โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิธีแก้ปัญหาน้ำมันแพง เอ็ดดี้ จัด 4 สูตรเด็ดแนะรัฐบาล กันของแพง ช่วยคนจน

แนวหน้า

เผยแพร่ 22 พ.ค. เวลา 17.00 น.

วานนี้ 22 พฤษภาคม 2569 นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือเอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระ ได้โพสต์ข้อความวิเคราะห์เจาะลึกผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงสถานการณ์ราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น โดยเสนอ 4 แนวทางรับมือที่รัฐบาลควรพิจารณา พร้อมชี้ให้เห็นถึงข้อดีและข้อเสียที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยมีข้อความว่า "ถ้าพลังงานแพง รัฐบาลไทยควรรับมือแค่ไหน? #อัษฎางค์ยมนาค | #อ่านเกมอำนาจ คำตอบคือ รัฐบาลมี 4 วิธีรับมือ แต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสีย แต่ไม่มีทางเลือกไหนฟรี ทุกทางเลือกมีต้นทุน

1. อุ้มราคาน้ำมัน เหมือนรัฐบาลบอกว่า “ไม่เป็นไร เดี๋ยวรัฐช่วยจ่ายแทน ประชาชนจะได้ซื้อน้ำมันไม่แพงมาก” ข้อดีคือ ประชาชนรู้สึกเบาทันที แต่ข้อเสียคือ เงินที่รัฐเอามาช่วย ไม่ได้งอกมาจากอากาศ สุดท้ายไปกองอยู่ที่กองทุนน้ำมัน งบประมาณ หรือหนี้ของรัฐ พูดง่าย ๆ คือ ประชาชนจ่ายถูกลงวันนี้ แต่รัฐไปแบกแทน และวันหนึ่งก็ต้องหาเงินมาโปะ

เอ็ดดี้

2. ลดภาษีน้ำมัน เหมือนร้านขายของลดกำไรของตัวเอง เพื่อให้ลูกค้าซื้อของถูกลง รัฐเก็บภาษีน้ำมันอยู่ ถ้ารัฐลดภาษี ราคาน้ำมันก็อาจถูกลงหรือไม่แพงขึ้นมาก ข้อดีคือช่วยลดต้นทุนเร็ว โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่ใช้กับรถขนส่ง รถบรรทุก รถส่งของ เกษตร ประมง เพราะถ้าดีเซลแพง ค่าขนส่งแพง แล้วของกินของใช้ก็แพงตาม แต่ข้อเสียคือ รัฐจะเสียรายได้ทันที เงินภาษีที่เคยเอาไปใช้ทำถนน โรงพยาบาล สวัสดิการ หรือบริการรัฐอื่น ๆ ก็หายไปบางส่วน พูดง่าย ๆ คือ ประชาชนอาจได้ของไม่แพงขึ้นมาก แต่รัฐได้เงินน้อยลง

3. กู้เงินมาช่วยประชาชน เหมือนครอบครัวหนึ่งมีปัญหารายจ่ายพุ่ง เลยไปกู้เงินมาใช้ประคองบ้านก่อน ข้อดีคือ มีเงินมาช่วยเร็ว เช่น ช่วยคนจน ช่วยเกษตรกร ช่วยร้านค้า ช่วยค่าครองชีพแต่ข้อเสียคือ เงินกู้คือหนี้ วันนี้ช่วยได้ แต่อนาคตต้องจ่ายคืนพร้อมดอกเบี้ยพูดง่าย ๆ คือ วันนี้พอหายใจได้ แต่วันข้างหน้ามีภาระหนี้เพิ่ม

เอ็ดดี้

4. ไม่ช่วยเลย เหมือนรัฐบอกว่า “ปล่อยให้ราคาน้ำมันเป็นไปตามตลาดโลก ใครไหวก็ไหว ใครไม่ไหวก็ต้องปรับตัว” ข้อดีคือ รัฐไม่เสียเงิน ไม่เสียภาษี ไม่ต้องกู้เพิ่มแต่ข้อเสียคือ ประชาชนเจ็บหนัก ของแพงขึ้น กำลังซื้อหาย ร้านค้าเดือดร้อน คนจนลำบากที่สุด พูดง่าย ๆ คือ รัฐไม่เจ็บมาก แต่ประชาชนเจ็บเต็ม ๆ

แล้วทางออกที่เหมาะคืออะไร? เพราะไม่มีทางเลือกไหนฟรี ทุกทางเลือกมีต้นทุน สรุปแบบง่ายที่สุด ถ้าน้ำมันแพง รัฐบาลไม่ควรทำแค่อย่างเดียว ควรทำแบบนี้ คุมต้นทุนที่ทำให้ของแพง ช่วยคนที่เดือดร้อนจริง และลงทุนให้ประเทศพึ่งน้ำมันน้อยลงในอนาคต หรือพูดให้จำง่าย กันของแพง ช่วยคนจน ลดการพึ่งน้ำมัน “ถ้ารัฐไม่คุมต้นทุนน้ำมัน ของก็แพงทั้งแผ่นดิน ต่อให้แจกเงิน คนก็เอาเงินไปจ่ายของแพงหมด แต่ถ้ารัฐลดภาษีหรืออุ้มทุกอย่าง รัฐก็ถังแตก ทางที่ดีคือต้องคุมต้นทุนบางจุด ช่วยคนที่ลำบากจริง และใช้เงินบางส่วนทำให้อนาคตเราไม่ต้องเจ็บซ้ำทุกครั้งที่น้ำมันโลกแพง”"

เอ็ดดี้

หลังจากโพสต์ของ นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือ เอ็ดดี้ ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และแสดงความคิดเห็นจากชาวเน็ตอย่างหลากหลาย เช่น

"จนป่านนี้แล้วยังมีคนไม่เลิกเชื่อว่ารัฐบาลไม่ได้ทำเพื่อประชาชนจริงๆ"

"เห็นด้วยครับ ต้องควบคุมตั้งแต่ต้นและอย่างชาญฉลาด ว่า เมื่อไร เท่าไร นานแค่ไหน และใคร"

"ข้อวิเคราะห์ของอาจารย์ครบทุกด้านเลยแต่รัฐบาลจะเลือกเอาแบบไหนชาวย้านก็เดือดร้อนกันทุกคนจะมากหรอน้อยแต่เงินทอนตัวนี้น่ากลัวที่สุด"

"ที่แคนาดาปีนี้ช่วยคนที่มีรายได้น้อยค่ะ เรื่องค่าครองชีพ ได้เพิ่มนิดหน่อย(รัฐใช้ฐานข้อมูลจากการเสียภาษีบุคคลธรรมดาของปีที่แล้วค่ะ) รัฐลดภาษีน้ำมันลงนิดหน่อย แต่น้ำมันก็ยังแพงอยู่ (อันนี้คือข้อมูลที่ทราบนะคะ) ส่งกำลังใจสู้ไปด้วนกันค่ะ"

"ไม่ง่ายเลยนะคะในการบริหารบ้านเมือง ทั้งหมดที่อาจารย์เอ็ดดี้พูดมา นั่นหมายถึงต้องเป็นยุคของรัฐบาลที่ซื่อสัตย์และตรงไปตรงมาด้วยนะคะ ไม่ใช่รัฐบาลที่จ้องแต่จะกินเงินทอน หาเศษหาเลยจากโครงการต่างๆ อย่างที่เราเห็นในรัฐบาลบางรัฐบาลที่ผ่านมา แบบนั้นยิ่งซ้ำเติมบ้านเมืองเข้าไปใหญ่ แต่อย่างน้อยตอนนี้ก็ได้ทราบข้อมูลจากอาจารย์เอ็ดดี้ ที่บอกเล่าในสิ่งที่เราไม่เคยรู้เรื่องพวกนี้มาก่อน ก็จะเก็บไว้เป็นฐานข้อมูลสำหรับพิจารณาถึงการทำงานของรัฐบาลต่อไปค่ะ รวมทั้งจะได้รู้เท่าทันเกมการเมือง ที่ช่วงนี้มีการใส่ร้ายรัฐบาลแบบรัวๆด้วย ขอบคุณข้อมูลของอาจารย์เอ็ดดี้ค่ะ"

"ขอบคุณครับ"

เอ็ดดี้
เอ็ดดี้
เอ็ดดี้
เอ็ดดี้
เอ็ดดี้

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก เอ็ดดี้ อัษฎางค์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...