โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

6 Ghibli Settings in Real Life: ตามรอยสถานที่จริงจากแอนิเมชันเรื่องดังค่ายสตูดิโอจิบลิ

KIJI

เผยแพร่ 07 ส.ค. 2567 เวลา 10.34 น. • KIJI

ไหนขอดูมือคนเป็นแฟนแอนิเมชันจากค่ายจิบลิหน่อย 🙌 ไม่รู้มีใครเป็นเหมือนกันบ้างไหมเวลาดูหนังจากค่ายนี้ทีไรจะรู้สึกดื่มด่ำไปกับทัศนียภาพที่สวยงาม สถานที่เเละตึกรามบ้านช่องต่างๆ อย่างบอกไม่ถูก ขนาดที่ต้องแอบตั้งคำถามว่ามีสถานที่เหล่านั้นอยู่จริงๆ รึเปล่าซึ่งวันนี้คิจิก็ได้ไปรวบรวมเซ็ตติ้งจาก 6 เรื่องดังที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสถานที่จริงในประเทศญี่ปุ่นมาให้แฟนๆ จิบลิได้ไปตามรอยกัน จะมีที่ไหนเเละจากเรื่องอะไรบ้างไปดูเลย~

1. Sayama Hills – My Neighbour Totoro (1988)

ขอเปิดประเดิมสถานที่แรกจากภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่อง My Neighbor Totoro (โทโทโร่เพื่อนรัก) ภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเรื่องหนึ่ง เรื่องราวของสองพี่น้องซัตสึกิและเมกับวิญญาณแห่งป่าแสนน่ารักที่มีลักษณะคล้ายแมวผสมกระต่ายในป่าเขียวขจีที่ผู้กำกับอย่างฮายาโอะ มิยาซากิ ได้แรงบันดาลใจมาจากเนินเขาซายามะ (Sayama Hills) ทางตะวันตกของโทโคโรซาวะ จังหวัดไซตามะ

ภาพ: https://www.japanfortwo.travel/

ภาพ: https://www.kinolucerna.cz/

Sayama Hills เป็นสวนป่าในจังหวัดไซตามะ เมืองชนบทที่ห่างจากโตเกียวเพียงแค่หนึ่งชั่วโมง ซึ่งที่นี่มีเขตอนุรักษ์ป่าในเนินเขาซายามะที่ตั้งชื่อตามภาพยนตร์ด้วย นั่นก็คือ “Totoro no Mori /トトロの森” (ป่าของโทโทโร่) ที่ก่อตั้งขึ้นโดยมูลนิธิ Totoro no Furusato เพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพย์สินทางวัฒนธรรม ซึ่งหนึ่งในสมาชิกองค์กรก็มี ฮายาโอะ มิยาซากิอยู่ด้วย

ภาพ: https://www.totoro.or.jp/

ในบริเวณนี้ นอกจากเราจะได้เดินป่าย้อนวัยเด็กไปกับซัตสึกิและเมเเล้ว ทุกคนยังสามารถเข้าเยี่ยมชมสถานที่ที่เกี่ยวกับโทโทโร่อื่นๆ อีก ไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์, ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว, รูปปั้นโทโทโร่, ร้านค้า Kurosuke’s house (บ้านคุโรสุเกะ) รวมถึงอ่างเก็บน้ำอีก 2 แห่ง นั่นก็คือ ทะเลสาบซายามะและทะเลสาบทามะ

ภาพ: https://en.japantravel.com/

Sayama Lake

ภาพ: https://www.totoro.or.jp/

พูดถึงร้านค้า Kurosuke’s house ที่ตั้งชื่อมาจาก Makkuro kurosuke ชื่อของวิญญาณสีดำหรือเจ้าตัวไรฝุ่นนั่นเอง เป็นอีกที่ที่แฟนตัวยงของโทโทโร่ไม่ควรพลาด เพราะไม่ใช่แค่เป็นบ้านธรรมดาๆ แต่ยังเป็นบ้านที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้ของชาติ และยังคงเก็บรักษาร่องรอยพื้นที่โดยรอบในสมัยก่อนเอาไว้เป็นอย่างดี ซึ่งมีอายุเก่าแก่กว่า 100 ปี เเละเนื่องจากบ้านรายล้อมไปด้วยไร่ชา ลำธารและป่าไผ่ ทำให้เราได้สัมผัสกับบรรยากาศเเละวิถีชีวิตชาวไร่ในสมัยก่อนได้ เเละที่สำคัญภายในบ้านยังเป็นร้านค้าขายสินค้าโทโทโร่อีกด้วย

ภาพ: https://en.japantravel.com/

Info
Sayama Hills
Hours:
Kurosuke’s house เปิดตั้งแต่ 10.00 น. – 15.00 น. ในวันอังคาร วันพุธ และวันเสาร์
Holiday: วันหยุดนักขัตฤกษ์ วันหยุดสิ้นปีและปีใหม่Location:เมืองโทโกโรซาวะ, จังหวัดไซตามะParking:Website: https://www.totoro.or.jp/totorofund/index.html
Nearest Station: สถานีโคเตะซาชิ (Kotesashi Station)
Access: นั่งรถบัสจากสถานีโคเตะซาชิมาลงที่ป้ายไดนิจิโดะ (Dainichido) เเละเดินต่ออีก 3 นาทีไปที่ร้านค้า Kurosuke’s house

2. Takase district, Yamagata – Only Yesterday (1991)

ฉากหลังที่มีท้องฟ้าที่สวยงามกับทุ่งดอกคำฝอยหรือเบนิบานิ (ベニバナ) ที่ปรากฏอยู่ในภาพยนตร์เรื่อง Only Yesterday เรื่องราวเกี่ยวกับพนักงานออฟฟิศในโตเกียวที่หวนนึกถึงวัยเด็กของตัวเองในช่วงวันหยุดในเมืองชนบท โดยตัวเอกอย่างทาเอโกะต้องเลือกระหว่างชีวิตพนักงานออฟฟิศในโตเกียวกับการใช้ชีวิตแบบชาวสวนในชนบท ซึ่งเป็นชีวิตที่เรียบง่ายแต่ก็ทำงานหนักไม่แพ้กัน เเละแน่นอนว่าผู้กำกับ อิซาโอะ ทาคาฮาตะ ก็ได้หยิบเมืองยามากาตะมาเป็นเซ็ตติ้งหลักในการถ่ายทอดวิถีชีวิตเเละธรรมชาติที่สวยงามของต่างจังหวัดในญี่ปุ่น

ภาพ: https://www.tumblr.com/

ภาพ: https://japaneseculturecenter.com/

เมื่อพูดถึงเมืองยามากาตะ สิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ของที่นี่เลยก็คือ ดอกคำฝอย (紅花 benibana) ดอกไม้สีเหลืองอมแดง ซึ่งในเรื่องครอบครัวของนางเอกก็ได้ปลูกทุ่งดอกคำฝอยเพื่อเก็บเกี่ยวนำไปใช้ในการทำย้อมสี, แต่งกลิ่นอาหาร, ผลิตสิ่งทอสำหรับผ้ากิโมโน หรือแม้แต่เอามาทำลิปสติกและเครื่องสำอาง

ภาพ: https://th.tripadvisor.com/

ภาพ: https://expedition-japan.com/

ในทุกๆ ปี ที่เมืองยามากาตะเขายังมีการจัดเทศกาลเกี่ยวกับดอกคำฝอยด้วย อย่างในวันที่ 5 – 7 สิงหาคมของทุกปี จะมีงานเทศกาลดั้งเดิมของยามากาตะ ที่มีชื่อว่า Yamagata Hanagasa Festival เรียกได้ว่าเป็นเทศกาลสุดยิ่งใหญ่อลังการเลยล่ะ มีขบวนแห่เต้นรำที่มีนักเต้นมากกว่า 10,000 คนเข้าร่วม พร้อมกับโบกหมวกที่ประดับด้วยดอกคำฝอยสีส้มพริ้วไหวไปมาอย่างสวยงาม

ภาพ: https://www.hanagasa.jp/

สำหรับใครที่อยากจะไปถ่ายรูปกับทุ่งดอกคำฝอยโดยเฉพาะ แนะนำว่าให้ไปช่วงต้นเดือนจนถึงกลางเดือนกรกฎาคม เนื่องจากเป็นช่วงที่ดอกคำฝอยจะบานสะพรั่งเป็นสีส้มเหลืองเต็มทุ่งนั่นเอง เเละนอกจากจะได้เห็นความสวยงามของดอกไม้เเล้ว เรายังสามารถเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมต่างๆ ได้ เช่น การเก็บดอกคำฝอย หรือการย้อมผ้าจากดอกคำฝอย เป็นต้น

Info
Benibana no Kan
Location: เขตนิชิโอกิทามะ, จังหวัดยามากาตะWebsite: https://expedition-japan.com/tour/yamagata-safflower-experience/
Nearest Station: สถานีอาราโตะ (Arato Station)
Access: นั่งรถบัสจากสถานีอาราโตะมาลงที่ป้ายคามิโอริ (Kamiori) เเละเดินต่ออีก 8 นาทีไปที่ทุ่งดอกคำฝอย

*ทุกคนสามารถเลือกไปทุ่งดอกคำฝอยที่อื่นๆ เพิ่มเติมได้เช่นกัน*

3. Yakushima Island – Princess Mononoke (1997)

อีกหนึ่งภาพยนตร์ที่เป็นที่พูดถึงอย่างมากเกี่ยวกับภาพประกอบสุดอลังการของเหล่าสรรพสัตว์ เเละทัศนียภาพที่ห้อมล้อมไปด้วยป่าอันเขียวขจี นั่นก็คือเรื่อง Princess Mononoke(เจ้าหญิงจิตวิญญาณแห่งพงไพร) เป็นเรื่องราวของ “ซัน” หญิงสาวที่ถูกเลี้ยงดูมาในครอบครัวหมาป่า ทำให้เธอเกลียดชังเหล่ามนุษย์ที่ทำลายธรรมชาติเเละพื้นป่า เเละ “เจ้าชายอะชิตะกะ” ซึ่งได้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับพลังเหนือธรรมชาติที่ดูแลป่าและผู้คนของโลหะนครซึ่งใช้ทรัพยากรจากป่า ทั้งคู่เปรียบเสมือนตัวแทนจากสองฝั่ง ระหว่างมนุษย์เเละธรรมชาติที่จะต้องหาจุดตรงกลางในการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันเเละกัน

ภาพ: https://lwlies.com/

ภาพ: https://thediplomatichippo.wordpress.com/

ภาพ: https://medium.com/

ป่าอันเขียวขจีที่ว่านั่นก็คือ เกาะยาคุชิมะ (Yakushima) เป็นเกาะกึ่งเขตร้อนนอกชายฝั่งทางใต้ของเกาะคิวชูและเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดคาโกชิมะที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี 1993 และตามประวัติศาสตร์ เกาะนี้ตั้งรกรากอยู่ในยุคโจมงของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศ หรือเมื่อประมาณ 14,000 ปีก่อนคริสตศักราช ทำให้ป่าดิบชื้นแห่งนี้เป็นหนึ่งในป่าดิบที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เป็นสัญลักษณ์ของตำนานเก่าแก่ของญี่ปุ่นและจิตวิญญาณของศาสนาชินโตเกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์ที่แฝงอยู่ในธรรมชาติ เพราะฉะนั้นการเดินเล่นท่ามกลางพืชพรรณต่างๆ บนเกาะนี้จึงให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังเดินเล่นอยู่ในป่าต้องมนตร์เลยล่ะ

ภาพ: https://pen-online.com/

ระหว่างที่เดินป่า เราจะได้พบกับยาคุสึกิ (ต้นซีดาร์โบราณ) ที่มีอายุมากกว่า 1,000 ปี รวมถึงน้ำตกอันสวยงามตระการตามากมาย แต่สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปที่นี้อีกอย่างเลยคือ เนื่องจากเกาะยาคุชิมะเป็นเกาะกึ่งเขตร้อนที่มีภูเขาสูงเกือบ 2,000 เมตร ทำให้มีฝนตกตลอดทั้งปี ตกบ่อยขนาดที่คนในพื้นที่บอกว่า “ฝนตก 35 วันต่อเดือน” ฉะนั้นอย่าลืมเช็คพยากรณ์อากาศล่วงหน้าเเละเตรียมอุปกรณ์กันฝนกันด้วยนะ

Info
Yakushima Island
Location: เขตคุมาเกะ, จังหวัดคาโกชิม่าAccess: เรือเฟอร์รี่ข้ามฟากจากท่าเรือใหม่คาโกชิม่า (ทางใต้ของท่าเรือหลักคาโกชิม่า) ไปยังท่าเรือมิยาโนอุระบนเกาะยาคุชิม่า ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

4. Dogo Onsen – Spirited Away (2001)

มาถึงภาพยนตร์ที่คงไม่พูดถึงไม่ได้ นั่นก็คือ Spirited Away (มิติวิญญาณมหัศจรรย์) หนึ่งในภาพยนตร์จากค่ายจิบลิที่เคยชนะรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์แอนิเมชันยอดเยี่ยมประจำปี 2003 เเละแน่นอนว่าฉากที่น่าจดจำของเรื่องนี้เลยก็คือโรงอาบน้ำแบบญี่ปุ่น หรือที่เรียกว่า ออนเซ็น 温泉 สถานที่หลักที่สาวน้อยจิฮิโระได้หลงเข้าไปในอีกโลกมิติหนึ่งโดยบังเอิญ เเละถูกบังคับให้ทำงานในโรงอาบน้ำขนาดใหญ่ที่มีวิญญาณนับพันมาเพื่อผ่อนคลายร่างกาย เพื่อแลกกับการมีชีวิตรอดในโลกพิศวงแห่งนี้

ภาพ: https://www.ghibli.jp/

โดยโรงอาบน้ำที่ถูกถ่ายทอดในเรื่องคาดว่าได้แรงบันดาลใจมาจาก Dogo Onsen ในจังหวัดเอฮิเมะ บ่อน้ำพุร้อนที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 3,000 ปี เเละอีกอย่างที่คล้ายกับออนเซ็นในภาพยนตร์เลยก็คือ Dogo Onsen ซึ่งเป็นอาคารเก่าแก่ในมัตสึยามะที่สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 เคยเป็นโรงอาบน้ำที่ราชวงศ์ญี่ปุ่นมักจะไปใช้บริการ เช่นเดียวกับโรงอาบน้ำใน Spirited Away ที่มีลูกค้าที่เป็นวิญญาณและเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่เท่านั้นมาใช้บริการ แต่ในปัจจุบันไม่ว่าเป็นใครก็สามารถเข้าใช้บริการโรงอาบน้ำได้หรือพักที่เรียวกัง (โรงแรมแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม) ในระแวกนั้นได้ เเละเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศมากขึ้น ทุกคนยังสามารถเช่าชุดยูกาตะมาเดินเล่นบนถนนได้เช่นกัน

ภาพ: https://www.chushikokuandtokyo.org/

ภาพ: https://en.matsuyama-sightseeing.com/

ในบริเวณ Dogo Onsen จะแบ่งออกเป็น 3 ที่ดังนี้ Dōgo Onsen Honkan (โรงอาบน้ำหลัก), Dōgo Onsen Annex Asuka-no-Yu เเละ Dōgo Onsen Tsubaki-no-Yu โรงอาบน้ำหลักจะมีขนาดใหญ่เเละให้บริการทั้งหมด 3 ชั้นด้วยกัน ส่วน Dōgo Onsen Annex Asuka-no-Yu จะเป็นโรงอาบน้ำที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุคอาสุกะ หรือโรงอาบน้ำของเจ้าชายโชโตกุและจักรพรรดิไซเมอิ เเละยังโดดเด่นในเรื่อง “บ่ออาบน้ำเพื่อความงาม” ส่วนโรงอาบน้ำที่สุดท้าย Dōgo Onsen Tsubaki-no-Yu เป็น “บ่อน้ำพุร้อนที่คุ้นเคย” สำหรับชาวเมืองมัตสึยามะ ตั้งอยู่ใจกลางถนนช้อปปิ้งโดโกะ มีบรรยากาศเงียบสงบ เเละไหนจะหินแกรนิตที่ใช้ในบ่อน้ำพุร้อนและที่ปล่อยน้ำร้อนรูปทรงกาต้มน้ำ

Dōgo Onsen Honkan

ภาพ: https://www.chushikokuandtokyo.org/

Dōgo Onsen Annex Asuka-no-Yu

ภาพ: https://dogo.jp/

Dōgo Onsen Tsubaki-no-Yu

ภาพ: https://dogo.jp/

เเละถ้าขับรถออกมาประมาณ 50 นาที จากโซนออนเซ็น จะมีสถานีรถไฟชิโมนาดะ (Shimonada Station) สถานีเล็กๆ ที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแลอยู่ริมชายฝั่งทางตะวันตกของเอฮิเมะ ซึ่งพอมองแวบแรกเเล้ว ต้องทำให้แฟนๆ หลายคนนึกถึงฉากที่จิฮิโระนั่งรถไฟไปหาเซนิบะแม่มดพี่สาวฝาแฝดของยูบาบะแน่นอน

ภาพ: https://www.ghibli.jp/

ภาพ: https://nexttrip.info/

ภาพ: https://www.visitehimejapan.com/

Info
Dogo Onsen
Hours:
06.00 – 23.00 น. (ปิดจำหน่ายบัตรเวลา 22.30 น.) * เวลาเปิด-ปิดในแต่ละชั้นจะไม่เหมือนกัน
Holiday: ปิดให้บริการหนึ่งวันในเดือนธันวาคมของทุกปีเพื่อทำความสะอาดทั่วไป Location: เมืองมัตสึยามะ, จังหวัดเอฮิเมะ Website: https://dogo.jp
Nearest Station: สถานี JR Matsuyama
Access: จากสถานี JR Matsuyama ต่อด้วยรถราง ใช้เวลาประมาณ 30 นาที

5. The Port of Tomonoura – Ponyo (2008)

มาถึงอีกเรื่องที่น่าจะเป็นเรื่องโปรดของใครหลายๆ คนอย่าง Ponyo (โปเนียว ธิดาสมุทรผจญภัย) ที่ฮายาโอะ มิยาซากิ ได้บรรจงสร้างสรรค์ภาพเซ็ตติ้งเเละวิถีชีวิตของผู้คนออกมามีความละมุนน่ารักผ่านเมืองท่าริมทะเลเล็กๆ ในญี่ปุ่น โดยเมืองท่าเรือนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเมืองโทโมโนอุระ (鞆の浦) เมืองท่าที่ตั้งอยู่ทางใต้ของเมืองฟูกูยามะ จังหวัดฮิโรชิม่า เเละอยู่ในอ่าวที่หันหน้าออกสู่ทะเลภายในเซโตะ ซึ่งฮายาโอะ มิยาซากิเองก็ได้ไปอาศัยอยู่ที่นั่นเป็นเวลาสองเดือนก่อนที่จะสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้

ภาพ: https://www.ghibli.jp/

ทันทีที่เราเดินทางมาถึงเมืองโทโมโนอุระ เราจะได้เห็นท่าเรือที่เต็มไปด้วยเรือขนาดเล็กเเละประภาคารโจยาโตะเป็นศูนย์กลางพร้อมกับบรรยากาศที่ดูเงียบสงบและผ่อนคลาย บ่งบอกถึงเมืองประมงแบบโบราณกลิ่นอายเอโดะได้อย่างดี ซึ่งทั้งหมดล้วนทำให้นึกถึงหมู่บ้านในเรื่องโปเนียวเลย

ภาพ: https://www.ana.co.jp/

ภาพ: https://visualvoyager.net/

ในสมัยก่อนเมืองท่าโทโมโนอุระนั้นเจริญรุ่งเรืองอย่างมาก ในขณะที่รอน้ำขึ้นลง มีเรือสินค้าที่แล่นไปตามทะเลภายในเซโตะมาจอดเทียบท่าอยู่ไม่น้อยเลย ซึ่งส่งผลให้ในปัจจุบันนอกจากจะรุ่งเรืองในธุรกิจการประมงเเล้ว ที่นี่ยังเป็นที่โด่งดังในเรื่องการผลิต “โฮเมชู (Houmeishu)” เครื่องดื่มที่ทำหน้าที่เป็นเหมือนยารักษาโรคที่มีสมุนไพรถึง 16 ชนิด ซึ่งเชื่อกันว่าช่วยให้มีอายุยืนยาว

ภาพ: https://www.ana.co.jp/

นอกจากนั้นใจกลางเมืองโทโมโนอุระ ยังมีตรอกซอกซอยที่สวยงามหลายตรอกซึ่งเรียงรายไปด้วยบ้านเก่าสไตล์ชนบทที่ทำจากผนังไม้ให้เราได้แวะถ่ายรูปเล่นด้วย รวมถึงร้านค้าที่จำหน่ายโฮเมชูสำหรับใครที่อยากซื้อกลับไปเป็นของฝาก

ภาพ: https://www.city.fukuyama.hiroshima.jp/

Info
The Port of Tomonoura
Location: เมืองฟุกุยามะ, จังหวัดฮิโรชิม่าWebsite: https://www.city.fukuyama.hiroshima.jp
Nearest Station: สถานี Fukuyama
Access: นั่งรถบัสจากสถานี Fukuyama มาลงที่ป้าย Tomo Ko เเละเดินต่ออีก 3 นาที

6. Seibien – Arrietty(2010)

มาถึงเรื่องสุดท้ายกับ Arrietty (อาริเอตี้ มหัศจรรย์ความลับคนตัวจิ๋ว) เชื่อว่าแฟนๆ จิบลิหลายคนน่าจะเคยเอาภาพสวนหรือบ้านจากภาพยนตร์เรื่องนี้มาตั้งเป็นวอลเปเปอร์หน้าจอกัน แต่รู้กันไหมว่าบ้านเเละสวนของตัวละคร “โช” ในเรื่องนั้นได้รับต้นแบบมาจากสวนเซบิเอ็น (Seibien) สวนญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ในเมืองฮิราคาวะ จังหวัดอาโอโมริ

ภาพ: https://www.ghibli.jp/

สวนเซบิเอ็นถือเป็นหนึ่งในสามสวนที่มีชื่อเสียงที่สุดของยุคเมจิในญี่ปุ่น สร้างขึ้นโดยเซบิ ประมุขตระกูลเซโตะรุ่นที่ 24 ร่วมกับอาจารย์โอบาตะ เทกิ ก่อสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ.1902 โดยใช้เวลาถึง 9 ปี กว่าจะเสร็จสมบูรณ์

ภาพ: https://www.nippon.com/

สวนแห่งนี้ประกอบไปด้วย 3 ส่วน ได่แก่ Shin, Gyo และ Kusa โดยมีสระน้ำอยู่ตรงกลาง ซึ่งแต่ละส่วนล้วนมีความหมาย ส่วน Shin แสดงถึงภูเขาสึคิยามะ (ภูเขาจำลองสร้างเอง) ส่วนคำว่า Gyo บ่งบอกถึงภูเขาสึคิยามะที่อุดมไปด้วยต้นสน ต้นเมเปิ้ล ต้นอะซาเลีย ฯลฯ เพื่อเพิ่มเสน่ห์ให้กับสวน ส่วนคำว่า Kusa คือสวนที่ราบเรียบเเละมีการตัดแต่งต้นยูหรือสนยิวขนาดใหญ่อย่างงดงาม ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นผู้ดูแลเทพเจ้าผู้สร้างสวรรค์และโลก

ภาพ: https://azb.m.wikipedia.org/

นอกจากสวนญี่ปุ่นเเล้ว ตัวอาคารเองก็เก่าแก่ไม่แพ้กัน เพราะถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1908 โดยสถาปนิกชาวญี่ปุ่นชื่อว่า Nishitani Ichisuke โดยเขาได้ผสมผสานสไตล์ญี่ปุ่นกับความเป็นตะวันตกออกมาได้อย่างลงตัว ชั้นแรกจะให้ความรู้สึกเป็นญี่ปุ่นดั้งเดิม แต่ชั้นสองจะให้ความรู้สึกแบบเรอเนสซองส์ตะวันตก ซึ่งถือเป็นการออกแบบที่หาได้ยากในญี่ปุ่น

ภาพ: http://www.seibien.jp/

หลังจากชมเดินชมสวนแล้ว ในบริเวณใกล้เคียงจะมีจุดพักที่เราสามารถไปเพลิดเพลินกับชาเขียวมัทฉะและขนมหวานได้ หรือจะเดินชมของที่ระลึกอย่างโปสการ์ด Seibien หรือหนังสือภาพทิวทัศน์ของสวนตามฤดูกาล

ภาพ: http://www.seibien.jp/

Info
Seibien
Hours:
กลางเดือนเมษายนถึงปลายเดือนกันยายน 09.00-17.00 น. (ปิด 17.00 น.) / ตุลาคมถึงกลางเดือนพฤศจิกายน 09.00-16.30 น. (ปิด 16.30 น.) / กลางเดือนพฤศจิกายนถึงกลางเดือนเมษายน 10.00-15.00 น. (ฤดูหนาว)
Holiday: 29 ธันวาคม – 3 มกราคม (วันหยุดปีใหม่)Location: เมืองฮิราคาวะ, จังหวัดอาโอโมริEntrance Fee: ผู้ใหญ่ 500 เยน (250 เยนในฤดูหนาว) / นักเรียนมัธยมต้นและมัธยมปลาย 330 เยน (170 เยนในฤดูหนาว) / นักเรียนประถม 220 เยน (110 เยนในฤดูหนาว) / ต่ำกว่าระดับประถมศึกษา ฟรีWebsite: http://www.seibien.jp/
Nearest Station: สถานี Tsugaru-Onoe
Access: เดินเท้าประมาณ 10 นาที จากสถานี Tsugaru-Onoe

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...