิดว่ามันคงไม่ได้เป็นแบบนี้ไปตลอดหรอก”

Dylan O'Brien Kaya Scodelario Maze Runner The Death Cure

โอไบรอันที่เริ่มกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ และมีผลงานการแสดงในหนังและซีรีส์มากมายจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งการแสดงในมิวสิกวิดีโอหนังสั้น ‘All Too Well: The Short Film’ ของ เทย์เลอร์ สวิฟต์ (Taylor Swift) เผยในบทสัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า แม้ในวันนั้นเขาจะถูกละเลยจากทีมงานจนทำให้เกิดอุบัติเหตุ แต่เหตุการณ์นั้นก็ทำให้เขาได้เรียนรู้ที่จะให้ความสำคัญกับการปกป้องตัวเอง

“ผมได้เรียนรู้หลังจากเกิดอุบัติเหตุว่า การดูแลตัวเอง กับการพยายามปกป้องตัวเองนั้นไม่ใช่เรื่องเดียวกัน อย่าปล่อยให้พวกเขามาหลอกให้คุณคิดเอาเองได้ว่า การพยายามปกป้องตัวเองนั่นคือความดื้อรั้น เพราะพอผมเองมองย้อนกลับไปในวันนั้น ผมรู้ตัวเองดีว่า ผมเป็นเด็กอายุ 24 ปีที่ก็แค่ต้องการแสดงความกังวลเกี่ยวกับอะไรบางอย่าง แต่สิ่งเหล่านั้นกลับไม่เคยมีใครที่ให้เกียรติหรือแม้แต่รับฟังเลย แล้วสิ่งนั้นมันก็เกิดขึ้น และเท่าที่ผมเห็นคือ ทุกคนก็พยายามจะปัดความรับผิดชอบในเรื่องนี้กันหมด ผมแค่อยากจะบอกว่ามันเป็นแบบนั้นจริง ๆ”

“สิ่งนี้สอนผมว่า สุดท้ายแล้ว ในสถานการณ์แบบนี้ คุณต้องเลือกที่จะปกป้องตัวเอง เพราะมันคือสิ่งที่คุณจะพึ่งพาได้มากที่สุด ตัวผมเองเพิ่งอายุ 33 ปี ผมทำงานวงการนี้มา 15 ปีแล้ว ผมรู้จักตัวเองดี ผมรู้ว่าผมจะแสดงยังไงในกองถ่าย ผมปฏิบัติตัวกับผู้คนยังไง และปฏิบัติต่อสถานที่ที่ทำงานยังไง และผมรู้ตัวเองว่าผมไม่ได้เป็นคนเรื่องมาก ผมรู้ว่าผมไม่ใช่คนนิสัยแย่ ผมรู้ว่าวันนั้นผมพยายามปกป้องตัวเอง และผมก็ไม่เคยลืมสิ่งนี้เลย นั่นคือสิ่งที่ผมยึดถือมาโดยตลอด”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...