โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศาลฯยกฟ้องคดี ‘บิ๊กโจ๊ก’ ฟ้อง ‘บิ๊กเต่า’ หมิ่นประมาท

The Bangkok Insight

อัพเดต 09 ก.ย 2567 เวลา 23.01 น. • เผยแพร่ 09 ก.ย 2567 เวลา 18.29 น. • The Bangkok Insight

ศาลอาญากรุงเทพฯใต้ยกฟ้องคดี "บิ๊กโจ๊ก" ฟ้องหมิ่น "บิ๊กเต่า" หมิ่นประมาท คดีไม่มีมูลเพียงพอ

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 67ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง ศาลนัดอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งคดีหมายเลขดำอ631/2567 ที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ บิ๊กโจ๊ก อดีตรอง ผบ.ตร.เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว หรือ บิ๊กเต่า อดีตผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ผบก.ปปป.) ปัจจุบันเป็นรองผบช.ก.เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณาฯ

โดยโจทก์ยื่นฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 67 จำเลย ซึ่งขณะนั้น ดำรงตำแหน่ง ผบก.ปปป. ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน กรณีที่ได้รับเเต่งตั้งเป็นรองหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีเว็บพนันออนไลน์มีอำนาจสอบสวนคดีที่มีการกล่าวหาโจทก์ โดยลักษณะคำให้สัมภาษณ์ของจำเลยเป็นการใส่ร้ายโจทก์ทำนองว่า โจทก์ทรยศสำนักงานตำรวจแห่งชาติและทรยศผู้บังคับบัญชามาแล้วหลายคน นอกจากนี้จำเลยยังสรุปและวินิจฉัยว่าโจทก์ได้สั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชากระทำผิดอาญา ทั้งๆ ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.)ยังไม่ได้รับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณาและศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิลิบกลาง ยังไม่ได้มีคำพิพากษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทำให้ประชาชนที่ได้รับชมและรับฟังเข้าใจว่าโจทก์เป็นคนชั่ว เป็นคนไม่ดี ทำร้ายและทรยศแม้แต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติที่เป็นองค์งค์กรต้นสังกัดและทรยศผู้บังคับบัญชามาแล้วหลายคน

การกระทำของจำเลยดังกล่าวข้างต้นเป็นการจงใจหมิ่นประมาทโจทก์ด้วยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 ทำให้ประชาชนทั่วไปที่ได้รับฟังคำสัมภาษณ์จำเลยเข้าใจว่าโจทก์เป็นคนชั่ว คนเลว ทุจริตประพฤติมิชอบ เป็นคนเนรคุณทรยศองค์กรและผู้บังคับบัญชา

โดยปัจจุบันคณะกรรมการปปช. ยังไม่ได้ชี้มูลความผิดโจทก์และศาลยังไม่ได้มีคำพิพากษาว่าโจทก์เป็นผู้กระทำผิดในเรื่องที่จำเลยใส่ความโจทก์แต่อย่างใด ทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง นอกจากนี้จำเลยไม่อาจหยิบยกอำนาจหน้าที่ในฐานะรองหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนและโฆษกคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนมากล่าวอ้างในการเปิดเผยข้อเท็จจริงในสำนวนและวินิจฉัยว่าโจทก์กระทำผิดตามข้อกล่าวหาเพราะการสืบสวนและสอบสวนกรณีกล่าวหาว่ามีความผิดอาญาเกิดขึ้นมีวัตถุประสงค์เพื่อการ แสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐาน ตลอดจนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อที่จะทราบข้อเท็จจริงหรือพิสูจน์ความผิดซึ่งจะต้องดำเนินการไปตามลำดับขั้นตอนของบทกฎหมายที่เกี่ยวข้องจนนำไปสู่การวินิจฉัยชี้ขาดความผิดโดยศาลที่มีอำนาจ หาใช่เป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนหรือสอบสวนที่จะแถลงข้อเท็จจริงหรือวินิจฉัยความผิดเสียเอง อันมีลักษณะเป็นการชี้น้ำสังคมแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานโจทก์ในชั้นไต่สวมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า ฟ้องโจทก์ไม่มีมูลเพียงพอ ที่จะประทับฟ้องคดีไว้พิจารณาพิพากษายกฟ้อง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...