เทรนด์สุขภาพมาแรง! คนหันมาบริโภค ‘นมจากพืช’ มากขึ้น จนการเติบโตแซงหน้า ‘นมวัว’
TODAY Bizview
อัพเดต 30 ส.ค. 2567 เวลา 16.47 น. • เผยแพร่ 30 ส.ค. 2567 เวลา 09.47 น. • workpointTODAYในยุคที่ใครๆ ก็เริ่มใส่ใจสุขภาพ การทานหรือบริโภคอาหารและเครื่องดื่มที่มาจากพืชมากขึ้น กลายเป็นวิถีใหม่ของคนสมัยนี้ ซึ่งมากกวาเทรนด์หรือกระแสทที่มาประเดี๋ยวประด๋าว
ตลาดนมจากพืช (Plant-based Milk) เติบโตอย่างต่อเนื่องราว 8-9% ต่อปี แซงหน้าอัตราการเติบโตของ ‘นมวัว’ ที่โตเพียง 6% ใน 12 เดือนที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งมาจากพฤติกรรมคนที่เปลี่ยน รวมทั้งการดื่มนมวัวเกิดขึ้นมานาน จนทำให้ตัวเลขกการเติบโตกระเตื้องขึ้นอย่างช้าๆ
สำหรับนมจากพืชในปัจจุบันมีอยู่หลายประเภท ตั้งแต่ นมถั่วเหลือง, นมอัลมอนด์ และนมข้าวโพด แต่การเติบโตของน้ำนมข้าวโพดถือว่าอยู่ในระดับที่น่าสนใจ จากตัวเลขที่ ‘อภิรักษ์ โกษะโยธิน’ประธานกรรมการบริหาร บริษัท วี ฟู้ดส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ วี ฟาร์ม (V Farm) เปิดเผยในระหว่างแถลงข่าวว่า นมข้าวโพด V Farm ในปี 2566 เติบโตกว่า 3 เท่า (เฉพาะแค่ปีเดียว) และครองสัดส่วนร้านสะดวกซื้อกว่า 60% ในปัจจุบัน
[ เหตุผลที่ V Farm จับมือกับ ‘ไร่สุวรรณ’ เจ้าแห่งข้าวโพด 60 ปี ]
อายุบริษัทของ V Foods คือ 10 ปี ส่วน ‘ไร่สุวรรณ’ ไร่ที่ใครๆ ก็อยากแวะหากไปที่ปากช่อง โดยเฉพาะคนที่เลิฟ น้ำนมข้าวโพด ข้าวโพดต้ม และ ไอศกรีมน้ำนมข้าวโพด ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่เมื่อ 60 ปีก่อน
ความเชี่ยวชาญของทั้งสองมาลงเอยกันที่‘น้ำนมข้าวโพดน้องใหม่’ วีฟาร์ม x ไร่สุวรรณ มองว่าเป็นอะไรที่มาเขย่าตลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอย่างมาก เพราะหากหยิบตัวเลขการเติบโตของ ‘น้ำนมข้าวโพด’ ที่แซงหน้านมวัวไปแล้ว นำมารวมกับความเชี่ยวชาญของทั้งสอง การร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นโอกาสที่สำคัญที่ส่งต่อไปอีกหลายๆ ส่วนอย่างไม่น่าเชื่อ
ทั้งในแง่ของตลาดเครื่องดื่มสุขภาพ, ตลาดน้ำนมข้าวโพด, เกษตรกรคนไทย และโลกธุรกิจเพราะต่างคนก็ต่างเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องเดียวกัน เพียงแต่เป็นข้าวโพดคนละสายพันธุ์เท่านั้น
อภิรักษ์ ได้กล่าวว่า “ในปีที่ผ่านมาน้ำนมข้าวโพดแบรนด์ V Farm มียอดขายเฉลี่ย 8,000-9,000 ขวดต่อวัน โดยมีการเติบโตของส่วนแบ่งการตลาดในช่องทางร้านสะดวกซื้อเพิ่มขึ้นเกือบ 15 จุด ทำให้ V Farm เป็นเจ้าตลาดน้ำนมข้าวโพดในช่องทางร้านค้าสะดวกซื้อ ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดถึง 64% ใน 12 เดือนที่ผ่านมา เทียบกับไลน์โปรดักส์ของบริษัทฯ ทั้งหมด น้ำนมข้าวโพดมีสัดส่วนรายได้ที่ประมาณ 20% ถือว่าเติบโตอย่างโดดเด่น”
“ในการออกโปรดักส์ใหม่ น้ำนมข้าวโพดวีฟาร์ม x ไร่สุวรรณ บริษัทฯ ต้องการตอกย้ำภาพ 2 ผู้นำตลาดน้ำนมข้าวโพด และข้าวโพดหวานพร้อมทาน ถึงไม่ได้อยู่ในพื้นที่เดียวกัน แต่เราต่างก็สามารถส่งต่อสินค้าดีๆ ได้ ที่สำคัญเรามองว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะเพิ่มความสะดวกให้กับผู้บริโภคที่ต้องการซื้อสินค้าของไร่สุวรรณ ซึ่งเป็นข้าวโพดหวานพันธุ์อินทรี 2”
ทั้งนี้ น้ำนมข้าวโพดใหม่ที่พูดถึงนี้จะวางขายในร้านค้าเซเว่น-อีเลฟเว่น ทั้งหมด 14,000 สาขา โดยลูกค้าสามารถซื้อน้ำนมข้าวโพดสูตรใหม่นี้ได้ทุกวัน ทุกเวลา คืออยากดื่มตอนไหนก็ซื้อได้ แม้ไม่ได้เดินทางไปปากช่อง
จุดเด่นที่ผู้บริโภคจะได้รับจากการร่วมมือกันของ 2 เจ้าแห่งข้าวโพด ก็คือ
- ตัวเลือกเยอะขึ้น ซึ่งน้ำนมข้าวโพดเดิมของ V Farm จะวางขายคู่กับ น้ำนมข้าวโพดไร่สุวรรณ
- ข้าวโพดหวานจากไร่สุวรรณจะอยู่ได้นานขึ้น ด้วยระบบพาสเจอไรซ์
- น้ำนมข้าวโพดสูตรใหม่นี้จะมีอายุสินค้านานถึ 12 วันจากเดิมเพียง 1 อาทิตย์
- V Farm จะเป็นผู้ผลิตและแปรรูปให้ข้าวโพดของไร่สุวรรณ โดยฟาร์มจะลำเลียงข้าวโพดมาให้ประมาณ 5 ตัน เพื่อการผลิต
- V Farm จะเป็นผู้ทำการตลาด และจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายให้กับ ไร่สุวรรณ
- ในระยะกลางและระยะยาว เกษตรจะมีรายได้ที่มั่นคง ทั้งยังมีรายได้เพิ่มขึ้นด้วยจากการขยายกำลังการผลิต
ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ไว้ว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มสัดส่วนทางการตลาดได้อีกกว่า 10% อีกทั้งทั้งสองแบรนด์จะสามารถขยายฐานกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่
ปัจจุบัน V Farm ยังมีไลน์สินค้าอื่นๆ ในพอร์ต นอกเหนือจากน้ำนมข้าวโพด เช่น ข้าวโพดถ้วย, ข้าวโพดฝัก, กล้วยหอมทอง หรือกล้วยน้ำว้ามะลิอ่อง ที่นำมาแปรรูปเป็นขนมถุง เป็นต้น ซึ่งกลุ่มสินค้าที่ทำรายได้มากสุดให้กับ V Farm ก็คือ ‘ข้าวโพดถ้วย – ข้าวโพดฝัก’ ประมาณ 55% ส่วนน้ำนมข้าวโพด อยู่ที่ 20%
นอกจากนี้ V Farm ยังพูดถึงทิศทางการขยายธุรกิจในต่างประเทศ โดยเริ่มขึ้นในปีนี้ครั้งแรก ก็คือ กลุ่ม CLMV (กัมพูชา, สปป.ลาว, เมียนมา และเวียดนาม) ผ่านการขายในเซเว่น-อีเลฟเว่น ขณะที่ตอนนี้มีแพลนกำลังจะไปขายที่ ‘มาเลเซีย’
ขณะเดียวกัน รศ. ดร.ธานี ศรีวงศ์ชัย คณบดีคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ให้ข้อมูลว่า กำลังการผลิตของน้ำนมข้าวโพดไร่สุวรรณในปัจจุบันยังค่อนข้างจำกัด ส่วนหนึ่งก็เป็นเหตุผลว่าทำไมเราเห็นคนเข้าคิวเยอะมากๆ ที่ไร่ฯ เพราะว่าการผลิตนั้นไม่ทันดีมานด์ที่พุ่งขึ้นเรื่อยๆ ของคนไทยที่รักสุขภาพ
โดยเปิดเผยด้วยว่า รายได้หลักๆ ของไร่สุวรรณก็มาจากหลายส่วนรวมกัน ตั้งแต่ การขายเมล็ดพันธุ์ให้กับชาวไร่และเกษตรกร จนไปถึงการขายสินค้าแปรรูปอย่างน้ำนมข้าวโพด หรือข้าวโพดฝักนั่นเอง ดังนั้น การร่วมมือกับ V Farm นอกจากจะสร้างรายได้ที่มากขึ้นให้กับไร่สุวรรณ ยังทำให้ผู้บริโภคกลุ่มใหม่ๆ ที่เพิ่งหันเข้าสายสุขภาพได้ลิ้มลองน้ำนมข้าวโพดสายพันธุ์นี้ด้วย
จากเดิมที่อาจจะเป็นกลุ่มแฟนคลับเดิมวัย 30+ ที่ชื่นชอบน้ำนมข้าวโพด การที่มีตัวเลือกหลากหลาย และผลิตได้เต็มกำลังตามดีมานด์ ก็ทำให้ทั้งสองแบรนด์ได้กลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ๆ ที่รู้จักไร่สุวรรณมานานจากรุ่นพ่อแม่แล้วอยากกจะลองชิม และกลุ่มสุดท้ายก็คือ สายสุขภาพน้องใหม่