โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ทนายธรรมราช เตรียมแจ้งความเอาผิด "อ.เบียร์" ข้อหา "เหยียดหยามศาสนา"

WeR NEWS

เผยแพร่ 28 ต.ค. 2567 เวลา 06.12 น.

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2567ทนายธรรมราช สาระปัญญา ได้โพสต์เฟซบุ๊ก เตรียมกล่าวโทษ ต่อสอบสวนกลางให้ดำเนินคดี “ฅนตื่นธรรม” หรือ “อ.เบียร์” กับพวก ในข้อหา “เหยียดหยามศาสนา” ตาม ป.อาญา ม.206, พรบ.คอม ม.14 (1) โดยระบุข้อความว่า

ลักษณะ 4 ความผิดเกี่ยวกับศาสนา มาตรา 206 ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆ แก่วัตถุหรือสถานอันเป็นที่เคารพในทางศาสนาของหมู่ชนใด อันเป็นการเหยียดหยามศาสนานั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

กรณีที่อาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรานี้ มีเหตุการณ์หนึ่งที่ ทิดเบียร์คนตื่นธรรม กับพวก นั่งในรายการโหนกระแส ได้ร่วมกันกล่าวและเผยแพร่ข้อความนั้นออกทางสื่อโซเชียลออนไลน์ YouTube Facebook ติ๊กต็อก ข้อความว่า

“เอาเงินไปสร้างวัตถุมงคลสร้างวัดวาอาราม วิหาร ศาลาโรงธรรมใหญ่โต เอาไว้ให้หมาไปเดินเกาขี้กากในศาลา อย่างนี้มันสร้างใหญ่ ตัวเอาให้นกขี้อยู่ในศาลาเต็มไปหมด แต่คำถามคือมีใครเข้าไปใช้ในศาลานั้นไหม ไม่มี เพราะอะไรมันสร้างเกินกว่าเหตุ มันสร้างเพื่ออยากได้ศรัทธา โชคลาภวาสนาอะไรก็แล้วแต่ สร้างขึ้นมาเพื่อให้มันดูยิ่งใหญ่ ฯลฯ”

ข้อความดังกล่าวที่ทิดเบียร์คนตื่นธรรมกับพวก ร่วมกันกล่าวและเผยแพร่ออกสื่อสาธารณะ YouTube Facebook ติ๊กต็อก อาจเข้าข่ายความผิดข้อหาเหยียดหยามศาสนา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 206

เดี๋ยวผมจะเตรียมรวบรวมพยานหลักฐานยื่นต่อ บก.ปอท ให้ดำเนินคดีกับทิดเบียร์คนตื่นธรรม ในข้อหานี้ และข้อหา ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (1)

ด้วยความจริงแล้ว ศาลาวัด วิหาร หรือโรงธรรม เป็นการสร้างขึ้นเพื่อ ให้พระสงฆ์และพุทธสาสนิกชน ได้ประกอบศาสนพิธีหรือศาสนกิจ อันเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนา ให้ดำรงคงอยู่ ให้ดำรงคงยิ่ง สืบสานพระพุทธศาสนา จัดกิจกรรมงานบุญ อันแสดงให้เห็นถึงความสมัครสมานสามัคคีของพุทธศาสนิกชน

อีกประการหนึ่ง งบประมาณในการสร้าง วัดวาอาราม เกิดจากศรัทธาของพุทธศาสนิกชน ร่วมแรงร่วมใจกันสร้าง ด้วยศรัทธาในพระพุทธศาสนา ศาลาวัด วิหาร โรงธรรม คือสถานอันเป็นที่เคารพในทางพระพุทธศาสนา ของพุทธศาสนิกชน จึงไม่อาจให้ใครมาดูหมิ่นเหยียดหยามได้”

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...