โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แท่นรับรางวัลโอลิมปิกปารีส : แรงบันดาลใจจากเหล็กดัดหอไอเฟล หลังคาสังกะสีปารีส

Sarakadee Lite

อัพเดต 08 ส.ค. 2567 เวลา 01.45 น. • เผยแพร่ 05 ส.ค. 2567 เวลา 12.57 น. • ทศพร กลิ่นหอม

การก้าวขึ้นสู่ แท่นรับรางวัล (podium) สำหรับนักกีฬานั้นคือความภาคภูมิใจอย่างสูงสุดหลังจากการฝึกฝนและขับเคี่ยวมาอย่างเข้มข้น และสำหรับ แท่นรับรางวัลโอลิมปิกปารีส และพาราลิมปิกนั้นออกแบบโดยได้แรงบันดาลใจมาจาก“รูปทรงเหล็กดัดของหอไอเฟล” เพื่อเป็นการยกย่องและระลึกถึงวิศวกรและสถาปนิกชาวฝรั่งเศส กุสตาฟว์ ไอเฟล (Gustave Eiffel) ผู้ออกแบบหอไอเฟลและสะพานหลายแห่งด้วยการใช้ลวดลายเหล็กดัดที่เป็นเอกลักษณ์จนกลายเป็นไอโคนิกของปารีสและฝรั่งเศส

แท่นรับรางวัลโอลิมปิกปารีส
รูปทรงเหล็กดัดของหอไอเฟลคือหัวใจหลักในการออกแบบแท่นรับรางวัล

นอกจากแลนด์มาร์กของปารีสแห่งนี้จะเป็นแรงบันดาลใจหลักในการออกแบบแท่นรับรางวัลแล้ว “เศษชิ้นส่วนเหล็กของหอไอเฟล” ยังเป็นองค์ประกอบหลักประดับอยู่ “ตรงกลางด้านหลังของทุกเหรียญรางวัล” ดังนั้นการออกแบบเหรียญรางวัลและ แท่นรับรางวัลโอลิมปิกปารีส จึงมีความสอดคล้องกัน

เศษชิ้นส่วนเหล็กของหอไอเฟลประดับอยู่ตรงกลางด้านหลังของทุกเหรียญรางวัล

“การยืนอยู่บนแท่นรับรางวัลเป็นช่วงเวลาของความภาคภูมิใจและความยิ่งใหญ่พร้อมกับเหรียญรางวัลที่สวมรอบคอ นี่จึงเป็นช่วงเวลาที่ความฝันกลายเป็นความจริงเมื่อพวกเขาก้าวเข้าสู่ประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ของเกมการแข่งขัน การออกแบบแท่นรับรางวัลจึงมีความต่อเนื่องกับการออกแบบเหรียญรางวัลที่มีชิ้นส่วนเหล็กของหอไอเฟลประดับอยู่โดยได้แรงบันดาลใจมาจากผลงานของสถาปนิกชาวฝรั่งเศสผู้ยิ่งใหญ่ กุสตาฟว์ ไอเฟล ผู้ออกแบบเส้นตรงและเส้นโค้งอย่างมีเอกลักษณ์จนเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก” โตนี แอสต็องเก (Tony Estanguet) ประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขัน Paris 2024 กล่าวถึงแนวคิดในการออกแบบ แท่นรับรางวัลโอลิมปิกปารีส

โครงสร้างเหล็กของหอไอเฟล

หอไอเฟลสร้างขึ้นใน ค.ศ. 1887 โดยสถาปนิกและวิศวกรชาวฝรั่งเศส กุสตาฟ ไอเฟล และมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 31มีนาคม ค.ศ. 1889 เพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ของงานเวิลด์เอกซ์โป 1889 ณ กรุงปารีส ด้วยโครงสร้างเป็นเหล็กจึงได้ชื่อว่า ลา ดาม เดอ แฟร์ (La dame de fer) หรือสตรีเหล็ก และได้รับการยกย่องให้เป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศสใน ค.ศ. 1964 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกใน ค.ศ. 1991

แท่นรับรางวัลโอลิมปิกปารีส

พื้นผิวของ แท่นรับรางวัลโอลิมปิกปารีส เป็น “สีเทา” สื่อถึง“หลังคาสังกะสี” ที่เรียกว่า เล ตัวส์ เดอ ปาครี (Les toits de Paris) อันเป็นเอกลักษณ์สถาปัตยกรรมของปารีสที่เริ่มขึ้นเมื่อประมาณกลางศตวรรษที่ 19 ในสมัยจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 (Napoléon III) ผู้ต้องการสร้างปารีสให้เป็นเมืองที่สวยที่สุดในยุโรปจึงได้ให้ บารง โอสมาน (Baron Haussmann) เป็นผู้รับผิดชอบในการวางผังเมืองและสร้างเมืองใหม่ เช่น มีการสร้างและขยายถนน ปรับตัวเมืองให้มีความทันสมัยมากขึ้น เพิ่มเติมพื้นที่สีเขียวให้ปารีส และช่วงนี้นี่เองที่มีอาคารที่เรียกว่า สไตล์โอสมาน ผุดขึ้นราวกับดอกเห็ดทั่วเมือง

หลังคาอาคารต่างๆ ในกรุงปารีส

สำหรับหลังคาของอาคารหรือตึกส่วนใหญ่ โอสมานเลือกใช้แผ่นสังกะสีเป็นวัสดุหลัก เพราะมีน้ำหนักเบาและสะดวกต่อการติดตั้งและปรับปรุง แผ่นสังกะสียังเป็นวัสดุที่ทันสมัยที่สุดในยุคนั้นจึงใช้เป็นสัญลักษณ์แทน “ปารีสสมัยใหม่”ด้วยคุณสมบัติของสังกะสีที่มีน้ำหนักเบาช่วยให้สถาปนิกไม่จำเป็นต้องสร้างคานจำนวนมากเพื่อรองรับหลังคาทำให้เกิดพื้นที่ใช้สอยของอาคารมากขึ้น นี่จึงเป็นที่มาของการสร้างห้องเล็กๆ ใต้หลังคาที่ภาษาฝรั่งเศสเรียกว่า ช็อมป์เดอ บอน (chambres de bonnes) ส่วนสีที่ถือเป็นเอกลักษณ์ของหลังคาแห่งปารีสคือ “สีเทา” ซึ่งเป็นการผสมผสานของสีเทาสว่างของสังกะสีกับสีเทาเข้มของกระดานชนวน

วัสดุที่ใช้คือไม้ในประเทศฝรั่งเศสและพลาสติกรีไซเคิลจำนวนกว่า 40 ตัน
แท่นรับรางวัลเป็นแบบโมดูลสามารถประกอบกันได้ถึง 23 รูปแบบ

แท่นรับรางวัลโอลิมปิกปารีส ถูกออกแบบให้เป็นลักษณะแบบ โมดูล (module) โดยแต่ละชิ้นส่วนสามารถนำมาประกอบเข้าด้วยกันและปรับขนาดได้ตามต้องการสำหรับการรับเหรียญรางวัลของการแข่งขันแบบต่างๆ ทั้งแบบเดี่ยว แบบคู่ หรือแบบทีม โมดูลมีจำนวนทั้งสิ้น 685 ชิ้น 23 รูปแบบ และหนักชิ้นละ 45 กิโลกรัม วัสดุที่ใช้คือไม้ในประเทศฝรั่งเศสและพลาสติกรีไซเคิลจำนวนกว่า 40 ตันเพื่อโปรโมตว่า “100% Made in France”

อ้างอิง

https://olympics.com/en/news/paris-2024-olympic-paralympic-podiums-revealed-eiffel-tower-inspired

The post แท่นรับรางวัลโอลิมปิกปารีส : แรงบันดาลใจจากเหล็กดัดหอไอเฟล หลังคาสังกะสีปารีส appeared first on SARAKADEE LITE.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...