โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ขนมมงคลโบราณ! 'ฉื่อคักก้วย' สูตรจีนแต้จิ๋วใช้ไหว้วันตรุษจีน

แนวหน้า

เผยแพร่ 29 ม.ค. 2567 เวลา 17.00 น.

ชาวไทยเชื้อสายจีนตระกูลแซ่ตั้ง ในจังหวัดพิษณุโลก เร่งมือผลิตขนมฉื่อคักก้วย ขนมมงคลจีนโบราณฉบับแต้จิ๋ว ที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษกว่า 100 ปี ที่ปัจจุบันหาทานได้ยากในพิษณุโลก เพื่อเตรียมขายและแจกจ่ายให้ลูกหลานในช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยเฉพาะในช่วงนี้ขายทางออนไลน์มียอดสั่งจองแล้วจำนวนมาก

30 ม.ค.67 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่โรงเจอื่อเค่งเซี่ยงตึ๊ง ซึ่งเป็นโรงเจเก่าของจังหวัดพิษณุโลก อยู่ริมถนนสนามบิน ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก ซึ่งชาวไทยเชื้อสายจีนตระกูลแซ่ตั้งกำลังเร่งมือผลิตขนมมงคลไหว้เทพเจ้า อย่างขนม ฉื่อคักก้วย ที่ชาวไทยเชื้อสายจีนนิยมนำมาเซ่นไหว้เทพเจ้า เพราะเชื่อว่าไหว้แล้วจะมีสิริมงคล ครอบครัวกันใคร่กลมเกลียว สุขภาพแข็งแรงมีอายุยืนยาว วันนี้มียอดออเดอร์จากชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดพิษณุโลกสั่งกันมาไม่ต่ำกว่า 1,000 ชิ้น เพื่อนำไปไหว้องค์เทพเจ้า เพื่อขอพรในวันสำคัญคือวันตรุษจีนที่จะถึงนี้

สำหรับ ฉื่อคักก้วย เป็นขนมแบบฉบับแต้จิ๋วชนิดหนึ่งที่เป็นที่นิยมมากในหมู่ชาวจีนแต้จิ๋ว และถือเป็นสัญลักษณ์ตัวแทนขนมแบบฉบับแต้จิ๋วทั้งปวง ตามความเชื่อแล้ววิญญาณบรรพชนจะได้กลับมาเยี่ยมเยือนบุตรหลาน จึงเป็นธรรมเนียมที่บุตรหลานจะต้องตระเตรียมของเซ่นไหว้บรรพชนของตนกันให้ครบทั้งคาวหวาน หนึ่งในของไหว้ที่ขาดไปไม่ได้ คือขนมเทียนนั่นเอง

โกเจ็ง หรือคุณกัลยากร แซ่ตั้ง อายุ 64 ปี ลูกหลานของตระกูลแซ่ตั้งที่สืบทอดวิธีการทำไว้ ได้บอกว่าขนมชนิดนี้จะเรียกว่าเป็นขนมที่โดดเด่นที่สุดในบรรดาขนมแบบฉบับแต้จิ๋วก็ว่าได้ ด้วยความที่มีเอกลักษณ์ที่ไม่มีใครเหมือน ทั้งรูปทรง รสชาติ ความหมายและวัตถุดิบ จนกล่าวได้ว่าขนมชนิดนี้เปรียบเสมือนตัวแทนของความเป็นแต้จิ๋ว และความที่เป็นขนมยอดนิยมที่ถูกคัดเลือกมาขึ้นโต๊ะไหว้เจ้าและบรรพบุรุษเกือบทุกเทศกาลและพิธีกรรมต่างๆ ทำให้ชาวไทยเชื้อสายจีนต่างให้ความนิยมนำมาใช้เซ่นไหว้บูชาเทพเจ้า และเซ่นไหว้บรรพบุรุษในเทศกาลสำคัญต่าง ๆของชาวจีนแต้จิ๋ว สำหรับสูตรของตนเป็นสูตรเก่าแก่ของตระกูล และนำมาประยุกต์ให้เข้ากับสมัยใหม่ โดยจะมีไส้คือ ถั่วทองและงาดำ ผสมกัน ฉื่อคักก้วย ได้รับความนิยมจากประชาชนชาวจังหวัดพิษณุโลก ไม่เพียงแต่แค่ชาวไทยเชื้อสายจีนเท่านั้น ชาวไทยแท้เอง โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุเองก็นิยมซื้อไปรับประทาน เนื่องจากเป็นขนมมงคลและมีความเป็นผักสมุนไพร ให้ประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งทางตนจำหน่ายในราคาชิ้นละ 25 บาท

โกเจ็ง บอกต่ออีกว่า ตามตำรับดั้งเดิมแล้วตัวแป้งขนมฉื่อคักก้วยนั้นจะผสมหญ้าชนิดหนึ่งลงไปด้วย คือหญ้าที่มีนามว่า “ฉื่อคัก” พืชชนิดนี้มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Gnaphalium affine เป็นพืชที่อยู่ในวงศ์เดียวกันกับพวกทานตะวัน พืชชนิดนี้มีสรรพคุณทางยามากมาย ในฐานะสมุนไพรแล้วมีการนำไปใช้เป็นยาแก้ไอ ขับเสมหะ ลดไข้ ปวดตามข้อ แก้ตกขาวและอื่น ๆ เนื่องจากมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว จึงมีการนำไปผสมในอาหารหลายชนิด อาหารที่มีฉื่อคักเป็นส่วนประกอบที่โด่งดังก็คือ ฉื่อคักก้วย ซึ่งถือเป็นขนมเก่าแก่ของแต้จิ๋วที่ปัจจุบันยังคงพอหาทานได้ในย่านคนจีน เช่น ในเยาวราช เป็นต้น วิธีการทำก็ค่อนข้างยุ่งยาก เริ่มจาก นำมันดินไปนึ่งหรือต้มให้สุก แล้วใช้สมุนไพรฉื่อคัก หรือที่คนไทยเรียกว่า สมุนไพรนางนวล นำไปต้มให้ยุ่ย แล้วนำไปปั่นให้ละเอียด แล้วนำมาผสมกับเนื้อมันนึ่งนวดจนเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นก็ทำไส้ โดยการใช้ถั่วทองและงาดำผสมกัน เติมน้ำตาลทรายแดงเล็กน้อย แล้วนำไปกวนจนเนื้อเนียน จากนั้นก็นำไปปั้น และกดในแม่พิมพ์ ทิ้งไว้ในอุณหภูมิปกติเป็นเวลา 1 คืนเพื่อให้แป้งและไส้เซ็ทตัว แล้วจึงนำมาวางบนใบตองนำไปนึ่งจนสุก โดยใช้เวลานึ่งประมาณ 15 – 20 นาที

ขนมฉื่อคักก้วย ถือเป็นขนมมงคลและขาดไม่ได้ของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน นำไปขึ้นโต๊ะไหว้เจ้าตามประเพณีสำคัญต่างๆ เนื่องจากเชื่อว่าเมื่อนำขนมไปไหว้เจ้าแล้ว จะเป็นสิริมงคล ความกลมของฉื่อคักก้วย เปรียบเสมือน ครอบครัวจะรักใครกลมเกลียวกัน มีความสามัคคีกัน ส่วนสมุนไพรฉื่อคัก เป็นสมุนไพรที่ให้ความเย็น ก็เปรียบเหมือนครอบครัวจะอยู่เย็นเป็นสุขนั่นเองเมื่อไหว้เสร็จแล้วชาวไทยเชื้อสายจีนก็จะนำไปทานในครอบครัวหรือแจกจ่ายให้กับเพื่อนบ้านเพื่อความสิริมงคลนั่นเอง ทางโรงเจฯ จะทำเพียงปีละ 1 ครั้ง หรือทำเพียงวันเดียวต่อปีเท่านั้นในช่วงเทศกาลตรุษจีนจึงเป็นขนมที่หาได้ยาก สำหรับออเดอร์ตอนนี้มีเข้ามาแล้ว 1,000 ชิ้น จึงต้องช่วยกันเร่งผลิต สำหรับท่านใดที่สนใจอยากจะชิมขนมฉื่อคักก้วย หรือต้องการซื้อไปไหว้เทพเจ้าในเทศกาลตรุษจีนนี้ก็สามารถสั่งซื้อได้ที่ โกเจ็ง เบอร์โทรและไอดีไลน์ 063-6698593 หรือเฟสบุ๊กชื่อ Love Nisa

.-008

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...