พบศพเพนกวินหลักร้อยตัวเกยตื้นบนหาดนิวซีแลนด์ คาดขาดอาหารเพราะภาวะโลกรวน
นิวซีแลนด์เศร้า! พบศพเพนกวินน้อยเกือบ 200 ตัวเกยตื้นบนหาดเกาะเหนือ คาดขาดอาหารเพราะภาวะโลกรวน ชี้น้ำที่อุ่นขึ้นทำปลาหนีหาย เชื่อตัวเลขการเสียชีวิตจริงอาจเกือบถึง 1,000 ตัวแล้ว
นิวซีแลนด์เผยเรื่องสุดเศร้า หลังผู้คนพบศพเพนกวินน้อยกว่า 183 ตัวเกยตื้นบนหาด Ninety Mile Beach ในเกาะเหนือเมื่อต้นเดือนมิถุนายนนี้ โดยแหล่งข่าว Guardian ระบุว่า ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา Department of Conservation (DoC) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติของนิวซีแลนด์ ได้รับรายงานว่า มีเพนกวินน้อยอีกนับสิบถึงร้อยตัว เสียชีวิตอยู่บนหาดอื่น ๆ ทั่วเกาะเหนือ
สำหรับเพนกวินน้อย (little blue penguins) หรือ kororā เป็นเพนกวินพื้นถิ่นของนิวซีแลนด์ จัดเป็นสายพันธุ์นกเพนกวินที่มีขนาดเล็กที่สุด มักพบบนชายหาดในช่วงค่ำ เป็นสัตว์ที่ DoC จัดว่า มีความสุ่มเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ และมีประชากรลดลงอย่างต่อเนื่อง
Graeme Taylor ผู้เชี่ยวชาญด้านนกทะเลจาก DoC เชื่อว่าตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมเป็นต้นมา อาจมีเพนกวินเสียชีวิตแล้วมากถึง 500 ตัว โดยคาดว่าจนถึงปัจจุบัน ตัวเลขนี้น่าจะพุ่งไปเกือบ 1,000 ตัว แต่เขาไม่สามารถให้ตัวเลขที่แน่ชัดได้ เนื่องจากในบางครั้งผู้ที่พบเห็นซากจะนำนกเพนกวินไปฝัง
ในช่วงก่อนหน้านี้ นักวิจัยได้มีการวินิจฉัยหาสาเหตุการตายหมู่ของเพนกวินน้อย เนื่องจากความกังวลว่า อาจเกิดโรคระบาดขึ้น แต่พบว่านกเพนกวินเสียชีวิตเพราะขาดสารอาหาร และส่วนใหญ่น่าจะเสียชีวิตจากความหิวโหย หรือภาวะตัวเย็น (hypothermia) เพราะไม่มีไขมันมากพอ ที่จะรักษาอุณหภูมิร่างกายไว้ได้
ด้วยเหตุนี้ DoC คาดว่า การตายหมู่ของเพนกวินน้อยเกิดขึ้นเพราะภัยโลกรวน เนื่องจากนิวซีแลนด์มีอุณหภูมิน้ำทะเลสูงสุดติดต่อกันเป็นปีที่ 6 จึงมีความเป็นไปได้ว่า น้ำที่อุ่นขึ้น ทำให้ปลาขนาดเล็กต้องอพยพหนี หรือลงไปอาศัยอยู่ในน้ำลึกซึ่งนกเพนกวินไม่สามารถดำถึง โดยระบุเพิ่มเติมว่าในช่วง 10 ปีนี้ เกิดการเสียชีวิตหมู่ของเพนกวินน้อยแล้วอย่างน้อย 3 ครั้ง และคาดว่าในอนาคตน่าจะเพิ่มขึ้นอีก แต่สำหรับประชากรเพนกวินน้อยในเกาะใต้นั้น ไม่น่าเป็นห่วง เพราะอยู่ในน้ำที่หนาวเย็นกว่าอยู่แล้ว
ที่มา
https://www.theguardian.com/…/search-for-clues-as…
ขอบคุณภาพจาก: JJ Harrison (https://www.jjharrison.com.au/), CC BY-SA 3.0 <https://creativecommons.org/licenses/by-sa/3.0>, via Wikimedia Commons