ผู้สมัคร ส.ก. อิสระ มาจากไหน ? ดูข้อมูลก่อนไปเลือกตั้ง 28 มิ.ย. 69
ผู้สมัคร ส.ก. อิสระ มาจากไหน ? ประเด็นดังกล่าวได้รับความสนใจจากหลายฝ่าย รวมถึง วิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต สส.ก้าวไกล ในประเด็น กลุ่ม ส.ก. อิสระ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ โพสต์ระบุว่า ทีมผู้สมัคร ส.ก. กลุ่มอิสระ ก่อนการเลือกตั้งก็พร้อมรับปากให้สัญญา แต่พอได้รับเลือกไปแล้ว ก็อาจ “พลิกหน้ามือเป็นหลังมือ” เพราะไม่มีกลไกอะไรมาควบคุมเขาได้ ซึ่งอดีต สส. คนนี้วิเคราะห์ว่าอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ อ.ชัชชาติ “ตัดสินใจประกาศจุดยืนว่า ไม่ได้สนับสนุนทีมผู้สมัคร ส.ก. ไม่ว่าจะเป็นทีมไหนก็ตาม”
ประเด็นดังกล่าวนำมาสู่คำถามที่ว่า ส.ก. อิสระ เป็นอิสระจริงหรือไม่ ? The Active ชวนสำรวจข้อมูลของเหล่า ส.ก. อิสระ ว่าก่อนหน้านี้เป็นใคร เคยมีบทบาทในพรรคการเมืองไหนมาก่อนหรือไม่ และทำความเข้าใจปรากฎการณ์ ส.ก. อิสระที่(ดูเหมือนจะ)ไม่สังกัดพรรคการเมืองกับ สติธร ธนานิธิโชติ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้สมัคร ส.ก. 3 รูปแบบ ในการเลือกตั้ง 69
สติธร เริ่มต้นอธิบายภาพรวมของ ส.ก. อิสระ โดยระบุว่าการสังกัดพรรคในสนามกรุงเทพฯ เป็นช่องโอกาสทางกฎหมาย เหมือนการเลือกตั้งท้องถิ่นอื่นที่ไม่บังคับว่าผู้สมัครต้องสังกัดพรรคการเมือง จึงเปิดช่องให้ผู้สมัครประกาศตัวว่าสังกัดพรรคหรือไม่สังกัดอย่างเป็นทางการได้
เวลาหาเสียง พรรคอาจเปิดตัวสนับสนุนหรืออยู่เบื้องหลังผู้สมัคร ส.ก. ได้ โดยมองว่ารอบนี้คนที่มีลุ้น ส่วนใหญ่เป็นคนที่มีพรรคสังกัดหรือหนุนหลัง เพียงแต่อาจมีวิธีการสนับสนุนแตกต่างกันทั้งหมด 3 รูปแบบ
รูปแบบที่ 1 คือ คนที่ประกาศตัวมีพรรคการเมืองชัดเจน แปลว่า มีพรรคเดียวสนับสนุนและทำงานหาเสียงด้วยกัน
รูปแบบที่ 2 คือ คนที่ประกาศเป็นกลุ่ม(อิสระ)ต่าง ๆ โดยสติธรมองว่า แต่ละกลุ่มเหล่านี้อาจมีมากกว่า 1 พรรคการเมืองสนับสนุน แต่ยังตกลงปลงใจกับใครไม่ได้ซะทีเดียว เพราะยังไม่ต้องการเลือกสังกัดพรรคใดพรรคหนึ่ง ที่อาจไม่เข้มแข็งพอจะเป็นจุดเด่นให้คนนิยม การมีความสัมพันธ์กับหลายพรรคช่วยเปิดประตูสู่การมีความสัมพันธ์พรรคอื่น ๆ ได้อีก
ผู้สมัคร ส.ก. หลายคน ถ้าย้อนกลับไปดูสนามการเลือกตั้งใหญ่ปี 69 หลายคนอาจอยู่ในกลุ่มที่เคยสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย พรรคกล้าธรรม หรือพรรคอื่น ๆ ที่ไม่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาหรือมีคะแนนเยอะมาก พรรคเหล่านั้นรู้สึกว่าระดับชาติยังไปไม่รอด ระดับท้องถิ่นจึงไม่ลงเต็มตัว แต่อาศัยสนับสนุนผู้สมัคร ส.ก. ที่มีความสัมพันธ์ที่ดี มีเครือข่ายกัน
นอกจากนี้คนที่เลือกเป็นอิสระ อาจสะท้อนว่าการสวมแบรนด์พรรคไม่ช่วยในการเลือกตั้งท้องถิ่นรอบนี้ เช่น พรรคภูมิใจไทยที่มีคะแนนเยอะระดับชาติ ซึ่งอาจมาจากกระแสรักชาติหรือชาตินิยม แต่ในสนาม กทม. ที่เน้นเรื่องการบริการ จุดขายแบบนั้นใช้ขายยาก จึงถอยตัวเองออกมาจากการสังกัดพรรค
“หลายพรรคในสนามเลือกตั้งท้องถิ่นในกรุงเทพฯ รอบนี้จึงอยู่เบื้องหลังดีกว่า แล้วรอเลือกตั้งสนามใหญ่รอบหน้าค่อยชวนกลับมาเป็นเครือข่ายหนุนพรรคต่อไป” สติธร ระบุ
รูปแบบที่ 3 กรณีพรรคเพื่อไทยที่ไม่ได้ส่งในนามพรรค ไม่ได้หมายถึงว่ามีพรรคอื่นมาสนับสนุนอีก แต่เพราะผู้สมัครแตกตัวกัน ไม่สามารถสร้างทีมเดียวลง 50 เขตได้เหมือนพรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาชน หรือพรรคเศรษฐกิจ เนื่องจากมีความซ้อนทับของผู้สมัคร ส.ก. กันเองอยู่
ย้อนกลับไปในสนามเลือกตั้งใหญ่ 69 พรรคเพื่อไทยใน กทม. มีการปรับเปลี่ยนเพื่อแข่งสนาม สส. พอสมควร มีทั้งเพื่อไทยกลุ่มดั้งเดิม และมีการไปผูกพันธมิตรกลุ่มบ้านใหญ่ที่เคยเป็นคู่แข่งกันกับเพื่อไทยดั้งเดิม ซึ่งในสนาม สส. สามารถรวมตัวกันได้ แต่พอถึงสนาม ส.ก. การรวมตัวกันไม่ลงตัว จึงเกิดการแตกกลุ่มไปสู้กันเองหลายพื้นที่ในนามกลุ่มต่าง ๆ เช่น กลุ่มเพื่อไทย Life ลงตัว, กลุ่มคนทำงาน หรือกลุ่ม Better Bangkok อย่างไรก็ตามอนาคตในสนามระดับชาติอาจกลับมาอยู่กับพรรคเดิม
อาจารย์สติธร สรุปว่า โจทย์สำคัญไม่ใช่เรื่องอิสระหรือสังกัดพรรคที่จะเอามาเปรียบเทียบกันได้โดยตรง คนที่อิสระคือคนที่มีสังกัดแต่ลื่นไหลหน่อย อาจมีมากกว่า 1 พรรคหนุนหลัง และรวมตัวกันเป็นทีมลงแข่งขันท้องถิ่น อีกแบบคือมีพรรคเดียวแต่พื้นที่ทับซ้อนกัน พรรคเลยเปิดประตูให้ตั้งกลุ่มสู้กัน เพราะกฎหมายไม่บังคับให้ ส.ก. ต้องสังกัดพรรคเหมือน สส.
จากผู้สมัคร ส.ก. รวม 258 คน เป็นผู้สมัครอิสระ 90 คน
ข้อมูลรายงานยอดผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ค. – 1 มิ.ย. 2569 ของ กรุงเทพมหานคร ระบุว่า มีผู้สมัคร สก. รวม 50 เขต ทั้งหมด 258 คน
The Active รวบรวมข้อมูล และแบ่งผู้สมัครทั้งหมดออกเป็น 9 กลุ่ม ได้แก่
- ลงสมัครเดี่ยว (50 คน)
- พรรคประชาชน (50 คน + ส่งผู้ว่าฯ กทม.)
- พรรคประชาธิปัตย์ (50 คน + ส่งผู้ว่าฯ กทม.)
- พรรคเศรษฐกิจ (46 คน + ส่งผู้ว่าฯ กทม.)
- กลุ่มคนทำงาน (33 คน)
- พรรคเพื่อไทย (16 คน)
- กลุ่ม Better Bangkok หรือกลุ่มกรุงเทพฯ ที่ดีกว่า (7 คน)
- พรรคอนาคตไทย (5 คน)
- ระบุสังกัดไม่ได้ (1 คน)
โดยจากสังกัด 10 รูปแบบนี้ มีสังกัดที่เรียกตัวเองว่าเป็น “อิสระ” ซึ่งคือผู้สมัครที่ลงสมัครเดี่ยว รวมถึงกลุ่มที่ระบุว่าเป็นอิสระ ไม่สังกัดพรรคการเมืองใด ทั้งหมด 3 กลุ่ม ได้แก่ ลงสมัครเดี่ยว (50 คน), กลุ่มคนทำงาน (33 คน) และกลุ่ม Better bangkok (7 คน) หรือรวมทั้งหมด 90 คนที่เป็นผู้ลงสมัครอิสระ