ยึดไอซ์บิ๊กล็อต! 1.5 ตัน แก๊ง “กัปตันตุ้ย” ขนยาข้ามชาติ
ตำรวจ ปส. รวบแก็งค์ขนยาข้ามชาติ ยึดไอซ์บิ้กล็อตกว่า 1.5 ตัน เตรียมออกทะเล
พล.ต.ท.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย ผบช.ปส.และ พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว รอง ผบช.ปส. ร่วมสั่งการและนำตำรวจ บก.ปส.3 บก.ข่าวกรองยาเสพติด กว่า 80 นาย ร่วมติดตามสืบสวนสะกดรอยและจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติรวมจำนวน 10 คนได้ที่ท่าเรือของรีสอร์ทเกาะนกใหญ่ ต.ตะกาดเง้า อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี และบริเวณใกล้เคียงพร้อมตรวจยึดของกลาง ไอซ์บรรจุในห่อชาตราทุเรียน ใส่ในกระสอบๆ ละ 20 ห่อ บนเรือสปีดโบ๊ทที่จอดเทียบท่า 23 กระสอบ พบในรถยนต์กระบะแบบตู้ทึบอีก 52 กระสอบ รวม 75 กระสอบ น้ำหนักรวม 1,500 กิโลกรัม พร้อมตรวจยึดรถยนต์เก๋ง จำนวน 4 คัน รถกระบะ 2 คัน และอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. 1 กระบอก
จากการสืบสวนขยายผลของ บก.ข่าวกรองยาเสพติด ทราบว่าแก็งค์ขนยาเสพติดข้ามชาตินี้จะได้ใช้เรือสปีดโบ๊ทไปส่งยาเสพติดเรือสินค้ากลางทะเล ซึ่งเป็นเครือข่ายลูกน้องของกัปตันตุ้ยหรือนายชาญชัยผู้ต้องหาตามหมายจับคดีลำเลียงไอซ์ 2,000 กิโลกรัมข้ามชาติ เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.2566 สนพื้นที่ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ขณะนี้หลบหนีไปประเทศเมียนมาและยังคงอยู่เบื้องหลังคอยสั่งการเครือข่ายของตัวเอง
โดยจากการสืบสวนทราบว่า เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2567 นายอนันต์ อายุ 50 ปี อาชีพไต้ก๊งเรือ มีพฤติการณ์น่าเชื่อว่า เป็นหัวหน้าทีมลำเลียงทางทะเลให้กัปตันตุ้ย กำลังเดินทางด้วยเครื่องบินจาก จ.สงขลามาที่กรุงเทพมหานคร พร้อมกับ น.ส.ศุภรัตน์ อายุ 33 ปี แฟนสาว จึงได้จัดกำลังติดตาม จนพบว่าทั้งสองได้เช่ารถยนต์เก๋งเดินทางจากสนามบินดอนเมืองไป อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี จนกระทั่งเข้าไปที่รีสอร์ทเกาะนกใหญ่ ซึ่งมีท่าเทียบเรือและอยู่ไม่ไกลจากจุดออกทะเลที่ปากน้ำแขมหนู และได้ไปพบกับนายจารุชัย อายุ 51 ปี นายนพเก้า อายุ 55 ปี นายแดง อายุ 16 ปี ซึ่งเปิดเช่าห้องรออยู่ที่รีสอร์ทดังกล่าว ต่อมาพบเรือสปีดโบ๊ทสีขาวเข้ามาจอดเทียบท่า
จนกระทั่งวันที่ 10 ส.ค.67 เวลาประมาณ 20.30 น. พบกลุ่มผู้ต้องหาช่วยช่วยกันขนลำเลียงกระสอบ ซึ่งคาดว่าเป็นยาเสพติดจากรถยนต์กระบะตู้ทึบลงไปในเรือสปีดโบ๊ท เจ้าหน้าที่จึงเข้านำกำลังเข้าจับกุม
จากการสอบถามเบื้องต้นกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 10 คน ได้รับคำสั่งจากกัปตันตุ้ย โดยจะได้รับค่าจ้างตั้งแต่ 50,000-300,000 บาท ได้มีการลำเลียงมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3
ทั้งนี้ขณะจับกุม พล.ต.ท.คีรีศักดิ์ฯ ผบช.ปส.ได้เดินทางเข้าไปยังสถานที่เกิดเหตุเพื่อตรวจดูของกลางและซักถามผู้ต้องหาด้วยตนเอง และเผยว่าการจับกุมครั้งนี้ถือเป็นการจับกุมได้พร้อมกันทั้งขบวนการลำเลียง ทั้งทีมลำเลียงทางบกและทางทะเล ขอเตือนผู้ที่คิดจะมาสู่ขบวนการเช่นนี้ ครั้งแรกนั้นอาจรอด แต่ครั้งต่อมามีโอกาสถูกจับกุมและโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต ไม่คุ้มกับค่าจ้างที่ได้รับ
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews