รู้ตัวอีกทีวาฬน้อยผู้นี้ก็กลายเป็นที่รักของเหล่ามนุษย์แล้ว
ข้อมูลเบื้องต้น
รู้ตัวอีกทีวาฬน้อยผู้นี้ก็กลายเป็นที่รักของเหล่ามนุษย์แล้ว
虎鲸妹妹三岁半
*** ลิขสิทธิ์ถูกต้องภายใต้บริษัท โอลลี่บุ๊คส์ จำกัด ***
ได้รับลิขสิทธิ์ออนไลน์ (Digital license) สำหรับแปลขายลงบนเว็บไซต์ได้อย่างถูกลิขสิทธิ์ 100%
สงวนลิขสิทธิ์
ผู้แต่ง : 苏糖 ผู้แปล : ทีมงาน onlybook
เรื่องย่อ
เท่าที่จำความได้ ฉันคือลูกวาฬเพชรฆาตน้อยที่แข็งแกร่งที่สุด ฉลาดที่สุด และน่ารักที่สุด ไม่ใช่เหรอ? ทำไมอยู่ดี ๆ ฉันถึงกลายมาเป็นมนุษย์เด็กวัยสามขวบครึ่งได้เล่า! แต่ก็เอาเถอะ ยังไงก็มีพ่อผู้ใจดีจากตระกูลฉินมาอุปการะฉันแล้ว แถมเขายังสัญญาว่าจะให้อาหารฉันแบบไม่อั้นด้วย เข้าทางวาฬอ้วน! จากนี้ไปฉันจะใช้ชีวิตเป็น ‘ฉินอิงอิง’ เป็นลูกสาวแสนสวยของพ่อ! เป็นน้องสาวที่น่ารักของพี่ชาย! เป็นกำลังใจให้ฉันด้วยนะ!
บทที่ 1 เด็กน้อยน่ารักที่แสนจะแอ๊บแบ๊ว
บทที่ 1 เด็กน้อยน่ารักที่แสนจะแอ๊บแบ๊ว
ณ สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเอินเคอ
ผอ.จางพูดออกมาอย่างลำบากใจ “คุณฉินอี้หานครับ คุณจะไม่พิจารณาดูอีกสักหน่อยเหรอครับ?”
แววตาของฉินอี้หานผู้สวมชุดสูทและรองเท้าหนังยังคงไม่เปลี่ยนแปลง “เธอนี่แหละครับ”
เมื่อผอ.จางมองเด็กน้อยอายุสามขวบครึ่งผู้สูงไม่ถึงเข่าของฉินอี้หานก็รู้สึกกังวลขึ้นมา
เจ้าของร่างเล็กดูบอบบาง เธอมีหน้าตางดงามและรูปร่างจ้ำม่ำ แก้มหนั่นแน่นตามแบบฉบับทารกแสนน่ารักน่าชัง
ผิวขาวนวล ผมสีดำขลับ และตากลมโตราวกับลูกองุ่นดูเป็นประกาย หากใช้ตาคู่นี้จ้องมองใครก็ย่อมทำให้คนคนนั้นใจละลายจนยอมมอบทุกอย่างให้เธอ
แต่ว่า… คนเราไม่มีใครสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์
เพราะกลัวว่าหากเด็กถูกส่งกลับจะได้รับผลกระทบทางจิตใจ เขาจึงกัดฟันพูดออกมาว่า
“คุณฉินอี้หานครับ เด็กคนนี้กินเก่งนะครับ”
ฉินอี้หานยิ้มบาง “ผอ.จางคิดว่าตระกูลฉินเลี้ยงเด็กอายุสามขวบครึ่งไม่ไหวเหรอครับ?”
อีกฝ่ายไม่รู้จะตอบออกไปอย่างไร “…”
ตระกูลฉินเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองหลวง ชายที่อยู่ตรงหน้าเขาคือฉินอี้หาน ผู้ถือหางเสือของอาณาจักรธุรกิจแห่งเมืองหลวง
หากเขาเลี้ยงดูทุกคนไม่ได้ก็ควรไปกินขี้อยู่กับแมลงปีกแข็งซะเถอะ!
ผอ.จางดิ้นรนอย่างถึงที่สุด “คุณฉิน เด็กคนนี้พูดไม่ได้ ได้แต่ร้อง ‘แงงง…’ กับร้อง ‘ฮือออ…’ นะครับ”
ฉินอี้หานพูดเสียงเรียบ "งั้นต่อไปก็เรียกเธอว่าฉินอิงอิง ฟังดูนุ่มนวลน่ารักแล้วก็เพราะด้วย"
ผอ.จาง “…”
ไม่ใช่แบบนี้สิ!
ถึงผู้นำแห่งฉินกรุ๊ปอย่างคุณจะไม่อยากแต่งงานมีลูก แต่หากรับเด็กพูดไม่ได้ไปเลี้ยง คุณไม่นึกถึงจิตใจของท่านฉิน พ่อของคุณบ้างหรือครับ ?
ผอ.จางพูดด้วยสีหน้าที่เจ็บปวด “คุณฉินอี้หานครับ สมองของเด็กคนนี้… อาจจะไม่ค่อยดีนัก”
ตั้งแต่ ผอ.จางเก็บเธอมาจากชายหาดจนถึงตอนนี้ ถ้าตัดเรื่องกินได้นอนได้ และมีหน้าตาสะสวยโดดเด่น เธอก็มีข้อบกพร่องร้ายแรงอยู่หนึ่งอย่าง
…เหมือนว่าเธอจะมีภาวะปัญญาอ่อน
ฉินอี้หานขมวดคิ้วและมองลงไปที่เด็กหญิงผู้มีผิวขาวน่าทะนุถนอม
“อิงอิง”
เรียกเธอเหรอ?
ฉินอิงอิงร้องออกมาโดยไม่รู้ตัว “แงงงง…”
เสียงของเด็กน้อยฟังดูนุ่มนวลและออดอ้อนไปในตัว
ผอ.จางเงียบงัน "…"
บางครั้งเขาก็รู้สึกว่าเด็กน้อยน่ารักน่าชัง แต่บางครั้งก็รู้สึกสงสาร
ถ้าไม่ใช่เพราะสติปัญญามีปัญหา เด็กน้อยน่าทะนุถนอมเหมือนตุ๊กตาแบบนี้จะถูกทิ้งขว้างได้ยังไง ?
ผอ.จางลูบหัวเธอเบา ๆ หลังจากที่ถอนหายใจออกมาแล้ว เขาก็หันไปมองฉินอี้หาน
"เธอเป็นแบบนี้คุณฉินยังจะอยากรับเลี้ยงอีกไหมครับ ?"
ฉินอี้หานไม่ได้ตอบกลับในทันที เขาคุกเข่าลงและมองตาของอิงอิง
ดวงตาองุ่นกลมโตและสดใสจ้องทะลุลงไปถึงก้นบึ้ง ฉินอี้หานผู้จริงจังและเย็นชามาโดยตลอดมีรอยยิ้มอ่อนโยนซึ่งหาได้ยากผุดขึ้นมาบนใบหน้าอันหล่อเหลา
เขาประคองแขนเล็กที่มีเนื้อแน่นของเด็กน้อยก่อนจะถามเธอทีละคำช้า ๆ
"อิงอิง เธอเต็มใจกลับบ้านกับฉันไหม?"
ฉินอิงอิงกะพริบตากลมโตสีดำปริบ ๆ ลูกตากลมโตเปล่งประกายราวกับคริสตัล
เต็มใจ เต็มใจมากเลย!
เธอได้ยินหมดทุกอย่าง
คนคนนี้เลี้ยงดูเธอได้
ไม่สนที่เธอกินเยอะ
และไม่สนที่เธอพูดภาษาคนไม่ได้ด้วย!
ในฐานะลูกวาฬแห่งแปซิฟิก ฉินอิงอิงยังอายุไม่ถึงสี่ขวบดีด้วยซ้ำ
แต่เธอฉลาดกว่าเพื่อนร่วมฝูงตั้งแต่เกิด และรู้หลายสิ่งที่ยาย แม่ พี่ชาย และลุงของเธอไม่รู้
อย่างเช่น เรื่องที่พวกเรากับมนุษย์อาศัยอยู่ร่วมกันบนโลก วาฬเพชฌฆาตอย่างพวกเราเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและอาศัยอยู่ในมหาสมุทร ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าแห่งท้องทะเล
เธอเป็นวาฬเพชฌฆาตแปซิฟิกที่มีลำตัวสีดำและสีขาว จุดสีขาวรูปไข่หลังดวงตาที่ทำให้เหล่าพวกมันดูน่ารักเป็นอย่างยิ่ง
น้ำหนักตัวของพวกเราเป็นสิ่งที่คนชื่นชอบ พวกมนุษย์คำนวณน้ำหนักของเราด้วยหน่วยเป็นตัน เรามีดวงตาที่ภาษามนุษย์ให้คำนิยามว่าเหมือนกับลูกองุ่น
ลองจินตนาการดูสิ ทั้งลำตัวมีแค่สีดำกับสีขาวมันน่ารักจะตายไป
วาฬเพชฌฆาตเป็นสัตว์กินเนื้อที่ดุร้ายโดยธรรมชาติและอาศัยอยู่เป็นฝูง ดังนั้นจึงไม่กลัวฉลามขาวที่ดุร้าย
ความกลัว… มันคืออะไรกันน่ะ?
ในโลกของวาฬเพชฌฆาต ทุกสิ่งอย่างสามารถกินได้หมด!
ฉลามขาวก็เป็นแค่อาหารจานเล็กจานหนึ่ง พวกเราเป็นวาฬที่หาอาหารได้สบาย ๆ
ถ้าถามว่ามีอะไรที่ไม่กินจริง ๆ บ้าง?
ก็ต้องเป็นสิ่งที่กินเข้าไปแล้วไม่อยากกินอีกเป็นครั้งที่สองน่ะสิ!
ผู้ชายตรงหน้าตอนนี้ไม่ถือสาที่เธอกินเยอะ แถมยังหน้าตาดีเหมือนวาฬเพชฌฆาตด้วย… อีกทั้งยังเลี้ยงเธอได้อีก!
ไปอยู่กับเขาต้องดีมากแน่นอน!
ถึงอาหารของสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าจะอร่อย แต่เธอกินมากเกินไปจริง ๆ
และเธอก็อยากกินเนื้อมาก ๆๆๆ กว่านี้ด้วย!
ถึงคุณปู่ ผอ.จะดีกับเธอเหลือเกิน แต่เงื่อนไขของสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้ามีจำกัด เขาให้อาหารเธอเยอะกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว
แน่นอนล่ะ ถ้าเขาให้เยอะกว่านี้ เด็กคนอื่นก็คงจะหิวจนไส้กิ่ว
อย่าถามว่าทำไมวาฬเพชฌฆาตในมหาสมุทรแปซิฟิกตัวน้อยอย่างเธอถึงรู้อะไรมากมายขนาดนี้
…เพราะเจ้าตัวเองก็ไม่รู้เหมือนกัน
ราวกับว่าเธอเกิดมาพร้อมกับความสามารถในการเข้าใจภาษาของมนุษย์
ถึงได้บอกว่าเธอฉลาดไงล่ะ!
ฉินอิงอิงโผเข้าหาอ้อมกอดของฉินอี้หานอย่างไม่ลังเล ถึงขนาดที่ว่าใช้หัวเล็ก ๆ ของตนคลอเคลียคอของอีกฝ่ายเบาๆ
อื้ม!
เด็กน้อยยังไม่คุ้นเคยกับการที่ครีบทั้งสองกลายเป็นมือ ก็เลยเคยชินกับการใช้หัวถูไถเพื่อแสดงความสนิทสนมและความชอบพอมากกว่า
"แงงงง…"
ผอ.จางนิ่งไป “…”
เขาน้ำตารื้นขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ เจ้าตัวเล็กจะชอบคุณฉินมากเกินคาด นี่เป็นโมเมนต์ที่หาได้ยากจริง ๆ
ถ้าคุณฉินไม่ถือสาเรื่องที่เธอบกพร่อง นับจากนี้ไปเด็กเจ้าตัวเล็กคนนี้ก็จะมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุขและราบรื่นอย่างแน่นอน
แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว!
ผอ.จางหวังว่าเจ้าตัวเล็กทุกคนในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าจะมีบ้านที่ดี มีครอบครัวที่มีความสุขและสมบูรณ์แบบ
“เจียงฮุย ไปทำเรื่องรับเลี้ยงเด็กกับคุณจาง”
เจียงฮุยซึ่งเป็นผู้ช่วยที่ทำตัวเหมือนล่องหนมาอยู่ตลอดเดินออกมาข้างหน้าก้าวหนึ่ง “ครับ!”
ด้วยเหตุนี้ วาฬแปซิฟิกตัวน้อยจึงกลายมาเป็นเจ้าหญิงของตระกูลฉิน ซึ่งเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองหลวง
ฉินอี้หานอุ้มเธอขึ้นมาด้วยตัวเอง ทันทีที่ถูกอุ้มสูงขึ้นจากพื้น ฉินอิงอิงก็ตกใจจนรีบกอดคอใหญ่ของผู้ที่จะเลี้ยงของอร่อยให้เธอกินมากมายอย่างน่ารัก
เด็กน้อยอายุสามขวบครึ่งมีกลิ่นหอมของนมอ่อน ๆ เพราะตัวอ้วนกลมมีเนื้อเยอะ เวลาอุ้มขึ้นมาถึงรู้สึกได้ถึงความนุ่มนิ่ม
ฉินอี้หานเคร่งขรึมมาโดยตลอด แต่เมื่อได้กอดสิ่งมีชีวิตตัวเล็กน่ารัก รอยยิ้มจาง ๆ ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาเย็นชา
เมื่อรู้ว่าตัวเองได้รับเลี้ยงเด็กผู้หญิงตัวน้อยที่ต่างจากเด็กคนอื่น เขาจึงอ่อนโยนและระมัดระวังเป็นพิเศษ
ฉินอี้หานสังเกตเห็นว่าเจ้าตัวเล็กทั้งประหม่าและกลัว เขาจึงลูบหลังของอีกฝ่ายเบา ๆ
"ไม่ต้องกลัว พ่ออยู่นี่แล้ว"
ฉินอิงอิงเบิกตาที่กลมโตราวลูกองุ่นสีดำขลับ เธอหันไปจ้องมองคนน่ารักที่ต้องการรับเธอไปเลี้ยง
“เอ๋?”
ไม่นึกเลยว่าคนให้อาหารจะอยากเป็นพ่อของเธอ?
พ่อของเธอเป็นวาฬเพชฌฆาตแปซิฟิกที่ดุร้าย ทรงพลังและหล่อมากเลยนะ!
เขาหนักสิบกว่าตันเลยด้วย!
น้ำหนักอย่างคนให้อาหาร เป็นได้แค่เศษอาหารที่ติดตามซอกฟันของพ่อเท่านั้นแหละ…
ไม่สิ!
วาฬเพชฌฆาตอย่างพวกเราไม่ชอบกัดเหยื่อด้วยฟัน เพราะฟันนั้นสำคัญมาก ปกติแล้วเราจะกลืนเหยื่อทั้งเป็นได้เลยเพื่อไม่ให้ทำลายสุขภาพฟันมากนัก
นอกเสียจากว่าจะเจอกับพวกฉลามขาวตัวใหญ่ เพราะฉลามขาวขับถ่ายทางผิวหนังจึงมีกลิ่นคล้ายปัสสาวะ ดังนั้นหลังจากล่าฉลามขาวแล้ว พวกเราจะฉีกร่างฉลามขาวด้วยฟันและกินเฉพาะตับ
วาฬเพชฌฆาตอย่างพวกเราทั้งน่ารักทั้งดุร้ายทั้งอาจหาญในเวลาเดียวกัน
ฉินอี้หานคิดว่าเจ้าตัวเล็กน่าจะฟังเขาพูดรู้เรื่อง เพราะเห็นอีกฝ่ายทำหน้าราวกับไม่เชื่อหู อีกทั้งในดวงตาองุ่นยังฉายแววรังเกียจเล็กน้อย
ชายหนุ่มพลันมีความสุขขึ้นมา
เขาหยิกแก้มอ้วน ๆ ของเจ้าตัวเล็กเบา ๆ อย่างอดใจไม่ได้
“ฉันรับเลี้ยงเธอแล้ว ต่อจากนี้ฉันคือพ่อของเธอ”
เมื่อนึกถึงที่ผอ.จางบอกว่าเจ้าตัวเล็กกินจุ ฉินอี้หานก็พูดเสริมขึ้นอีกหนึ่งประโยค
“มากับพ่อ มีเนื้อให้กินนะ!”
ลูกวาฬน้อยแปซิฟิกทิ้งพ่อผู้ทรงพลังและหล่อเหลาอย่างวาฬเพชฌฆาตแปซิฟิกไว้ข้างหลังทันที
เธอไม่มีทางเลือกแล้วจริง ๆ!
ที่นี่ไม่ใช่แปซิฟิก เด็กน้อยยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อไปจึงได้แต่ต้องเกาะขาเขาไว้ก่อน!
ฉินอิงอิงกอดแขนของพ่อผู้เป็นคนให้อาหารและจุ๊บคางของเขา
ปากเล็ก ๆ นุ่มนิ่มถูไถไปตามสันกรามคมพลางส่งเสียงเล็กแหลมออกมา
"งือออ"
ดีจัง ดีจังเลย!
ฉินอี้หานผู้เย็นชามาโดยตลอดถูกการกระทำกับเสียงเล็กเสียงน้อยของเจ้าตัวเล็กทำให้ใจละลายในชั่วพริบตา
การคาดเดาของเขาไม่ผิด เจ้าตัวเล็กเข้าใจความหมายของเขาจริง ๆ
เมื่อจินตนาการว่าต่อจากนี้จะมีเด็กผู้หญิงตัวน้อยน่ารักแบบนี้อยู่เคียงข้างเขา ประธานฉินที่เย็นชาเคร่งขรึมจากก้นบึ้งของหัวใจมาโดยตลอดก็กลายเป็นคนที่สงบนุ่มนิ่มในทันที
ผู้นำตระกูลฉินอย่างฉินอี้หานไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจากนี้ชีวิตในอนาคตของเขาจะมีสีสันและน่าตื่นเต้นมากขนาดไหนจากการที่มีอิงอิง…
บทที่ 2 พบกันครั้งแรก
บทที่ 2 พบกันครั้งแรก
ขณะอยู่บนรถ มือเล็ก ๆ ของฉินอิงอิงเกาะขอบหน้าต่างมองทิวทัศน์ข้างนอกด้วยดวงตาโตสีดำขลับ
อาคาร!
ตึกสูงเสียดฟ้า!
รถยนต์!
ผู้คนสัญจรไปมา!
ทั้งที่เห็นเป็นครั้งแรกแท้ ๆ แต่เธอกลับไม่รู้สึกแปลกตาแม้แต่น้อย
มหัศจรรย์จริง ๆ
แต่หากจะถามเหตุผล เจ้าตัวเล็กก็ไม่รู้เหมือนกัน
ในสมองของเธอมีสำนวนหนึ่งผุดขึ้นมาคือ ‘รู้แบบงู ๆ ปลา ๆ’
แต่รู้แบบงู ๆ ปลา ๆ คืออะไร เธอก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน
ฉินอิงอิงเอียงศีรษะและคิดหนักอย่างอดไม่ได้ว่า บางทีเธออาจจำได้ว่าสิ่งเหล่านี้มาจากไหนหากเธอพยายามอย่างจริงจัง
แต่หลังจากเกิดมา วาฬนมตัวน้อยก็ใช้ชีวิตอยู่ในมหาสมุทรมาโดยตลอด เธอรู้ศัพท์ของพวกคุณยาย แม่ พี่ชาย และลุงมากมาย ไม่ว่าจะพยายามคิดอย่างไร สุดท้ายคำตอบก็วนไปวนมาเป็นขดยากันยุง
ช่างเถอะ ๆ!
ตอนนี้เธอกลายเป็นมนุษย์แล้ว ต่อไปใช้ชีวิตบนผืนแผ่นดินก็ต้องรู้ความเป็นมาพวกนี้
ฉินอิงอิงไม่ทำให้ตัวเองลำบากใจจึงตัดสินใจเลิกคิดเรื่องยุ่งยาก
ตอนนี้ท้องของเธออิ่มแล้ว อีกทั้งยังรู้สึกสบายตัว ผ่านไปได้ไม่นาน มือเล็กนุ่มนิ่มที่เกาะอยู่บนกระจกรถก็หล่นลงมา
ฉินอี้หานใช้มือถือถ่ายคลิปวิดีโอ พลางประคองเจ้าตัวน้อยไว้อย่างรวดเร็วขณะที่อีกฝ่ายเอนตัวล้มไปข้างหน้า ก่อนชายหนุ่มจะอุ้มเธอขึ้นมากอดไว้ในอ้อมแขน
ฉินอิงอิงรู้สึกสบายจนครางฮือ เห็นพ่อผู้เลี้ยงดูคนใหม่เป็นแผ่นหลังกว้างของแม่วาฬตัวอ้วนและกลิ้งไปมาเป็นวงกลมอย่างออดอ้อน
เมื่อฉินอี้หานมองเด็กน้อยในอ้อมกอดาที่จู่ ๆ ก็กลิ้งไปกลิ้งมา เขาพลันจับขาสั้นอวบอั๋นให้พลิกตัว
เพราะอีกฝ่ายขยับมากจนทำเสื้อร่นขึ้นมา เผยให้เห็นผิวเนียนของท้องเล็ก ๆ ที่ทั้งขาวและกลม
แต่เด็กน้อยไม่รู้เลยสักนิด เธอเอียงหัวในอ้อมแขนของเขา และนอนกรนอย่างสบายใจ
พุงเล็กกลมเป็นก้อนขยับขึ้นลงสูงต่ำตามเสียงกรนของเด็กน้อย ฉินอี้หานเห็นแล้วก็อดขำไม่ได้
ที่แท้เด็กก็น่ารักแบบนี้นี่เอง…
ชายหนุ่มเอาเสื้อของเด็กน้อยลงมา ก่อนดึงผ้านวมบาง ๆ ออกจากเก้าอี้ข้าง ๆ มาคลุมตัวของเธอไว้ เขากอดเด็กน้อยไว้ในอ้อมแขนแล้วหลับไป
แต่ผ่านไปไม่ถึงวินาที เขาก็ลืมตาขึ้นอีกครั้งเพื่อหยิบมือถือออกมาส่งคลิปวิดีโอของเด็กน้อยที่ถ่ายเอาไว้
…
ณ คฤหาสน์เยว่หัว บ้านเดี่ยวสามชั้นหลังหนึ่ง
เยี่ยนลี่เฉิงที่อ่านหนังสืออยู่ได้รับคลิปวิดีโอที่ส่งมาทางวีแชตของคุณอาฉิน เขาตกใจเล็กน้อย แต่ก็กดเปิดดูด้วยสีหน้าเรียบเฉย ปราศจากความรู้สึกใด ๆ
ในคลิปคือเด็กน้อยอายุสามขวบครึ่งซึ่งกำลังเกาะหน้าต่างรถชมวิวด้านนอก
เขาเห็นใบหน้าของเจ้าตัวเล็กได้เพียงครึ่งซีก และเพราะพิกเซลของมือถือดีมาก เขาเลยเห็นผิวขาวเนียนเป็นมันเงาของเด็กน้อย รวมถึงเนื้อหนั่นแน่นของมือเล็ก ๆ ทั้งสองข้างที่เกาะหน้าต่างรถ
เด็กน้อยขนตาเรียวยาว ผมนุ่มฟู ดูเหมือนตุ๊กตายัดนุ่นมาก แต่ให้ความรู้สึกดีกว่าตุ๊กตาพวกนั้นหลายพันเท่า
สายตาจ้องมองไปข้างนอก ตอนแรกดูประหลาดใจ ต่อมาก็นิ่งสงบและเปลี่ยนเป็นมองไปสุดลูกหูลูกตา… และเริ่มหาวจนหลับไปในที่สุด…
เยี่ยนลี่เฉิงที่เย็นชามานานหลุดขำออกมาอย่างอดไม่ได้
เขาส่งข้อความวีแชตไป
‘นี่ลูกของอาฉินเหรอ?’
เขารู้ว่าวันนี้อาฉินออกไปสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเพื่อเลือกเด็กสักคนมาเลี้ยงดู ซึ่งเด็กคนนั้นจะกลายเป็นลูกสาวของอาฉินที่นับตั้งแต่นี้ไปจะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ด้วยกัน
เพียงแต่เขาแปลกใจที่อาฉินเลือกลูกสาวแทนที่จะเป็นลูกชาย ยังไงอาฉินก็ไม่มีความคิดที่จะแต่งงาน
แต่ฉินกรุ๊ปจะไม่มีทายาทผู้สืบทอดไม่ได้
ฉินอี้หานตอบกลับเร็วมาก
‘อื้ม เธอชื่อฉินอิงอิง อายุสามขวบครึ่ง น่ารักมากเลย หลังจากนี้จะอยู่ด้วยกันกับเรา’
เยี่ยนลี่เฉิงเห็นข้อความที่อาฉินตอบกลับแล้วเบิกตาโตเล็กน้อย
เขากับอาฉินส่งข้อความวีแชตกันน้อยมาก ปกติจะโทรคุยกัน
อาฉินเป็นคนที่เคร่งขรึมเย็นชา ตัวเยี่ยนลี่เฉิงเองก็มีนิสัยสุขุมเยือกเย็นแบบนั้นเหมือนกัน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องผิดปกติที่พวกเขาทั้งคู่จะสนทนากันนานกว่าหนึ่งนาที
ทว่าวันนี้นอกจากส่งข้อความวีแชตกันหนึ่งครั้ง
คุณอาฉินยังตอบกลับมาหลายตัวอักษรขนาดนี้อีก
ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะชอบลูกสาวที่สดใส สดใหม่เหมือนออกมาจากเตาคนนี้มากเลย
เยี่ยนลี่เฉิงเปิดดูวิดีโอสั้น ๆ อีกครั้งอย่างอดใจไม่ได้ ดูจบแล้วมุมปากก็กระตุกขึ้นมา
‘ผมรู้แล้ว อาจะพาอิงอิงกลับมากี่โมง ผมจะไปรับ’
ฉินอี้หานยังคงตอบกลับเร็วเหมือนเดิม
‘อีกครึ่งชั่วโมง ผอ.จางบอกว่าอิงอิงกินเก่งมา บอกให้ป้าแม่บ้านเตรียมมื้อเที่ยงไว้เยอะหน่อย!’
‘ได้ครับ’
เยี่ยนลี่เฉิงไม่อ่านหนังสือแล้ว เขาออกจากห้องหนังสือชั้นสอง ลงไปที่ชั้นหนึ่งเพื่อถ่ายทอดคำพูดของอาฉินให้กับป้าแม่บ้านทราบ
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ประตูใหญ่ของคฤหาสน์ก็ถูกเปิดออก รถคาเยนน์จอดอยู่ลานด้านนอก
พอรถจอด ฉินอิงอิงก็ตื่นพอดี
เมื่อเห็นว่าพ่อผู้ให้อาหารอุ้มอยู่ เธอก็อดไม่ได้ที่จะถูไถเขาอย่างสนิทสนม
“งือออ”
ขอบคุณนะ เหนื่อยแย่เลย!
เสียงเล็ก ๆ น่าฟังมาก ฉินอี้หานที่ใบหน้าเพิ่งจะบึ้งตึงเผยรอยยิ้มออกมา
“อิงอิง ถึงบ้านแล้ว”
ฉินอี้หานมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นเยี่ยนลี่เฉิงวิ่งออกมาจากในบ้านก็แนะนำให้อิงอิงรู้จักอย่างไว
“อิงอิง นั่นคือเยี่ยนลี่เฉิง หลังจากนี้เรียกเขาว่าพี่ลี่เฉิงก็ได้”
“อื้ม”
โอเค จำได้แล้ว
พี่ลี่เฉิง!
เดิมทีฉินอี้หานวางแผนจะสอนเด็กน้อยเรียกในรถ ผลคือเด็กน้อยขึ้นรถเดี๋ยวเดียวก็หลับแล้ว พอเห็นเธอหลับลึก เขาก็ทำใจปลุกเธอไม่ลง
ช่างเถอะ ๆ
อิงอิงเพิ่งจะอายุสามขวบครึ่ง ยังมีเวลาเหลืออีกมาก ยังมีเวลาสอนอีกเยอะ
อาการสุดยอดคุณพ่อหลงลูกเริ่มกำเริบแล้ว แต่คุณพ่อฉินยังไม่รู้ตัวเลย
เจียงฮุยเปิดประตูรถ เดิมทีฉินอี้หานคิดจะอุ้มเด็กน้อยลงจากรถ
ผลคือเด็กน้อยเคลื่อนไหวเร็วอย่างกับลม เธอหลุดรอดออกจากอ้อมแขนของเขาไปได้ ขาอ้วนป้อมเหมือนแคร์รอตทั้งสองข้างยังไม่ถึงพื้น ทว่าเธอถอยลงอย่างปุบปับทำให้ตัวเองร่วงจากที่นั่งลงไปที่พรมในรถ ก่อนจะถลาลงไปที่พื้น เห็นแล้วฉินอี้หานก็อดขำไม่ได้
เลี้ยงเด็กน้อยน่ารักสักคนเป็นทางเลือกที่ฉลาดที่สุดจริง ๆ ด้วย
วาฬนมน้อยเป็นมิตรมาตั้งแต่เด็ก กับพี่ชายตัวน้อยใส่สูทสีขาวดำที่ยืนอยู่ข้างนอกยิ่งไม่ต้องพูดถึง
“งือออ”
พี่ลี่เฉิง สวัสดีค่ะ
เดิมทีเยี่ยนลี่เฉิงคิดจะช่วยรับน้องสาวตัวน้อยลงจากรถ ไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นน้องสาวตัวน้อยกลิ้งลงมา ด้วยความเร็วที่ไม่ได้ช้าเลยสักนิด
หลักลงจากรถก็เธอก็เดินวนรอบเขา วนได้สองรอบก็วิ่งไปอยู่ตรงหน้า ทักทายเขาด้วยรอยยิ้มและดวงตาที่เหมือนกับเม็ดองุ่น
แต่เด็กคนนี้ยังเล็กมาก เยี่ยนลี่เฉิงฟังไม่ออกว่าอิงอิงตัวน้อยพูดว่าอะไร
เขาโน้มตัวลงเพื่ออุ้มเธอขึ้นมาจากพื้น ใบหน้าไร้ความรู้สึกใด ๆ ที่เหมือนกับผู้เป็นอาเผยรอยยิ้มอ่อนโยนออกมา
“สวัสดี อิงอิงตัวน้อย ฉันคือพี่ลี่เฉิงของเธอ”
ปีนี้เยี่ยนลี่เฉิงอายุสิบขวบ แต่มีส่วนสูงถึงร้อยเจ็ดสิบแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะความจริงที่ว่าเขาดูผอมลงเล็กน้อย หากบอกว่าเขาเป็นนักเรียนมัธยมปลายก็คงไม่มีใครไม่เชื่อ
บวกกับท่าทีนิ่งเงียบเก็บตัว เคร่งขรึมยิ้มยากมาตลอด ไอคิวกับอีคิวสูง ฉินอี้หานไม่เคยมองว่าเขาเป็นเด็กอายุสิบขวบธรรมดา ๆ ตั้งแต่เขามารับช่วงต่อหลังจากเกิดเรื่องขึ้นในตระกูลเยี่ยน
เด็กน้อยมองพ่อผู้ให้อาหาร ก่อนหันไปหาพี่ชายผู้ให้อาหารอีกที เธอชอบสุด ๆ ไปเลย
ตอนนี้มาตรฐานเบ้าหน้าของคนให้อาหารสูงขนาดนี้แล้วเหรอ?
แถมยังสวมเสื้อสีที่เธอชอบ เป็นหนุ่มหล่อในสูทสีขาวดำทั้งคู่อีก!
ใส่สูทเหมือนกับวาฬตัวอ้วนกลมสุดหล่อสุดสวยที่สวมสูทอย่างพวกเราเลย!
เธอชอบมาก ๆ
ดังนั้นวาฬนมแปซิฟิกตัวน้อยจึงไม่ปิดบังความชอบของตนและจุ๊บไปบนใบหน้าหล่อเหลาอันเลอค่าของพี่ชายผู้ให้อาหาร
“งืออ”
พี่ลี่เฉิง ฉันชื่อฉินอิงอิง ปีนี้อายุสามขวบครึ่งแล้ว
เด็กน้อยสังเกตเห็นว่าตอนนี้ปลายหูเล็ก ๆ ของหนุ่มน้อยเยี่ยนลี่เฉิง พี่ชายผู้ให้อาหารที่หล่อเหลาและเลอค่าของเธอแดงหมดแล้ว!
บทที่ 3 วาฬอ้วนกลืนข้าวในคำเดียว
บทที่ 3 วาฬอ้วนกลืนข้าวในคำเดียว
เมื่อฉินอี้หานลงจากรถมาเห็นฉากนี้ก็ยิ้มอย่างอดไม่ได้
เป็นอีกครั้งที่เขารู้สึกว่าตนเองเลือกได้อย่างชาญฉลาด เด็กน้อยน่ารักนุ่มนิ่ม น่ารักมากขนาดที่ทำให้เยี่ยนลี่เฉิงที่ไม่เคยดูชอบด็กมาก่อนใจละลายได้
เขาอุ้มเจ้าตัวน้อยขึ้นมาก่อนจะตบไหล่ของเยี่ยนลี่เฉิงเบา ๆ
“ไป กลับบ้านกันเถอะ”
เยี่ยนลี่เฉิงก้มหน้าลงมองอ้อมกอดที่ว่างเปล่าและมองไปที่อิงอิงตัวน้อยซึ่งถูกอาฉินอุ้ม เธอกำลังเงยหัวเล็ก ๆ มองหน้าของเขาด้วยตาที่เหมือนองุ่น จากนั้นเด็กหนุ่มก็รีบร้อนตามไป
เมื่อมาถึงห้องรับแขก ฉินอี้หานวางเด็กน้อยลงบนโซฟาตัวกว้างนุ่มนิ่ม
“อิงอิงตัวน้อยหิวรึยัง?”
เดิมทีฉินอิงอิงไม่ได้รู้สึกหิวเลย
แต่ถ้ามีให้กิน เธอก็ไม่เคยปฏิเสธ
ในฐานะวาฬตัวน้อยแสนบริสุทธิ์ ชีวิตของเธอมักจะกินอิ่มแล้วนอน เมื่อนอนจนอิ่มก็เล่น เมื่อเล่นจนพอก็กินอีกครั้ง
หากใช้ภาษาคนในการนิยาม เธอก็คือลูกทูนหัวที่ไม่ต้องทำอะไรเองเพราะมีคนทำให้หมดทุกอย่าง
ลูกวาฬเพชฌฆาตเป็นวาฬที่สมควรได้รับความรักมากที่สุดในฝูง ขอแค่ในฝูงวาฬเพชฌฆาตมีชีวิตใหม่ถือกำเนิด ญาติและเพื่อนฝูงจะมาเยี่ยมเยียนแสดงความยินดีเหมือนกับกับครอบครัวของมนุษย์
“อื้ม”
กินได้นะ!
เธอไม่หิว แต่เธอกินได้
เยี่ยนลี่เฉิงนึกถึงข้อความวีแชตที่อาฉินส่งมาก่อนหน้านี้ เขาคิดว่าอิงอิงตัวน้อยหิวแล้วจึงให้ป้าแม่บ้านช่วยจัดโต๊ะมื้อเที่ยงให้และจูงมืออิงอิงตัวน้อยไปที่ห้องทานอาหาร
โต๊ะอาหารค่อนข้างสูง สัดส่วนของเก้าอี้และโต๊ะอาหารสร้างมาสำหรับผู้ใหญ่
ตอนนี้ฉินอิงอิงเป็นเด็กอายุสามขวบครึ่ง แถมยังเป็นเจ้าก้อนกลมที่จ้ำม่ำและไม่สูงนัก
เยี่ยนลี่เฉิงวางเธอบนเก้าอี้แล้วนั่งลง มองดูอีกที เห็นแต่เพียงก้อนขนดกสีดำเข้ม จากนั้นก็เป็นดวงตากลมโตสีดำที่เหมือนกับเม็ดองุ่น…
เธอเหมือนเจ้าเห็ดน้อยที่ผุดขึ้นมาข้างโต๊ะเลย เจ้าเห็ดน้อยมีดวงตาที่สดใส กลมโต อีกทั้งยังมีชีวิตชีวาด้วย
ดวงตาคู่นั้นจ้องไปยังจานอาหารที่มีกลิ่นหอมหวนบนโต๊ะ ดวงตาเต็มไปด้วยคำว่า ‘อยากกินจัง ๆๆ’
ไม่เพียงแค่นั้น จากมุมมองของเขา เขายังเห็นขาอ้วนท้วนของอิงอิงตัวน้อยที่ดิ้นไปมาอยู่ด้านล่าง เหมือนว่าอยากจะพยายามเหยียบอะไรบางอย่างเพื่อปีนขึ้นไปด้วย
แต่ใต้เก้าอี้มีเพียงความว่างเปล่า อิงอิงตัวน้อยยังคงหายใจหอบเหนื่อย ตาที่เหมือนเม็ดองุ่นกะพริบถี่ แก้มเปลี่ยนเป็นสีแดงเล็กน้อย
เยี่ยนลี่เฉิง “…”
อิงอิงตัวน้อยน่ารักถึงขั้นฆ่าคนได้เลย!
ฉินอี้หานถอดสูทตัวนอกออกและมองเห็นฉากนี้พอดีจึงหัวเราะออกมาอีกครั้งอย่างอดไม่ได้
เด็กน้อยตัวเล็กเกินไปแล้วจริง ๆ!
ทั้งเล็กทั้งนุ่มนิ่ม เขาขำมากเสียจนไหล่สั่น
เขาเดินตรงไปอุ้มเด็กน้อยขึ้นมาและให้เธอนั่งบนตัก
“อิงอิงตัวน้อย พ่อจะอุ้มลูกกินข้าวนะ”
เยี่ยนลี่เฉิงที่เพิ่งเตรียมตัวจะอุ้มอิงอิงตัวน้อยได้แต่เซ็งอยู่ในใจ “…”
เหมือนว่าเขาจะช้าไปหนึ่งก้าว
เพราะได้เห็นฉากน่ารักน่าเอ็นดูของอิงอิงตัวน้อยเมื่อกี้ เขาจึงเหม่อลอยไปหน่อย!
ฉินอี้หานก้มหน้าถามเด็กน้อย “อิงอิงอยากกินอะไร?”
ฉินอิงอิง ‘ยืดตัวสูงขึ้น’ อย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นจานอาหารที่มีกลิ่นหอมเตะจมูก เธอก็ขยับปากส่งเสียงดัง
เจ้าตัวเล็กยื่นมือออกมา เผยให้เห็นท่าทางราวกับจะลูกวาฬแปซิฟิกที่อยากจะกินอาหาร แขนเล็กมีเนื้อเยอะโบกไปมา ทำท่าทางชี้ไปข้างในปาก
“งือออ”
อยากกิน อยากกินทั้งหมดเลย!
อาหารทั้งหมดนี้ใกล้จะเข้ามาอยู่ในท้องของวาฬเพชฌฆาตตัวอ้วนแล้ว
ถึงปริมาณจะเยอะกว่าที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าอยู่มาก แต่ก็นะ… ตอนอยู่ที่นั่นเธอกินอิ่มจริง ๆ กี่มื้อกัน
เยี่ยนลี่เฉิงคีบซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานมาวางลงในชามใบเล็กตรงหน้าน้องสาวตัวน้อย
“อิงอิงตัวน้อย ลองชิมซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานดูสิ ทั้งนุ่มทั้งเปื่อยยุ่ย ละลายในปากเลยล่ะ”
วาฬเพชฌฆาตตัวน้อยรู้ว่านี่คือเนื้อ เธอโหยหาที่จะกินเนื้อมาก
ถึงขนาดลืมไปแล้วว่าผอ.จางบอกว่าต้องใช้ส้อมกิน เจ้าตัวน้อยจึงก้มหัวมุดลงไปในชามข้าว
เป็นการกินอาหารท่ามาตรฐานอย่างดุร้ายของเหล่าวาฬเพชฌฆาต
ฉินอี้หานตกใจ
เยี่ยนลี่เฉิงเองก็ชะงักไปเช่นกัน
หนุ่มหล่อเล็ก หนุ่มหล่อใหญ่ลอบมองหน้ากันโดยอัตโนมัติ
อิงอิงตัวน้อยคงหิวมากเลยนะเนี่ย!
แค่ชั่วพริบตา เจ้าตัวน้อยก็กลืนซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานเข้าไปแล้ว
มันทั้งนุ่มทั้งเปื่อยจริงด้วย!
เธอไม่รู้จริง ๆ ว่ามันจะติดฟันรึเปล่า เพราะเธอกลืนมันลงไปเลย
ใช่!
ในช่วงเวลาหนึ่งเธอลืมว่าตอนนี้ตัวเองเป็นมนุษย์ เธอยังคิดว่าตัวเองเป็นวาฬเพชฌฆาตตัวน้อยอยู่
ดังนั้น…
วินาทีต่อมาจึงเกิดโศกนาฏกรรมขึ้นกับฉินอิงอิง
“แค่ก…”
“แค่ก ๆ…”
เยี่ยนลี่เฉิงที่นั่งอยู่ข้างเธอสังเกตเห็นสีหน้าที่ดูไม่ค่อยดีของอิงอิงตัวน้อยได้ทันที
“อิงอิงตัวน้อย เป็นอะไรไป?”
เด็กหญิงสำลักซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานชิ้นเล็ก ๆ จนแทบจะหายใจไม่ออก
ดีที่ไม่ได้ทำให้เหล่าวาฬเพชฌฆาตขายหน้า
เธอนิ่งไปเพราะกลืนซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานชิ้นนั้นลงคอไปแล้ว
จึงรู้สึกเจ็บคอนิดหน่อยเท่านั้น
ฉินอิงอิงยื่นมืออันอวบอ้วนออกมาแล้วแตะคอของตัวเอง ทำให้ฉินอี้หานกับเยี่ยนลี่เฉิงสังเกตเห็นถึงความผิดปกติของอีกฝ่าย
“อิงอิงตัวน้อย เป็นอะไรไป?”
“เอ๋?”
ไม่เป็นไร ๆ ก็แค่ไม่ทันระวังนิดหน่อย ตอนนี้แก้ปัญหาได้แล้ว
ถ้าเธอสำลักซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานจนตาย คงเป็นเรื่องน่าอับอายสำหรับเหล่าวาฬเพชฌฆาตที่ทั้งดุร้ายและน่ารัก
ไม่กี่ปีที่ผ่านมา สัตว์ทะเลจำนวนมากเสียชีวิตจากอวนจับปลาลอยน้ำและสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดอื่น ๆ มากมาย แต่เธอจะไม่ยอมเป็นวาฬเพชฌฆาตตัวแรกที่สำลักตายหลังจากกินซี่โครงขนาดเท่ากุ้งฝอยแน่!
เธอกลัวว่าจะถูกเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ทั้งมหาสมุทรขำจนตาย
ส่วนพวกวาฬเพชฌฆาตฝูงอื่น…
ช่างเถอะ ๆ!
วาฬเพชฌฆาตไม่สื่อสารกันด้วยภาษา วาฬเพชฌฆาตทุกเผ่าพันธุ์มีภาษาของตัวเอง
ถ้าเธอขายหน้า เผ่าพันธุ์อื่นก็ไม่รู้หรอก!
แต่ที่กลัวคืออาจจะมีสิ่งมีชีวิตที่ไม่คาดคิดเหมือนเธอซึ่งเกิดมาฉลาดกว่าญาติในฝูงมากกว่า
เธอไม่ได้รู้แค่ภาษาวาฬยักษ์แปซิฟิก ภาษาของวาฬยักษ์แอนตาร์กติก เธอก็พูดได้อยู่นิดหน่อย
ฉินอิงอิงกลัวว่าเรื่องฉาวพวกนั้นจะไปถึงหูวาฬที่ผ่านไปผ่านมา เธอยังมีพี่ชายอีกสามคนนะ!
โอ๊ย!
เจ้าตัวเล็กเผลอคิดมากไปหน่อย
เมื่อหันมาเห็นพ่อผู้เป็นคนให้อาหารกับพี่ชายผู้เป็นคนให้อาหารมองเธออย่างกังวลใจ เจ้าวาฬน้อยก็แยกเขี้ยวยิงฟัน
“ฮี่ ๆๆ!”
ดูสิ วาฬอ้วนตัวน้อยของเราไม่เป็นไรจริง ๆ อย่าห่วงไปเลย
คุณพ่ออย่างฉินอี้หานไม่ห่วงไม่ได้อยู่แล้ว
เขาเพิ่งจะมั่นใจอยู่หน่อย ๆ กับลี่เฉิงไปเมื่อกี้
ว่าเจ้าตัวน้อยกลืนซี่โครงลงคอไปโดยไม่แม้แต่จะเคี้ยว
ใช่!
กลืนไปแล้ว!
โชคดีที่เยี่ยนลี่เฉิงคิดว่าอิงอิงตัวน้อยยังเด็กมาก กลัวว่าเธอจะเอากระดูกข้างในซี่โครงออกมาไม่ได้ เลยเอากระดูกออกให้ก่อน
ถ้าไม่ได้เอาออกมา อิงอิงตัวน้อยที่กลืนเนื้อลงไปโดยไม่แม้แต่จะเคี้ยว คงได้รับผลร้ายที่ยากจะจินตนาการถึงแน่ ๆ
ฉินอี้หานซึ่งไม่แม้แต่จะกะพริบตาเมื่อเจอกับกระสุนยี่สิบล้านนัดยังตกใจจนเหงื่อออกท่วมแผ่นหลัง
“อิงอิงตัวน้อย ตอนกินข้าวจะกลืนเลยไม่ได้นะ ต้องเคี้ยวก่อน”
เพราะกลัวว่าเด็กน้อยจะไม่เข้าใจ ฉินอี้หานจึงคีบขึ้นฉ่ายขึ้นมาหนึ่งชิ้นเข้าไปในปากแล้วเคี้ยวช้า ๆ ก่อนจะกลืนลงไป
หลังจากที่ทำสิ่งนี้ เขาก็มองดวงตากลมโตของเด็กน้อยและถามเธอ
“อิงอิงตัวน้อย เข้าใจมั้ย?”
“งือออ”
รู้แล้ว ๆ ๆ
วาฬยักษ์อย่างฉันจะจำไว้ว่าต้องใช้ส้อมและกลืนลงคอในคำเดียวไม่ได้
แต่หากให้ฟันของวาฬเพชฌฆาตกินแบบนี้ มันจะไม่พังก่อนเหรอ?