เปิด DNA "ปลากาน่า" เช็กการระบาด "ปลาหมอคางดำ" (2)
จากการแพร่ระบาดของ “ปลาหมอคางดำ” ตามแหล่งน้ำธรรมชาติในประเทศไทย ไม่มีใครยอมรับว่าเป็นผู้กระทำ ทำให้เกิดการแพร่ระบาดจำนวนมากในหลายพื้นที่ นำมาสู่งานวิจัย 2 ฉบับคือ ของกรมประมง
อ่านต่อ :
สืบจากรหัสพันธุกรรม “ปลากาน่า” ต้นตอมาจากไหน (1)
และ งานวิจัยของ สถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 2569 ที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก CP Group จำกัด ระบุข้อมูลดังนี้
กลุ่มตัวอย่าง : ใช้จำนวนตัวอย่าง 466 ตัวอย่าง ซึ่งได้รับมาจากเกษตรกร ที่จับและขาย ในพื้นที่ที่พบการระบาด จำนวน 20 พื้นที่ 14 จังหวัด
มีข้อสังเกตว่า จำนวนตัวอย่างของงานวิจัยนี้ มีจำนวนตัวอย่างมากกว่างานวิจัยของกรมประมง เมื่อปี 2565 กรมประมงใช้กลุ่มตัวอย่าง 125 ตัวอย่าง แต่งานวิจัยนี้ ใช้ 466 ตัวอย่าง มากกว่า เกือบ 4 เท่า
แต่หากดูข้อมูลให้ละเอียดลงไป กลับพบว่า อาจไม่แตกต่างกันมากนัก เนื่องจากงานวิจัยกรมประมง เก็บตัวอย่าง 125 ตัวอย่างจาก 6 จังหวัด ที่พบระบาดทุกพื้นที่ และกำหนดจุดสำรวจ ด้วยรัศมีระยะ 100 กิโลเมตร ในขณะนั้น
ขณะที่งานวิจัยนี้ใช้ 20 พื้นที่ รวม 14 จังหวัด เมื่อคำนวณเป็นค่าเฉลี่ยต่อพื้นที่ก็มีความใกล้เคียงกัน เพียงแต่จำนวนตัวอย่างมากกว่า 4 เท่า ดังนั้นค่าเฉลี่ย กลุ่มตัวอย่าง 20 : 23 จึงแทบไม่ต่างกัน
ผลการศึกษา
การกระจายตัว กลุ่มของรูปแบบดีเอ็นเอ( Haplotype) ของปลาหมอคางดำที่รุกรานในประเทศไทย จำแนกออกเป็นรูปแบบดีเอ็นเอ (Haplotype แฮปโพลไทป์ หรือ Hap) ได้ทั้งหมด 19 รูปแบบ
ในจำนวนนี้มี Hap 1, 3, 5 และ 6 เป็นแฮโพลไทป์หลัก (Major haplotypes) เนื่องจากตรวจพบในปริมาณมากกว่า > 10 % ของปลาตัวอย่างที่ตรวจสอบทั้งหมด ขณะที่มี 13 รูปแบบ ที่เป็นแฮโพลไทป์เฉพาะ (Private haplotypes) ซึ่งพบในประชากรเพียงกลุ่มเดียวเท่านั้น
กลุ่มรูปแบบ DNA เราจะเรียกว่า Hap (Haplotype)
แฮโพลไทป์ 1 (Haplotype 1) : พบมากที่สุด พบสูงถึง 49.79% ของปลาที่ตรวจสอบทั้งหมดในประเทศไทย และพบมากที่สุด ในสมุทรสงคราม รองลงมาคือ ระยอง, ประจวบฯ, สุราษฎร์ฯ ราชบุรี, ฉะเชิงเทรา, จันทบุรี, ชุมพร, นครศรีฯ, สงขลา แต่ที่ไม่พบ Hap_1 เลย คือ เพชรบุรี
ที่น่าสนใจคือ ข้อมูลนี้สอดคล้องกับงานวิจัยของกรมประมง ซึ่งพบว่า Hap_1 เป็นกลุ่ม DNA หลักที่ระบาดไปมากที่สุด และก็สอดคล้องกับงานวิจัยกรมประมงอีกประเด็น คือ เป็นการระบาดแบบข้ามจังหวัดที่พบว่า อาจถูกนำพาไปด้วยมนุษย์ เช่น ระยอง , ชุมพร , สุราษฎร์ฯ
แฮโพลไทป์ 3 (Haplotype 3): พบมากเช่นกัน แต่ตรวจพบในปลาเพียงตัวเดียวเท่านั้นใน สมุทรสงคราม แต่พบกระจายตัว มากในพื้นที่ : คลองหมาหอน , มากที่สุด สมุทรปราการ 19 ตัวอย่าง
แฮโพลไทป์ 5 และแฮโพลไทป์ 6 (Haplotypes 5 and 6): พบมากเช่นกัน ในลำดับแต่ไม่ถูกตรวจพบเลยใน จ.สมุทรสงคราม, คลองสุนัขหอน แต่ใน จ.เพชรบุรี กลับตรวจพบเพียงแค่แฮโพลไทป์ 6 (สูงถึง 89.66 % และแฮโพลไทป์ 5 (10.34 %) เท่านั้น
ขณะที่ประชากรปลาจากคลองดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี ตรวจพบแฮโพลไทป์ 5 และแฮโพลไทป์รูปแบบอื่น ๆ แต่กลับไม่พบแฮโพลไทป์ 6 เลย โดยสรุปแล้ว Hap_1 ซึ่งพบมากทีสุด 13 จังหวัด จากกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด
ขณะที่ Hap_3 ,Hap_5,Hap_6 เป็นกลุ่มที่ระบาดรอองลงมา แต่ถ้าดูจากภาพกลุ่ม DNA ที่เส้นลากไป (ตำแหน่งการกลายพันธุ์แบบจุด (Point mutations) จาก Hap_1 ไปที่ Hap_3 ,Hap_5 , Hap_6 มีขีดเล็ก ๆ อย่างละ 1 -2 ขีด กลับพบการวิวัฒนาการ (Mutation step) เพียงแค่ 1-2 Mutation เท่านั้น
การกระจายตัวของกลุ่มรูปแบบ DNA (Hap) ปลาหมอคางดำ น่าจะเป็นหลักฐานสำคัญ ที่ชี้ให้เห็น ความแตกต่างของที่มา ปลาหมอคางดำในแต่ละจังหวัด และเชื่อมโยงไปยังต้นตอในทวีปแอฟริกา โดยมีข้อสรุปดังนี้
กลุ่ม DNA ที่เชื่อมโยงกับประเทศกานา (Ghana): ตรวจพบ Hap_1 และ Hap_20-25 สอดคล้องกับรหัสสายพันธุ์ กลุ่มใหญ่ที่สุดที่ระบาดเกือบ 50% ทั่วประเทศไทย
แฮโพลไทป์ 4 (สมุทรสงคราม) : พบในสัดส่วนที่ค่อนข้างสูง (คิดเป็น 23.73% ของประชากรปลาที่สุ่มตรวจในจังหวัดสมุทรสงคราม) แฮโพลไทป์นี้มี ความเหมือนและความใกล้ชิดทางพันธุกรรมสูงสุดกับแฮโพลไทป์ Abi3 ( Aby Lagune ) ซึ่งเป็นปลาหมอคางดำที่มีถิ่นกำเนิดใน ประเทศโกตดิวัวร์
แฮโพลไทป์ 7 และ 14 (ประจวบฯ และ สุราษฎร์ฯ) : พบจำเพาะใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ จ.สุราษฎร์ธานีตามลำดับ ในสัดส่วนความถี่ที่สูงมาก (คิดเป็น 23.26% และ 25.00% ของประชากรปลาที่ตรวจสอบในแต่ละพื้นที่) โดยทั้งสองแฮโพลไทป์ นี้มีวิวัฒนาการเชื่อมโยงกับแฮโพลไทป์ 1 (แฮโพลไทป์หลักที่พบมากที่สุดในไทย) โดยห่างกันเพียง 1 ขั้นการกลายพันธุ์ (Single mutation step) และแฮโพลไทป์นี้ และความใกล้ชิดทางพันธุกรรม Kpe1 ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ ปลาหมอคางดำ จาก Keta Laguneในโตโก /เบนิน
แฮโพลไทป์ 2 (สมุทรสงคราม): พบจำเพาะใน จ.สมุทรสงคราม เท่านั้น โดยมีระยะห่างจากการกลายพันธุ์ 1 ขั้นจากแฮโพลไทป์ 1 นอกจากนี้ แฮโพลไทป์ 2 ยังมีวิวัฒนาการเชื่อมโยงโดยตรงกับแฮโพลไทป์ 25 (Den2) ซึ่งพบได้เฉพาะในแม่น้ำเดนซู ประเทศกานา และเชื่อมโยงกับแฮโพลไทป์ 43 (Abi1) รวมถึง 44 (Abi2) ที่พบในภูมิภาคอาบี ประเทศโกตดิวัวร์
อย่างไรก็ตาม แม้กลุ่มรูปแบบ DNA Hap_1( กานา) , Hap_4 (Aby Lagune โกตดิวัวร์ ), Hap_7 ,14 (Keta Laguneในโตโก) หรือ Hap_2 (โกตดิวัวร์ ) ซึ่งอาจมีความแตกต่างในกลุ่ม DNA แต่ที่น่าสังเกตคือ เกือบทุกกลุ่ม DNA มีวิวัฒนาการ (Mutation step ) เพียง 1 ขั้นเท่านั้น และยังอยู่ในพื้นที่ระบบนิเวศเดียวกันกับ กานา และทุกกลุ่ม DNA ก็มีที่มาจาก พื้นที่ในแถบแอฟริกาตะวันตก ตรงกับการนำเข้าในครั้งแรก ๆ
แต่เพื่อให้ชัดเจนในด้านภูมิศาสตร์ ของพื้นที่ Lagoon (Lagune) แหล่งน้ำขนาดใหญ่ในแอฟริกาตะวันตก
Aby lagune กลุ่มทะเลสาบอาบี เป็นระบบทะเลสาบชายฝั่ง ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศโกตดิวัวร์ ในแอฟริกาตะวันตก และมีพื้นที่เชื่อมต่อ กับประเทศกานาทางด้านตะวันออก มีพื้นที่รวมประมาณ 424 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยการเชื่อมต่อกันของ ทะเลสาบอาบีหลัก 305 ตารางกิโลเมตร ทะเลสาบเทนโดต้นน้ำ 74 ตารางกิโลเมตร และทะเลสาบเอฮี 45 ตารางกิโลเมตร
Keta Lagune ทะเลสาบเคตา หรือที่เรียกว่า ทะเลสาบอันโล-เคตา เป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุด ครอบคลุมแนวชายฝั่งยาว 550 กม. ของประเทศกานา และชายแดนโตโก มีการไหลเข้าของน้ำทะเลตามฤดูกาล จากอ่าว กินี
ทั้งหลักฐานรหัสพันธุกรรม DNA และภูมิศาสตร์พื้นที่ แม้อาจมีความต่างกันของกลุ่มรูปแบบ DNA แต่ก็พบว่า DNA ของปลาหมอคางดำส่วนใหญ่ ที่ระบาดในไทย มีที่มาจากแหล่งเดียวกัน
ขณะที่ อีกบางกลุ่ม DNA แม้มีรหัสพันธุกรรมต่างออกไป แต่เมื่อดูตามพื้นที่ภูมิศาสตร์แล้ว ก็มีความเชื่อมโยงกับแหล่งที่อยู่อาศัยที่มีความเชื่อมโยงกัน เพราะปลาที่นำเข้ามีจำนวนถึง 2,000 ตัว และหากปลาตายไปกว่า ร้อยละ 70 จริง ผู้ประกอบการนำเข้า จะต้องทำบัญชีเพื่อเคลมประกันความเสียหายจากการขนส่ง แต่ไม่พบหลักฐานประเด็นนี้ จากผู้ประกอบการ อีกทั้ง ไม่เคยมีซากปลา ที่ตายในรุ่นแรก ถูกนำส่งไปที่กรมประมง
อ่านข่าว :
โรงงานปลาป่น รับซื้อปลาหมอคางดำ ตั้งเป้า 1 ล้าน กก. ลดการระบาด
ตราดจัดแข่งล่าปลาหมอคางดำ พบตัวใหญ่-มีไข่เต็มปากจำนวนมาก
กระทรวงเกษตรฯ เร่งคุมเข้ม 2 ปัญหาใหญ่ ปลาหมอคางดำ-นมโรงเรียน
พบปลาหมอคางดำชายหาดพัทยา จ.ชลบุรี - เร่งตรวจสอบ
คนเลี้ยงกุ้ง ท้อรายได้หาย วิดน้ำในบ่อ จับ "ปลาหมอคางดำ" เกือบ 20 ตัน