โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ต้าวลูกหมูน้อย ย้อนอดีต ปีพ.ศ.2500

นิยาย Dek-D

อัพเดต 01 ก.พ. 2567 เวลา 15.02 น. • เผยแพร่ 01 ก.พ. 2567 เวลา 15.02 น. • Lalalisa-Lily
ต้าวขวัญใจ ที่ชอบกินอาหารทุกชนิดจนตัวอวบกลม จนคนเรียกว่า ต้าวลูกหมู วันหนึ่งได้หมดบุญจากโลกปัจจุบันย้อนไปสู่อดีตในปีพ.ศ.2500 ได้เอาความรู้ความสามารถที่มีติดมาช่วยเหลือครอบครัวและสร้างอาชีพให้กับผู้คน

ข้อมูลเบื้องต้น

ต้าวอ้วงขวัญใจ เด็กน้อยอายุ 10 ขวบ ที่ชื่นชอบการกินอาหารทุกชนิดโดยเฉพาะที่ทำจากเนื้อหมู

ทั้งที่ในปีพ.ศ.2565 ราคาหมูทะลุไปโลละ 250 บาทกันแล้วค่า

แต่ต้าวขวัญใจก็ยังชอบกินหมูอยู่ดี แม้จะแพงซักแค่ไหนก็เถอะ ก็คนมันชอบไปแล้วทำไงได้ล่ะคะ_

แล้ววันหนึ่ง ต้าวอ้วงก็ต้องมาจากไปเพราะ ฟ้าดินลิขิต ทำไมสวรรค์ช่างใจร้ายกับน้องจังเนอะ T_T

จะเกิดอะไรขึ้นกับต้าวขวัญใจอีกหนอ จะย้อนอดีตไปอยู่ที่ไหน อะไร ยังไง !!!

โปรดติดตามอ่านเรื่องราวของต้าวอ้วงต่อไปด้วยนะคะ

กดติตตาม กดหัวใจเพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยนะคะ

แนะนำพูดคุยติชมกันได้เสมอ ไรท์จะพยายามมาอัพทุกวันเวลา 6 โมงเช้า

แต่งเรื่องแรก จากจินตนาการล้วนๆ แต่อ้างอิงเนื้อหาจากความเป็นจริงด้วยค่ะ

จะพยายามทำให้สนุกสนาน เพื่อผู้อ่านทุกท่าน

เป็นกำลังใจให้นักเขียนสว. ด้วยนะคะ

ขอบคุณค่ะ จุ๊บๆๆ

** ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องราวในอดีต ในปีพ.ศ. 2500 ไรท์เอาข้อมูลมาจากการบอกเล่าจากรุ่นพ่อแม่

และจากการค้นคว้าหาข้อมูลจาก Google เพื่อความสมจริงให้มากที่สุดนะคะ

กราบขอบคุณแม่ของไรท์ ที่ให้ข้อมูลมากมายเพื่อให้ลูกคนนี้เอามาเป็นต้นแบบในการแต่งนิยายด้วยจ้ะ

เห็นแม่เล่าไปยิ้มไป ไรท์ก็สุขใจเหลือเกิน ..Love _

.. อิมเมจ คือ ต้าวขวัญใจ ..

.. หนูน่าร๊ากไหมคะ ..

.. อิมเมจ คือ นายอัคคี ไฟ ..

.. ผมหล่อไหมครับ ..

Cr. รูปจาก Google ค่ะ

++++++++++++++

ต้าวลูกหมูตัวอ้วง

- วันที่ 8 เดือนมกราคม พ.ศ. 2565 -

“ เจ้าลูกหมูเอ๊ย ตื่นๆๆ จะ 6 โมงเช้าแล้ว ลุกมาช่วยปู่จัดโต๊ะได้แล้วเว๊ย เจ้าขวัญใจเอ๊ยย ”

เสียงตะโกนปลุกทุกวัน แทนนาฬิกาปลุกประจำบ้าน เพื่อเรียกเจ้าตัวแสบประจำบ้านทรายทอง

เอ๊ยย!!! ไม่ใช่ ประจำ ‘ร้านข้าวขาหมูเติมทรัพย์ ’

ปู่เติม ตะโกนปลุกเรียกหลานสาวคนเล็ก ให้ออกมาช่วยจัดร้าน ซึ่งทุกๆ คนทั้งบ้านจะได้ยินกันเป็นประจำทุกวันจนเคยชินไปแล้ว

และอีกคนที่กำลังนอนตูดโด่ง ตัวกลม เอาผ้าคลุมโปง ก็ได้ยินและเคยชินเช่นกัน แต่ก็ขอนอนต่อเวลาอีกหน่อยทุ๊กวันเหมือนเดิมๆ

ก็คนมันง่วงเนาะ อิอิ คร่อกกก

จนเวลาผ่านไปอีกพักนึง ได้ยินเสียงไม้เคาะโป๊กๆ ที่บันไดบ้านรัวๆ

ต้าวขวัญใจ ก็สะดุ้งเฮือกรีบโผล่พรวดพราดออกจากผ้าห่ม

ทำเสียงโครมคราม กระโดดตึงๆ ลงจากเตียงให้ปู่รู้ว่าตื่นแล้ว คว้าผ้าห่มขึ้นมาสะบัดๆ พับพึ่บพั่บ อย่างรวดเร็ว พร้อมตะโกนลั่นออกไป

“ ตื่นแล้ว ตื่นแล้วจ้าปู่จ๋า หนูกำลังพับผ้าอยู่จ้าาา ”

เจ้าตัวกลมรีบตะโกนให้ลั่น เพราะรู้ว่าตัวคงนอนเพลินเกิ๊น จนปู่คว้าไม้มาเคาะบันไดบ้านเตือนรอบสุดท้ายแล้ว ไม่ลุกคราวนี้ มีหวังก้นลายแหงๆ เบยย

อึ๋ยย!! หนูกลัว แต่หนูก็ไม่เคยโดนหรอกนะ หนูน่ะเซียนความไว จับไม่ได้ไล่ไม่ทันหนูหรอกค่า คริคริ _

เจ้าตัวกลมมีนามว่า เด็กหญิงขวัญใจ เด็กน้อยวัย 10 ขวบ ที่ตัวอวบกลมกว่ามาตรฐานทั่วไปนิดหน่อยเอ๊ง หราา

เพราะเจ้าตัวกลมชอบทำ ชอบชิม ชอบกิน เรียกได้ว่าฟาดเรียบกินได้หมดแทบทุกอย่าง

ยิ่งถ้ามีเมนูที่เกี่ยวกับหมู ต้าวไม่มียั้งเลยค่า ชอบมาก จัดหนักจัดเต็มตลอดๆ

ก็เพราะเกิดมาในร้านขายข้าวขาหมูนั่นเอง ของมันก็คุ้นเคยลิ้นกันนี่ค๊า ไม่ชอบก็แปลกแล้วอ่ะ

น้ำหนักต้าวขวัญก็เลยแค่เกือบ 40 โล เท่านั้นเอ๊ง

..ก็น้อยเดียวเองเนอะ เด็กกำลังกินกำลังโตก็งี้ล่ะ คิคิ__

ครอบครัว..ต้าวลูกหมูขวัญใจ..

พ่อต้นเอก (พ่อเอก)อายุ 44 ปี

แม่สายทิพย์ (แม่ทิพย์)อายุ 42 ปี

พี่ชายชื่อต้นไม้ (พี่ไม้)อายุ 21 ปี

พี่สาวชื่อสายธาร (พี่น้ำ)อายุ 17 ปี

ปู่ชื่อบุญเติม (ปู่เติม)อายุ 70 ปี

ย่าชื่อดวงดาว (ย่าดาว)อายุ 68 ปี

เจ้าตัวกลมเป็นลูกหลงของ พ่อเอก กับ แม่ทิพย์ ที่ตั้งใจว่าจะมีลูกชายหญิง อย่างละคนก็พอแล้ว

แต่ด้วยความพลั้งเผลอพลาด หรือความรักมันท่วมท้นใจกายก็ไม่รุ๊ เลยมี เจ้าขวัญใจ ตัวแสบของบ้านโผล่มาอีกคนนี่แหล่ะค่า ห่างจากพี่สาวไปตั้ง 7 ปี

ด้วยความที่เป็นเด็กน้อยคนเล็กของบ้านที่ขี้อ้อนสุดๆ ทุกคนในบ้านล้วนเอาอกเอาใจกัน รักใคร่กันมากๆ

อยากได้อยากกินอยากทำอะไรก็ได้ทุกอย่าง พากันไปทำกิจกรรมมากมายหลากหลาย ที่เจ้าตัวก็ชอบและทำได้ดีไปซะทุกอย่างเลย

แต่ต้าวขวัญก็ไม่ได้เป็นเด็กที่เอาแต่ใจตัวเองเลยสักนิด กลับเป็นเด็กที่ขยันมีน้ำใจ เฉลียวฉลาดสุดๆ มีไอคิวสูงเกิน 120 ซึ่งถือว่ายอดเยี่ยมมากๆ

อายุเพียงเท่านี้ก็รู้จักทำมาค้าขายร่วมกันกับพี่สาวของตน จนจะเป็นเศรษฐีน้อย 10 ล้านอยู่แล้ว

ว๊าว!! อิจฉาต้าวจุงเบย ค้าขายอะไรหรา บอกหน่อยจิค๊าไอต้าวเอ๊ย

เจ้าตัวกลมก็มีดีไปแทบซะทุกอย่าง ยกเว้นอย่างเดียวคือเรื่องขี้เกียจตื่นนอนตอนเช้านั่นเอง ใครมาเรียกมาปลุกก็ไม่ยอมตื่น ถ้ายังไม่ถึงเวลา

นอกจากปู่เติมจ๋านั่นเองที่รู้ทันกัน จนปู่เติมถูกเรียกว่า‘ นาฬิกาปลุกส่วนตัวของต้าวขวัญใจ ’

เพราะเป็นช่วงโควิดต้องเรียนออนไลน์อยู่บ้าน แต่เจ้าตัวกลมจะตื่นมาช่วยจัดโต๊ะในร้านทุกเช้า

ช่วยเรียกลูกค้า ช่วยรับออเดอร์ เสริฟน้ำ ทำได้หมดทุกอย่าง แม้จะตัวกลมไปสักนิดก็เถอะ แต่หนูก็ว่องไวอยู่นะค๊าพี่จ๋า

อิอิ นู๋แค่กลมๆ ไม่อ้วนค่า จริงจริ๊งน๊า ต้าวขวัญคอนเฟิร์ม _

ร้านข้าวขาหมู ชื่อ ‘ เติมทรัพย์ ’ เปิดมากว่า 50 ปีแล้ว แต่ก่อนร้านนี้เป็นของเถ้าแก่คนจีนแท้ๅ ที่ปู่เติมทำงานเป็นลูกจ้างด้วยตั้งแต่ยังเด็ก เพียงอายุ 13 ปี เท่านั้น

เพราะว่าอายุเพียง 12 ปี พ่อแม่พี่น้องของปู่เติมตายหมด ต้องกลายเป็นเด็กเร่ร่อนค่ำไหนนอนนั่น เถ้าแก่คนจีนเห็นจึงสงสารรับเข้ามาเลี้ยงดู และให้ช่วยทำงานและให้นอนพักอยู่ที่ร้านเลย

จนปู่เติมอายุ 18 ปี เถ้าแก่ก็ล้มป่วยหนักมากจะเลิกกิจการ แต่ก็เสียดายสูตรที่มีมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่จากเมืองจีน เลยยกร้านให้ปู่เติมทำต่อ ไม่ยอมขายให้คนอื่นเลย

เพราะว่าเลี้ยงดูกันมานาน เห็นว่าปู่เติมเป็นคนดีและขยันมาก จึงถ่ายทอดสูตรทุกอย่างให้ ยกตึกให้ฟรีๆ ปู่เติมก็ดูแลเถ้าแก่จนวาระสุดท้ายจนแกจากไป ปู่เติมจึงได้รับช่วงเปิดร้านขายข้าวขาหมูเลี้ยงชีพมาถึงปัจจุบันนี้

ปู่เติม ได้แต่งงานกับ ย่าดาว ทั้ง 2 คน ร่วมกันเปิดร้านขายข้าวขาหมู จนสามารถส่งเสียลูกชายคนเดียว

คือ พ่อต้นเอก จนจบปริญญา ซึ่งต่อมาก็มีบริษัทเล็กๆ เป็นไกด์พานักท่องเที่ยวไปเที่ยวเมืองจีน ซี่งเงินดีมากๆ

จนมาเจอกับ แม่ทิพย์ ที่ไปเที่ยวกับครอบครัว จึงรักชอบพอและได้แต่งงานกัน

แม่ทิพย์ก็ไปทำงานเป็นผู้ช่วยไกด์ร่วมกับพ่อเอก ต่อมามีลูกชายหญิง 2 คน คือ เจ้าต้นไม้ และ เจ้าสายธาร

พ่อเอกก็ให้แม่ทิพย์ออกจากงานมาเลี้ยงลูกที่บ้าน และสุดท้ายก็มีลูกหลงอีกคนคือ เจ้าขวัญใจ ของทุกคนในครอบครัวนั่นเองค่า

ในช่วงปีพ.ศ. 2563 เกิดโรคระบาดสายพันธุ์ใหม่ เรียกว่า ‘ โควิค ’

ทำให้เกิดเหตุการณ์คนล้มตายกันทั่วโลก คนตกงานกันมายมาย รวมทั้งพ่อเอกด้วย

เพราะอาชีพไกด์ท่องเที่ยว เป็นอาชีพที่ตกงานก่อนเพื่อน เพราะประเทศจีนสั่งปิดประเทศ ห้ามเข้าออกอย่างเด็ดขาดก่อนใครเลย ก็เชื้อมันเริ่มต้นแพร่มาจากจีนนั่นแหล่ะ ชิ!!

พ่อเอกเลยมาช่วยปู่เติมขายข้าวขาหมูที่ร้าน ซึ่งก็ลำบากอยู่บ้าง เพราะมีกฏในการกิน ให้นั่งโต๊ะละคน ให้สั่งกลับบ้าน ดูวุ่นวายไปหมด

แต่ก็ต้องทำเพราะเป็นนโยบายของรัฐบาล และเพื่อความปลอดภัยของทุกคน เราก็ต้องรักษากฏระเบียบของสังคมเนอะ

ต้าวขวัญใจตัวกลม รวมทั้งพี่สาว ก็ให้เรียนออนไลน์อยู่กับบ้าน แต่พอดีช่วงนี้ปิดเทอม เลยออกมาช่วยปู่ย่าพ่อแม่ขายของได้

แต่พี่ไม้ mujเรียนจบเทอมนี้แล้ว แต่ก็ไม่สามารถไปสมัครงานทำอะไรได้เลย เพราะผลกระทบจากโควิค บริษัทล้มละลายกันระเนระนาด คนตกงานกันมากมาย

พี่ไม้จึงทำงานที่ชอบเกี่ยวกับด้านเกมส์อยู่กับบ้านไป ซึ่งก็ได้เงินดีกว่าไปทำที่บริษัทอีกมั๊ง

เฮ้ออ!! เมื่อไหร่โควิคจะหมดไปซะที น่าเบื่อจังเนอะT__T

ตึง ๆ ๆ โครมมมมม!!

“ โอ๊ยยยย เจ็บๆๆๆ ”

เสียงเจ้าตัวกลม วิ่งโครมครามลงบันไดมาจนเกือบถึงขั้นสุดท้าย อยากกระโดดโชว์ข้ามขั้นซะหน่อย ถึงความเซียนแชมป์กระโดดไกลของตนเอง

ซึ่งก็ไกลจริงนะ แต่มันดันกระโดดพลาดไปเหยียบผ้าเช็ดเท้าเข้า เลยล้มก้นกระแทกตึงใหญ่

โอ๊ย!! ก้นน้อยๆของนู๋ เจ็บจุงเบย งื้อออ

“ อ้าวเอ๊ยยย ไอลูกหมูของปู่ ลงไปนั่งจับกบอะไรตรงนั้นฮึล่ะ ฮ่าๆๆ ”

ปู่เติม ได้ยินเสียงดังโครม เสียงร้องของหลานสาว เลยชะโงกหน้ามาดู เห็นเจ้าลูกหมูตัวน้อยหลานรัก กำลังจะลุกขึ้นยืน เอามือคลำก้นป้อยๆ เลยหัวเราะขำยกใหญ่

“ ปู่อ่ะ จำไว้เล๊ย หัวเราะขำหนูเหรอ เดี๋ยวหนูจะงอนไม่กินข้าวเช้าเลยนะ โป้งๆๆ ปู่แว๊วอ้ะ ชิ ”

เจ้าตัวกลมยืนคลำก้นไป ปากก็คว่ำชูนิ้วโป้งให้ปู่ ตาก็ค้อนปู่ที่ล้อเลียนตนที่หกล้มกลิ้งคะโล่ตั้งแต่เช้าเลย

ล้มเองเจ็บเอง ไม่นักเลงเบยย แงๆ นู๋เจ๊บตู๊ดด *_*

“ โถๆ งั้นเจ้าลูกหมูของปู่ งั้นก็ผอมพุงยุบแล้วสิวันนี้ ไม่กินข้าวเช้าตั้งมื้อนึงแน่ะ ดีๆ ปู่จะได้ไม่เปลืองข้าวด้วยเว๊ย ฮ่าๆๆ ”

“ อ่ะโด่!! ปู่อ้ะ คนล้มแล้วเหยียบย่ำหรา หนูไม่รักปู่แล้ว ชิ!! ”

ต้าวขวัญค้อนปู่เติมตาคว่ำ ปากแหลมยื่นไปโน่นแล้วไอ้ต้าวเอ๊ย

“ โอ๋ๆ เจ้าขวัญใจ เจ้าลูกหมูน้อยของปู่เอ๊ย อย่างอนปู่เลยนะ ก็ปู่เห็นลูกหมูตัวกลมๆ มันกลิ้งได้ ก็อดขำไม่ได้เว๊ยฮ่าๆๆ

แล้วก้นเป็นอะไรไปหรือปล่าวยุบลงไหมล่ะ เดี๋ยวปู่จะต้องดูพื้นกระเบื้องด้วยว่าแตกบ้างไหม จะได้ไปซ่อมแซมน่ะ ฮ่าๆๆ _

“ งื้ออ ปู่อ่ะ ล้อหนู ยังหัวเราะขำหนูอยู่อี๊กกก หนูจะไปฟ้องย่าแล้ว ปู่เจอดีแน่เลยคอยดู๊ ชิ!! ”

เจ้าตัวกลมพูดเสร็จ ก็สะบัดหน้าให้ปู่เติม วิ่งดุ๊กดิ๊กคลำก้นไปหาย่าดาวที่หน้าร้านทันที

“ งื้ออ!! ย่าดาวจ๋า ปู่แซวหนู หัวเราะขำล้อหนู ย่าจัดการให้หนูทีน๊าาา ”

“ อ้าวเฮ๊ยย!! เดี๋ยวๆ เจ้าขวัญใจเอ๊ย ปู่แซวเล่นเองอย่าไปฟ้องย่าเลย ซวยแต่เช้ารับอรุณละตรู เฮ้อ!! โดนบ่นหูยานแน่ไอ้เติมเอ๊ย ไปหัวเราะล้อขำหลานสาวสุดที่รักย่าดาวเค้าน่ะ เหอๆๆ ซวยล่ะเว๊ย ”

ปู่เติมบ่นพึมพัมได้แต่ส่ายหัว รีบเดินตามหลานสาวตัวกลมจอมแก่น ไปที่หน้าร้านอย่างรวดเร็วทันที ต้องรีบไปรับหน้าก่อนเดี๋ยวโดนย่าจ๋าบ่นยาว

ไอ้เจ้าลูกหมูตัวแสบเอ๊ยย มันแสบจริงๆ เลยวุ๊ย หุหุหุ __

+++++++++

“ ตาเฒ่า..เสียงสวรรค์มาแล้วจ้า ”

+++++++++

** เริ่มเรื่องมาทำความรู้จักกับ ‘ต้าวลูกหมูขวัญใจตัวกลม’ คนนี้กัน เป็นกำลังใจ ให้ต้าวขวัญใจ ด้วยน๊าค๊า

** กดติดตาม กดหัวใจ เพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียนสว. ด้วยค่ะ

** อัพเวลา 6 โมงเช้าทุกวัน

** ขอบคุณที่ติดตามค่ะ จุ๊บๆๆ

+++++++++

“ ข้าวขาหมูโบราณ ”

‘ ความสุข ’

-- ทุกรูป Cr. จาก Google ค่ะ --

หนูชื่อ ' ขวัญใจ ' ค่ะ

“ตาเฒ่า ” เสียงสวรรค์มาแล้ววว เหอๆๆ หูชาแน่ปู่เติม

ปู่เติมรีบเดินออกมาหน้าร้านที่มี ย่าดาวกำลังใช้มือซ้ายเท้าเอว มือขวาก็ถือมีดบังตอชี้หน้าปู่ โดยมีเจ้าตัวกลมยืนเกาะแขน ยักคิ้วลิ่วตาอยู่ข้างๆ

“ จ๋าา จะเรียกเสียงดังให้ตกใจทำไม ปู่ไม่ได้ทำอะไรไอ้เจ้าลูกหมูเลยนะ จริงจริ๊ง แกจะเล่นมีดเล่นไม้ทำไม เดี๋ยวผีผลักหลุดมือพอดี ย่าเอ๊ยย ”

ปู่เติม ยิ้มเจื่อนๆ ไม่กล้าเดินเข้าใกล้ย่าดาวเล๊ย เพราะกลัวมีดในมือจะบินออกมา

“ ไม่ได้ทำไร!! แต่แกไปหัวเราะ ไปขำหลานที่ลื่นล้ม ล้อว่าเป็นลูกหมูกลิ้งได้ด้วย ใช่ไหมล่ะ ตาเฒ่า ห๊า!! ”

ย่าดาวยังไม่หยุดโกรธ เพราะหลานรักวิ่งไปฟ้อง ว่าปู่แกล้งหนู ล้อเลียนหนู ปู่ใจร้ายที่สุดเล๊ยย

“ ปู่ล้อหนูจริงๆ นะจ๊ะย่าจ๋า ขำไม่หยุดเลย หนูล้มอยู่ก็ไม่ช่วยหนูด้วย เนี่ยหนูเจ็บก้นไปหมดเลยง่ะ งื้ออ คริคริ_

เจ้าตัวกลมจีบปากจีบคอฟ้องย่าดาวไปด้วย หัวเราะขำที่ปู่โดนย่าดุแต่เช้า

ปู่เติมก็ได้แต่มองมีดที มองย่าหลานที ไม่กล้าพูดอะไร เพราะรู้ว่าสู้ 2 ย่าหลานรวมพลังไม่ได้หรอก เรามันตัวคนเดียวโด่เด่ T_T ..พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียไม่โดนมีด..

“ ตาเฒ่า แกนี่นะ ชอบไปล้อหลาน ไป มู่ลี่ รูปร่างหลานเรื่อยเชียว หลานชื่อ ขวัญใจ ไม่ใช่ ลูกหมู บอกกี่ครั้งกี่หนไม่จำหลานกะลังโตเป็นสาวแล้ว เดี๋ยวก็ตัวยืดสูงเหมือนพี่ๆ เค้าเองแหล่ะ แกล้อหลานจนชาวบ้านเค้าเรียก ลูกหมู ตามแกกันหมดแล้วนะ ”

ย่าดาวยังเคืองไม่เลิก เพราะรักหลานสาวที่ช่างออดอ้อนเอาใจ แถมยังเป็นเจ้าตัวนำโชค ชอบกระซิบบอกหวยให้ถูกซะหลายงวดทีเดียว

“ โอ๋ๆ ไม่เป็นไรนะเจ้าขวัญใจเอ๊ย หลานย่าไม่อ้วนหรอกแค่อวบๆ น่ารักกำลังดี ใครมามู่ลี่ ก็ให้มาบอกย่า ย่าจะเฉาะหัวมันเอง ”

ย่าดาวทำหน้าขึงขังมาก หลานข้าใครอย่าแตะ หลานเจ็บย่าเจ็บกว่าเว๊ย

“ เดี๋ยวๆ ย่าจ๋า ไอ้ มู่ลี่ นี่อะไรเหรอ เกี่ยวอะไรกับหนูด้วยเหรอจ๊ะ ”

เจ้าตัวกลมยืนหน้างง เกาหัวแกรกๆ อะไรลี่ๆฟ่ะ ม่านมู่ลี่อ่ะเหรอ

“ อ้าวเจ้าไม่รู้ ไม่เคยได้ยินเหรอ ไอ้มู่ลี่งัย ที่เค้าล้อเลียนรูปร่างหน้าตากลิ่นตัวกัน ข่าวก็ออกกันโครมๆ ดูแต่การ์ตูนน่ะสิเจ้านี่ เชยจริงๆ หลานชั้น เฮ้ออ ”

ย่าดาว ได้แต่ส่ายหัวกับความเชยของหลานสาว

“ ฮ่าๆๆ ย่าเอ๊ย เค้าไม่ได้เรียก มู่ลี่ เค้าเรียก บูลลี่ เว๊ยยย จะทันสมัยอวดหลาน แต่เรียกก็ผิด สภาพ ฮ่าๆๆ ”

ปู่เติมพูดไปหัวเราะไป แล้วรีบเดินเผ่นแน่บหนีไปหลังร้านก่อน ด้วยเห็นมีดในมือของย่าดาวเริ่มสั่นไหว กลัวจะหลุดมือพุ่งมาใส่ตน รับรองหัวแบ่ะสถานเดียวแหง

“ แห่ะๆ ย่าจ๋า ไม่เป็นไรน๊า จะมู่ลี่ บูลลี่ อะไรก็ช่างมันเหอะ หนูเข้าใจซะอย่างว่าย่าหนูน่ะทันสมัย จึ้งสุดๆ ไปเล๊ย”

เจ้าตัวกลมรีบเอามือจับแขนย่าให้หยุดสั่นไหว ด้วยกลัวมีดจะบินออกไปหาปู่ ที่ล้อเลียนตนเอง

“ แหมๆ พูดผิดนิดเดียว ตาเฒ่ามันเอามาล้อขำเชียวนะ เลิกพูดถึงมันเลย ไอ้ลี่ๆ อะไรเนี่ย แล้วเมื่อกี๊ปู่มันว่าย่าสภาพไม่ดีด้วยใช่ไหม มันน่านัก สภาพชั้นยังดีเริ่ดอยู่ย่ะ ตาเฒ่าเอ๊ย ”

“ ใช่จ้าสภาพดี๊ดี จึ้งสุดๆ ไปเล๊ย ย่าดาวหนูยังสาวสวย 2000 ปีอยู่เลยจ้ะ คริคริ ”

" เออ พูดความจริงยังงี้ ย่าค่อยอารมณ์ดีขึ้นมาหน่อย แล้วไอ้จึ้งจั้งสุดๆ นี่มันอะไรอีกล่ะ พูดเพี้ยนกันซะภาษาไทยวิบัติหมดเลย จนคนแก่ตามไม่ทันแล้ว ย่าไปสับหมูต่อดีกว่า ยิ่งคุยยิ่งปวดหัววุ๊ย เฮ้ออ ”

ย่าดาวได้แต่ส่ายหัว เดินออกไปเตรียมสับขาหมูที่หน้าร้านต่อ หลานสาวตัวกลม ก็เดินตามอธิบายภาษาไทยวันละคำ ให้ย่าฟังต่อถึงข้างเขียงทีเดียว

“ จึ้งสุดๆ ก็แปลว่า ดีที่สุด เลิศสุดๆ งัยย่าจ๋า แต่ เอ๊?? ทำไมย่าเตรียมกล่องเรียงไว้เยอะล่ะ มีลูกค้าสั่งล่วงหน้าไว้เยอะเหรอจ๊ะ ”

“ ไม่มีใครสั่งหรอกเจ้าขวัญใจเอ๊ย ปู่กับย่าเห็นว่า คนแถวนี้ตกงานกันเยอะ ข้าวของก็แพงกันมาก หมู ไก่ ผักแพงกันไปหมด

ก็คุยกันว่า เราเองพอมีกำไรจากค้าขายมาหลายปี พอเลี้ยงตัวเองได้ หนี้สินก็ไม่มี โชคดีกว่าคนอื่นเยอะนัก เลยอยากแบ่งปันให้กับคนอื่นบ้าง นี่จะทำข้าวแจกวันละ 40 กล่อง ช่วยๆกันไป

จำไว้นะเจ้าขวัญใจเอ๊ย เกิดเป็นคนต้องรู้จักช่วยเหลือ แบ่งปันมีน้ำใจให้กันและกันนะ เราอิ่มคนอื่นก็ต้องอิ่มไปด้วยกัน มันถึงจะดี ”

“ หลบหน่อยต้าวลูกหมูอ้วง หม้อข้าวมาแล้ว ใครไม่เกี่ยว ก็ถอยไป ”

แน่ะ!! มาเป็นเพลงเชียวนะ เพ่ชายไอ้ต้าว

เสียงตะโกนดังลั่นมาตั้งแต่หลังร้าน มีพี่ไม้ กับ พ่อเอก ช่วยกันยกหม้อข้าวใบใหญ่ออกมาคู่กัน

ทำให้เจ้าตัวกลม รีบวิ่งกระโดดหลบหม้อข้าวไปหน้าร้านทีเดียว เพราะหม้อมันใหญ่มากกก ..นู๋กลัวตกหม้อค่ะ

“ เจ้าไม้เรียกน้องให้ดีๆ น้องมีชื่อ ล้อเลียนน้องอยู่ได้ เดี๋ยวพ่อจะเขกหัวเอา ”

พ่อเอกที่เดินหิ้วหม้อข้าวมาด้วยกันดุออกไป เพราะพี่ชอบล้อน้องเป็นประจำ

“ แบร่!! สมน้ำหน้า โดนพ่อจ๋าดุเลยยย ชอบเรียกหนูเป็นหมูอ้วนเรื่อยเลยอ่ะ เค้าไม่ได้อ้วนซะหน่อย แบร่ๆ ”

ขวัญใจกระโดดส่ายก้น แลบลิ้นขำคิกคัก ที่พี่ชายโดนพ่อดุเบย

“ คร๊าบๆ ต่อไปนี้ พี่ต้นไม้ จะเรียกว่า น้องขวัญใจสุดน่ารักหุ่นดีสุดๆ ดีไหมคร๊าบ คุณพ่อต้นเอก ”

พี่ชายสุดหล่อเมื่อวางหม้อข้าวเสร็จ ก็เบะปากใส่น้อง อย่างไม่ยอมแพ้ ทั้งคู่ก็เลยแลบลิ้น ปลิ้นตาใส่กันใหญ่ หนุกเค้าล่ะ ไอ้พี่น้องคู่กัดคู่นี้

“ เฮ้ออ ไอ้พี่น้องคู่นี้นะ โตๆ กันแล้วยังจะทำท่าแลบลิ้นปลิ้นตากันอยู่ได้ ขวัญใจมาช่วยตักข้าวใส่กล่องเลย ย่าจะได้สับหมูใส่่ไป เดี๋ยวจะใกล้เปิดร้านแล้ว ”

“ รับทราบจ้าพ่อจ๋า หนูพร้อมปฏิบัติ ”

“ ส่วนเจ้าไม้ยกโต๊ะไปวางหน้าร้านนะ เขียนป้ายว่า แจกฟรีคนละกล่อง เอาใส่ถุงหูหิ้ว ใส่ช้อน แล้วใส่น้ำขวดนึง เอาแมสใส่ไปด้วยถุงละอัน ทำให้ไวๆ เหมือนเล่นกันเลยนะ ”

“ คร๊าบผม รับทราบพร้อมปฏิบัติ ”

ทั้ง 2 คนพี่น้องคู่กัด ก็ยกมือตะเบ๊ะ รับทราบทำหน้าขึงขังกัน แป็บเดียวก็หันไปแลบลิ้นปลิ้นตาใส่กันเหมือนเดิม

พ่อเอกได้แต่ส่ายหัวกับเจ้า 2 คนพี่น้องนี่เหลือเกิน สั่งงานเสร็จ ก็เดินไปช่วยงานหลังร้านต่อ

เพราะปู่เติมกำลังทอดขาหมูเยอรมัน แม่ทิพย์กำลังทำขนมหวาน พี่น้ำก็กำลังเตรียมเครื่องปรุง

มีลูกจ้างคือป้าศรีนวล และ น้าศรีสมรลูกสาว ที่ทำงานมาด้วยกันเป็น 10 ปี ช่วยกันอยู่หลังร้าน

ทุกคนต่างก็หันประจำตำแหน่งของตน เจ้าตัวกลมตักข้าวใส่เต็มกล่องยื่นให้ย่าดาวสับหมูใส่

พี่ไม้ก็จัดโต๊ะเขียนป้ายเสร็จก็มาช่วยแพคของใส่ถุง วางเรียงหน้าร้านเพราะใกล้เวลา 8 โมงแล้ว คือเวลาเปิดร้านนั่นเอง

ร้านเติมทรัพย์ เปิดทุกวันยกเว้นวันอาทิตย์ เปิด 8 โมงเช้า ถึงบ่าย 3 .ซึ่งก็ไม่ได้ขายแค่ข้าวขาหมูอย่างเดียว

มี ก๋วยเตี๋ยวขาหมู , กะเพราขาหมู , ผัดพริกแกงขาหมู และขาหมูเยอรมัน ด้วยแต่ทำวันละ 20 ขาเท่านั้น ส่วนมากจะมีลูกค้ามาจองกันล่วงหน้า 10 ขาทุกวัน

ปู่บอกว่าถ้าเปิดให้จองทั้งหมด คงหมดแหล่ะ แต่คนที่เดินทางมาถึงร้านเค้าก็อยากกินต้องได้กินเช่นกัน เลยเปิดจองแค่นั้นพอ เราต้องเผื่อแผ่คนอื่นเค้าด้วย

ส่วนขนมหวาน ก็จะมีสลับสับเปลี่ยนไปทุกวันไม่ซ้ำกัน ซึ่งวันนี้มี “ รวมมิตร ” ของโปรดต้าวขวัญใจเค้าล่ะ

ต้องถามว่าอะไรไม่โปรดมั่ง เพราะเห็นก็โปรดทุ๊กอย่างอ่ะ ตามสโลแกนต้าวขวัญ ‘ กินได้หมด ก็สดชื่น ’

ส่วนเมนูอื่นๆ เป็นความคิดของขวัญใจเองที่ บ่นว่าทำไมปู่ไม่ลองเอาขาหมูมาทำเมนูอื่นบ้างล่ะ คนกินเดิมๆเค้าจะเบื่อนะปู่

ปู่เติมเป็นคนชอบความคิดแปลกๆ ของหลานรัก ที่ฝึกสอนทำอาหารกันมาแต่เล็ก

เลยทดลองทำขึ้นมาตามคำพูดหลานสาว กลายเป็นเมนูที่อร่อยมาก จนได้ทำออกมาขายหน้าร้านจนขายดีทุกๆวัน

ข้าวขาหมูร้านเติมทรัพย์ ก็มีน้ำซุปเช่นกัน แต่เป็นน้ำซุปกระดูกหมูใส่ฟัก สลับกับใส่ผักกาดดองบ้างเติมได้ไม่อั้น ลูกค้าจึงชอบมาก

ซึ่งนั่นก็เป็นความคิดของขวัญใจเช่นกัน ที่บอกว่าข้าวมันไก่ยังมีน้ำซุป ทำไมข้าวขาหมูจะมีน้ำซุปบ้างไม่ได้ฮึ

อาหารแทบทุกเมนู ราคาธรรมดาคือ 40 บาท พิเศษ 50 บาท ขาหมูเยอรมันเท่านั้น ขาละ 300 บาท ซึ่งขาใหญ่มาก ปัจจุบันนี้แทบไม่มีราคานี้แล้ว เนื่องจากหมูก็แพง อะไรๆ ก็แพงไปหมด

ซึ่งปู่เติมบอกว่า ถ้าเราขึ้นราคาไปตามข้าวของที่แพงขึ้น คนกินก็ยิ่งลำบากกัน เพราะค่าแรงไม่ได้ขึ้นตามไปด้วย ถ้าคนที่เค้ามีพอกินพอใช้ เค้าไม่ค่อยเดือดร้อนหรอก

แต่คนที่มีน้อยจนถึงไม่มีนี่ล่ะเค้าลำบากกันมาก อะไรที่พอช่วยได้ก็ช่วยกันไปก่อน ก็แค่ได้กำไรน้อยลงเท่านั้น เราอย่าไปเอาเปรียบคนกินเลย ให้ประคองราคานี้แหล่ะ ได้น้อยเราก็ใช้น้อยไปไม่เดือดร้อนอะไร

ปู่เติมบอก สมัยปู่ยังเด็กย้อนไป 60 ปีโน่น เงิน 1 บาทนี่กินได้ทั้งบ้าน แต่สมัยนี้ให้ขอทาน 1 บาท ขอทานยังเมิน เงิน 1 บาทคือไม่รู้จะซื้ออะไรได้เลย

ร้านเติมทรัพย์ มี 2 คูหา อยู่หัวมุมพอดี ตึกสีฟ้าอ่อนสดใส เพราะปู่กับพ่อเอกและพี่ไม้ ทาสีทุก 2 ปี ให้ดูใหม่อยู่เสมอ ตามคำแนะนำของแม่ทิพย์

หน้าร้านมีต้นมะลิ ต้นโมก ต้นแก้ว ปลูกใส่กระถางวางไว้ ทำให้บรรยากาศร่มรื่นน่านั่งมาก

ในร้านก็มีต้นไม้วางประดับตามมุม มีทีวีจอใหญ่ มีพัดลมดูดกลิ่น มีพัดลมเพดานทำให้ร้านเย็นสบาย บนโต๊ะทุกตัวจะมีจานใส่เม็ดทานตะวัน กับลูกอม ไว้ให้ลูกค้าหยิบกินเล่นระหว่างรออาหารมา

เวลา 8 โมงเช้า เมื่อทุกอย่างพร้อม ประตูของร้านเปิดหมดทุกบาน

เริ่มมีลูกค้าประจำสั่งออเดอร์เข้ามาทางออนไลน์ต่างๆ มีพนักงานไรเดอร์มาจอดมอเตอร์ไซค์รอกัน 5-6 คัน

ทางร้านจัดร่มกางด้านข้างร้าน มีเก้าอี้ให้นั่งรอ มีน้ำเย็นๆ กับลูกอมให้กิน มีกาแฟซองกับน้ำร้อนไว้ให้ตลอดทั้งวัน มีพัดลมตั้งพื้นบริการให้ด้วย

และถ้าไรเดอร์สั่งอาหารนั่งกินเองที่ร้าน จะลดราคาให้จานละ 10 บาท ซึ่งไรเดอร์แต่ละคนก็มาฝากท้องที่ร้านนี้กันถ้วนหน้า จนร้านเป็นแหล่งโปรดของเหล่าไรเดอร์ทีเดียว

ในร้านเริ่มมีลูกค้าเข้ามานั่ง 6 โต๊ะ ทุกคนในร้านต่างก็ทำหน้าที่กันอย่างขมักเขม้น

เจ้าขวัญใจตัวกลม ก็คว้าหน้ากากมาใส่ แล้วเดินไปยืนหน้าร้านข้างโต๊ะแจกข้าวกล่องฟรี พลางตะโกนบอกคนเดินผ่านไปมา

“ ทุกคนขา เร่เข้ามาค่า วันนี้ร้านเราแจกข้าวกล่องฟรี เป็นข้าวขาหมูค่า มาหยิบไปรับประทานได้เลยนะค๊า ”

มีคนสูงวัยชายหญิง 2 คน เดินประคองผ่านกันมาที่หน้าร้าน ยืนมองข้าวกล่องพลางกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่

“ แจกให้ฟรีเลยเหรอหนู ”

“ ให้ฟรีจริงๆ นะลูก ”

“ แจกฟรีค่าคุณตาคุณยายขา เอาไปคนละกล่องนะคะ มีน้ำ มีแมสให้ด้วย มาหยิบถุงหิ้วไปได้เลยค่ะ ”

“ ขอบใจนะลูก ขอให้เจริญๆ ขายดิบขายดีนะจ๊ะ ”

“ อายุมั่นขวัญยืนนะหนู ”

ถนนฝั่งตรงข้ามร้าน มี ตาแก่ แต่งตัวมอมแมมเหมือนไม่อาบน้ำมานาน แมสก็ไม่ใส่ เสื้อผ้าก็ขาดเก่า

มายืนจ้องที่โต๊ะแจกข้าวอยู่นาน แต่ไม่กล้าเข้ามาเอา กลัวเค้าไม่แจกให้จะรังเกียจ แกได้แต่ยืนมองไปกลืนน้ำลายไป

เจ้าตัวกลม ก็เห็นมานานเช่นกัน ตะโกนเรียกให้เข้ามาเอาแต่แกไม่กล้าเข้ามา จนถึงกล่องสุดท้าย

ต้าวขวัญใจรีบคว้าเอาไว้ หันไปหยิบขนมปังที่ พี่ชายไปซื้อมาให้คนทั้งบ้านกินแต่ยังไม่มีใครได้กิน คว้าน้ำใส่เพิ่มไปอีกขวด วิ่งตื๋อข้ามถนนไปให้

ตาแก่ทรุดนั่งพนมมือไหว้ ขวัญใจเลยวางถุงไปข้างหน้า แล้วยกมือไหว้ตาแก่เช่นกัน

“ คุณตาขา ทำไมไม่ข้ามไปเอาข้าวกล่อง เกือบหมดอดกินแล้วจ้ะ นี่ๆ หนูเอามาให้เองเลย กินให้อร่อยนะจ๊ะ แล้วพรุ่งนี้มาใหม่น๊า หนูจะเก็บเอาไว้ให้คุณตาเอง

แต่ก่อนกิน คุณตาต้องล้างมือก่อนนะจ๊ะ แล้วในถุงก็มีหน้ากากแบบหนูใส่นี่ คุณตากินเสร็จเอามาใส่ด้วยนะ โรคมันเยอะมาก คุณตาต้องระวังนะจ๊ะ สู้ๆ จ้า ”

เจ้าตัวกลม พูดเสร็จก็ทำท่าประกอบ ยกนิ้วชู 2 นิ้ว เป็นเชียร์กีฬาเชียวต้าวเอ๊ย

“ คุณหนู ชื่ออะไรครับ ”

ตาแก่ยังนั่งพนมมืออยู่กับพื้น ถามเสียงเบาๆ พลางจ้องหน้าเจ้าตัวกลมเขม็ง

“ หนูชื่อ เด็กหญิงขวัญใจ อายุ 10 ขวบ ใกล้จะ 11 ขวบแล้วค่า เรียนชั้น ป.5 เป็นลูกหลานร้านข้าวขาหมูเติมทรัพย์ ที่อยู่ตรงตึกข้างหน้านี้ด้วยค่ะ ”

เจ้าตัวกลม แนะนำตัวอย่างฉะฉาน เหมือนจะประกวดนางงาม โดยการไหว้ย่อขาสวัสดี พลางบรรยายเรื่องราวของตัวเองไปด้วย

“ คุณหนู มีบุญ หมดบุญ เป็นเรื่องธรรมชาติ อยากได้อะไรก็ขอให้นึกคิดได้นะครับ ”

เสียงแผ่วเบาของตาแก่ ที่ยังพนมมือจ้องหน้าต้าวขวัญใจเขม็ง มีน้ำตาคลอหน่วยตา

“ มีบุญหมดบุญอะไรกันจ๊ะ คุณตา แห่ะๆ หนูไม่เข้าใจ แต่ถ้าหนูอยากได้อะไร แค่นึกคิดก็ได้จริงเหรอจ๊ะ หนูมีของที่อยากได้อยากกินเต็มไปหมดเลยจ้ะ คิคิ __

ขวัญใจยืนตาลอยหัวเราะคิกคัก เมื่อนึกถึงของที่อยากได้อยากกิน อยู่เต็มในหัวสมองน้อยๆของตน

“ ภายใน 3 วันนี้ ถ้าคุณหนูอยากได้อะไร ก็ไปแตะสิ่งนั้นไว้ แล้วนึก แล้วพูดว่าอยากได้ คุณหนูก็ได้เองแหล่ะครับ ”

“ ว๊าวว!!!พูดจริงไหมคะคุณตา งั้นหนูจะได้วิ่งไล่แตะทุกอย่างรอบตัวไปเล๊ยยยย คริคริ _

ขวัญใจเบิ่งตากลมโต ด้วยความหวังแบบเด็กๆ ว่าชั้นจะแตะทุกอย่างไปเลย ชั้นต้องได้ต้องโดน อิอิ แค่คิดก็ฟินแล้วว

“ ขอให้คุณหนูไปดี มีสุข ไปช่วยเหลือคนอีกมากมาย ไปสร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับทุกคนนะครับ สักวันเราจะได้เจอกันอีก ”

ตาแก่ยกมือพนมขึ้นท่วมหัว คว้าถุงอาหารแล้วเดินจากไป

“ ขอบคุณค่ะคุณตา พรุ่งนี้มาเอาข้าวกล่องอีกนะค๊า หนูจะเก็บไว้ให้ค่า ”

เจ้าตัวกลมก็ยกมือไหว้เช่นกัน ป้องปากตะโกนตามคุณตาไป พลางนึก ทำไมคุณตาเดินเร็วจังหว่า สงสัยหิวแน่นอนเล๊ย

“ อิอิ วันนี้ เราจะทำภารกิจพิชิตของที่อยากได้ เหอๆ แต่ว่าเราจะได้จริงไหมเนี่ย ไม่รุ๊ล่ะวันนี้เราจะแตะๆ เราจะได้ เราจะโดน วู๊ๆๆ ขวัญใจสู้ๆ ”

เจ้าตัวกลมส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจตนเองฝุดๆ

“ ทุ๊กคนนน น้องขวัญใจคนน่ารัก กลับมาช่วยทุกคนขายของแล้วค่า ”

เจ้าขวัญใจวิ่งชูมือหยอยๆ ข้ามถนนมาที่ร้านของตน ลงมือช่วยงานทุกคนอย่างแข็งขัน พลางนึกถึงแต่ของที่อยากได้อยากกินไม่หยุด ทำงานไปยิ้มไปจนหน้าบาน จนจะเป็นแป๊ะยิ้ม แล้วไอ้ต้าวเอ๊ยย __

+++++++++

“ โด่ดิดง .. ดิโด้ดิดง ”

+++++++++

** เนื้อเรื่องจะบรรยายรายละเอียดเยอะ เพราะอยากให้ทราบถึงที่มาที่ไปของเรื่อง อ่านให้สนุกนะคะ

** แนะนำติชมพูดคุย เพื่อเป็นกำลังใจให้กับนักเขียนสว. คนนี้ได้นะคะ จะตอบทุกคอมเม้นท์ค่ะ

** อัพทุกวันเวลา 6 โมงเช้า

** ขอบคุณที่ติดตามกันค่ะ … จุ๊บๆๆ

+++++++++

“ ก๋วยเตี๋ยวขาหมู ”

“ ขาหมูเยอรมัน "

“ คำคมท้ายตอน ”

-- ทุกรูป Cr. จาก Google ค่ะ --

โด่ดิดง … ดิโด้ดิดง

โด่ดิดง ละดิโด้ดิดง ละมันเต้นบ่ตง

ลงโท๊ะ ลงทง เต้นโด่ดิดง ดิโด้ดิดง

ดิโด่ดิดง ดิโด้ดิดง ดิโด่ดิดง ดิโด้ดิดง

เสียงเพลงฮิตมากกก ของ “ พี่สิงโต นำโชค” ดังวนไปวนมา จากปากของสาวน้อยตัวกลมผมสั้นหน้าม้าเต่อ ผิวขาวแก้มอวบอิ่ม ที่ยืนเช็ดโต๊ะไปด้วย ส่ายก้นอวบๆ เต้นดุ๊กดิ๊กไปด้วยอย่างเมามันส์

เจ้าตัวกลม เริ่มต้นส่งเสียงมา ตั้งแต่เมื่อยามร้านปิด เวลาบ่าย 3 จนตอนนี้ บ่าย 4 โมงเย็น ก็ยังไม่หยุด

โด่ๆ ดงๆ จนทำเอาทุกคนในร้านจะร้องเพลงตามได้อยู่แล้วต้าวเอ๊ยย _

“ โอ๊ยยยยย!!!! ไอต้าว เมื่อไหร่จะหยุดร้องฮึ ร้องเป็นอยู่เพลงเดียวเหรอเนี่ย เนื้อเพลงเค้าก็มีตั้งยาว แต่นี่เล่นร้องวนอยู่แค่เนี้ยย โด่ดง โด่ดง อยู่เป็นชั่วโมงแล้ว ไออ้วงเอ๊ยย ”

55555 ในที่สุดด ก็มีคนทนไม่ไหวกับ ไอโด่ดิดง ของต้าวจนได้ _

พี่น้ำ สาวน้อยตัวจริงของบ้านที่อายุ 17 ปี ยืนช่วยเก็บเครื่องปรุงอยู่ใกล้ๆ หันไปมองน้องสาวที่เต้นส่ายก้นอยู่ข้างๆ ด้วยความรำคาญ เพราะไอ้ต้าวมันร้องแบบนี้ รอบที่ 100 แล้วมั๊ง

ตอนแรกพี่สาว ก็ช่วยน้องร้องด้วย ช่วยเต้นเป็นเพื่อนกัน แต่เจ้าน้องก็ร้องวนอยู่แค่ท่อนเดียว เป็นชั่วโมงแล้ว จนพี่สาวเริ่มจะทนไม่ไหวเลยโวยวายออกมา

“ โด่โด้ดงๆๆๆ พี่น้ำอ่ะ!! ขัดความสุขของหนู ลืมเลยร้องถึงไหนแล้วเนี่ย ”

เจ้าตัวกลมปากแหลม ค้อนพี่สาว คนกะลังร้องกะลังเต้นมันส์ๆ ขัดใจวัยรุ่นจริ๊งจริง

“ พอก่อนเหอะ ขวัญใจเอ๊ยยย หยุดร้องก่อน ย่าฟังจนมึนไปหมดแล้วนับเงินผิดๆ ถูกๆ แล้วเนี่ย ”

ย่าดาวที่นั่งนับเงินอยู่ใกล้ๆ ถึงกับส่ายหัวทีเดียว ก็เจ้าตัวกลมเล่นร้องไป เต้นไป ส่ายก้นไปใกล้คนโน้นทีคนนี้ที ส่งเสียงกรอกหูมาเป็นชั่วโมงแล้ว

( ย่าก็ม่ายไหวแล้วต้าวเอ๊ยยย *_*)

“ อารมณ์ดีมีความสุขอะไรนักหนาฮึ พี่ว่าวันนี้เราคึกเหลือเกิน ตั้งแต่เช้าแล้ว เสริฟน้ำไป วิ่งแตะโน่นจับนี่ บอกหนูจะเอา หนูอยากได้ อันนี้ของหนูทั้งวันเลย แล้วก็แว๊บหายไปเรื่อย เป็นไรย่ะเจ้าตัวอ้วงงง ”

พี่สาวยืนท้าวสะเอว สงสัยถึงความแปลกไปของน้องสาว ที่วิ่งไปมาอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย ซ้ำก็ยังยิ้มหัวเราะคิกคักดูมีความสุข ฮึมฮัมเสียงเพลงทะลุแมสตลอดเวลาได้ทั้งวัน

“ น้ำเอ๊ย เรียกน้องดีๆ อย่าไปล้อเรียกน้องแบบนั้นลูก น้องโตแล้วนะ ”

แม่ทิพย์ที่เดินยกน้ำมะตูมแช่เย็น มาให้ย่าดาวกับทุกคนกิน ทรุดลงนั่งช่วยนับเศษเหรียญข้างกัน หันไปบอกลูกสาวคนโต

“ อิอิ ไม่เป็นไรจ้าแม่จ๋า วันนี้ใครจะเรียกหนูอะไรก็ได้ หนูไม่โกรธ ไม่งอน ไม่ฟ้องย่าด้วย เพราะวันนี้หนูเป็นนางฟ้า หนูแตะอะไรจับอะไร ของชิ้นนั้นคือของหนูทุ๊กอย่างเล๊ยยย อิอิ _

เจ้าตัวกลม หัวเราะคิกคัก ชูผ้าเช็ดโต๊ะเหนือหัวเต้นหมุนไปมาอย่างสนุกสนาน อยู่กลางร้าน ทั้งย่าทั้งแม่ได้แต่ส่ายตัวอย่างปลงๆ กับเจ้าตัวกลมคนนี้

“ นางคว้า หรือ นางฟ้าฮึ ต้าวขวัญ 555 _

พี่สาวได้แต่มองบนเปะปาก ยังขำล้อน้องสาวอยู่ดี

“ นางฟ้าสิ พี่น้ำอ่ะ วันนี้นะมีคุณตาที่มาเอาข้าวกล่อง บอกกับหนูว่า ถ้าหนูอยากได้อะไร อยากกินอะไร ก็ไปแตะไปจับสิ่งนั้น ของพวกนั้นก็จะเป็นของหนู คิคิ เหมือนในการ์ตูนเนอะ ที่นางฟ้าเอาไม้ไปชี้ๆ เสกปิ๊งๆ เลยอ่ะ หนูช้อบชอบ

เนี่ยวันนี้หนูก็ไล่แตะทุกอย่างในร้านทั้งหมดเลย เงินที่ย่านับอยู่หนูก็แตะแล้วนะจ๊ะ ต่อไปเงินนี้ก็จะต้องเป็นของหนู ยู้ฮูววว คิคิ _

แล้วตอนสายที่หนูไปซื้อขนมปังร้านย่ากิมฮง หนูก็ขอไปแตะๆ ขนมทุกถุงเลยนะจ๊ะ เพราะหนูชอบทุกอย่างเลยเลือกไม่ถูก ก็เลยแตะทั้งหมดเลยจ้า

แถมย่ากิมฮงยังพาหนูไปหลังร้านไปจับพวกถุงแป้ง พวกเนยครีม ไส้ขนม กับของใช้อะไรเต็มไปหมดเลยด้วย ย่ากิมฮงใจดี๊ดี ยังให้ขนมฟรีหนูมาอีกถุงด้วยจ้า คิคิ _

เจ้าตัวกลม ถึงกับวางผ้าเช็ดโต๊ะลง หลังจากพี่น้ำถามขึ้นว่าเป็นนางอะไรกันแน่ รีบคว้าน้ำมะตูมของย่ามาดูดอึกใหญ่

ก่อนจะยกมือยกไม้ เล่าเรื่องราวถึงภาระกิจพิชิตความอยากได้อยากกิน ในวันนี้ให้ทุกคนฟังอย่างเมามันส์

เพราะตอนนี้ ทั้งปู่เติม พ่อเอก พี่ไม้ ยกถ้วยขนมรวมมิตรมานั่งกินที่โต๊ะใกล้ๆ กับที่ย่ากับแม่นับเงินอยู่พอดี

ทั้งย่าดาว แม่ทิพย์ และพี่น้ำ ต่างพากันหัวเราะคิกคักขำกัน พลางส่ายหัวกับท่าทางการเม้าท์มอยประกอบคำพูดเจ้าตัวกลมกันใหญ่

“ 555 ต้าวอ้วง เฮ๊ยย!! น้องขวัญใจคร๊าบ ตาคนที่เค้าบอกน่ะเพราะเราเอาข้าวไปแจกเค้า เค้าก็ให้พรไปทุกคนแหล่ะคิดเป็นจริงเป็นจังไปได้ มิน่าเห็นวิ่งไปร้านโน้นทีร้านนี้ทีทั่วซอยตั้งแต่เช้าละ ไอ้เพ้อฝันเอ๊ย ตื่นๆๆ 555 ”

พี่ไม้ได้ฟังต้าวอ้วงเล่า ถึงกับขำไม่หยุด ทั้งปู่ ทั้งพ่อก็นั่งอมยิ้ม กินขนมไปมองลูกหลานเถียงกัน เล่าเรื่องเมาท์มอยโน่นนี่ก็เพลินไปกันทั้ง 2 คน

“ แหมพี่ไม้อ่ะว่าหนู หนูปล่าวเพ้อฝันนะ ก็คุณตาคนนั้นเค้าบอกว่าถ้าหนูอยากได้อะไร ก็ให้หนูไปแตะของอันนั้นแล้วจะได้จริ๊งจริง ไม่รู้ล่ะหนูจะเชื่อซะอย่าง แล้วคุณตาคนนั้นนะยังบอกอีกว่า ..หนูจะหมดบุญด้วยแหล่ะ.. ”

เจ้าตัวกลมยืนกอดอก ทำปากยื่นแก้มป่อง ทำตาประหลับประเหลือก งอนที่พี่ชายล้อถึงความคิดที่จะอยากได้โน่นนี่ของตัวเองว่า เพ้อฝัน พลางเล่าจ๋อยๆ โดยไม่รู้ว่าคำพูดของตนเอง จะทำคนทั้งบ้านตกอกตกใจกันเพียงใด!!!!

“ เฮ๊ยยย !!! ” เสียงปู่เติมร้องขึ้น ทิ้งช้อนตักขนมทันที ไม่กงไม่กินมันละเว๊ย

“ ห๊าาา !!! ” เสียงพ่อเอกร้องประสานกัน ขนมแทบพุ่งออกจากปาก ด้วยความตกใจ

“ ไอหยา !!! ” เสียงพี่ไม้ร้องดังลั่น ตาเหลือกโปน

“ อะไร๊ !!! หมดบุญอะไรกัน ใครมันพูดกับหลานชั้นอย่างนี้เนี่ย ”

เสียงย่าดาวที่นั่งนับเงินเพลินๆ ถึงกับปล่อยแบงค์ร่วง ตวาดแว๊ดขึ้นมาทันที

พี่น้ำ กับ เจ้าตัวกลม ถึงกับเลิกลั่กมองหน้าคนโน้นที คนนี้ที ว่าร้องตกใจกันลั่นทำไม ก็แค่หมดบุญเท่านั้นเอ๊งง ก็ต้าวไม่เข้าใจง่ะ^

“ ขวัญใจมาหาแม่สิลูก ทำไมตาเค้าบอกหนูแบบนั้นล่ะ เค้าพูดว่าอะไรบ้างลูก หนูจำได้ไหม เล่าให้แม่ฟังซิ ”

แม่ทิพย์ที่นั่งนับเศษเหรียญอยู่เพลินๆ เมื่อได้ยินประโยคสุดท้ายของขวัญใจ ว่าหมดบุญ ยังทำเงินตกร่วงกราวเต็มพื้น แต่ไม่สนใจจะเก็บ

กวักมือเรียกลูกสาวมาใกล้ๆ คว้าเข้ามากอด ลูบเนื้อตัว ลูบแก้มกลมๆ ด้วยใจสั่นๆระรัว หน้าซีด เสียงสั่น น้ำตาเริ่มคลอ

เจ้าตัวกลมยังยืนกอดแขนแม่ไว้ พยักหน้ารัวๆ หงึกหงัก

“ จำได้จ้ะแม่ เมื่อเช้าตอนหนูเอาข้าวกล่องไปให้คุณตาที่ยืนอยู่ฝั่งโน้น คุณตาเค้านั่งยกมือไหว้ มองหนู ถามชื่อหนู แล้วบอกว่าหนูมีบุญ หมดบุญ ตามธรรมชาติ

แล้วถ้าหนูอยากได้อะไร วันนี้ก็ให้ไปแตะเอา แล้วให้พูดให้นึกว่าอยากได้จ้ะ หนูก็เลยไปไล่แตะของทั่วร้านเราเลยจ้ะแม่ คิคิ _

เจ้าขวัญใจก็ยังคงลอยหน้าลอยตาเล่าอย่างเพลิดเพลิน โดยไม่ได้มองหน้าทุกคนเลย

" แล้ววันนี้หนูยังออกไปแตะของมาอีกตั้งหลายร้านแน่ะตอนไปส่งข้าวอ้ะ แต่ก่อนจะแตะอะไรหนูก็ขออนุญาตทุกคนในร้านก่อนนะจ๊ะ

ปู่เส็งที่ร้านทอง ยังเอามังกรทองตัวเบ้อเร้อมาให้หนูอุ้ม เอาสร้อยกับทองแผ่นๆ มาให้หนูจับเต็มไปหมดเลยนะแม่ แถมบอกว่าอีก 3 วันถึงวันเกิดหนู จะให้สร้อยข้อมือปี่เซียะหนูด้วย ปู่เส็งใจดี๊ดีเนอะ หนูช้อบชอบจ้ะแม่ _

เจ้าตัวกลมที่ไม่รู้ว่าทุกคนตกอกตกใจทำไม ยังเล่าจ๋อยๆ ออกสเต็บยกมือยกไม้ประกอบ

เล่าให้ฟังอย่างสนุกสนานตามประสาเด็ก ที่ไม่คิดอะไรมาก คิดสนุกเพียงว่า ถ้าไปแตะอะไรอีกหน่อยโตไปของพวกนี้ ก็จะเป็นตนเท่านั้นเอง

(นู๋คิดแค่เนี้ยย ผู้ใหญ่ล่ะก็คิดเยอะเกิ๊นเนอะ อิอิ _)

แต่บรรดาผู้ใหญ่ในบ้านทุกคน ยกเว้นพี่น้ำ ต่างหันมองหน้ากัน หน้าซีด ใจเสีย ใจสั่นเพราะรู้ความหมายของคำว่า“ หมดบุญ ”

เพราะตอนที่หลานสาวตัวกลมครบ 1 เดือน ได้ทำพิธีขลิบผม ปู่เติมเชิญเพื่อนฝูงมาร่วมงานกินเลี้ยงด้วย

มีเพื่อนสนิทของปู่เติม ชื่อ ' ซินแสย๊ง ' เป็นคนที่ดูดวงแม่นมาก แต่ก็ไม่ค่อยยอมดูดวงให้ใครง่ายๆ นอกจากถ้าอยากดูแกจะเดินทางไปหาเอง ได้มาร่วมงานเลี้ยงนี้ด้วย

ซินแสย๊งมาถึง พอเห็นเจ้าตัวกลมปุ๊บ ก็ชะงัก รีบคว้าเศษผมของขวัญใจ ที่ตัดไว้ไปขยุ้มเล็กๆ รีบมาจุดธูปไหว้ฟ้าดินอยู่หน้าร้านพักใหญ่

เสร็จแล้วก็บอกให้ปู่เติมเอาผมนี้ไปห่อกระดาษแดง ผูกด้ายขาว แล้วเอาไปที่ศาลเจ้าใหญ่ใส่ไว้ใต้ฐานรูปปั้นเทพเจ้า ที่คนแถวบ้านนับถือกัน

บอกว่าให้ ปู่เติมพูดขณะวางห่อผมว่า ‘ ขอฝากหลานสาวเอาไว้เป็นลูกหลานท่านเทพด้วยคน ขอเวลาอีกหน่อยอย่าเพิ่งรีบพาหลานจากไปเลย ’

ปู่เติม ที่เป็นเพื่อนรักกันมานาน รู้ว่าเพื่อนคงมองเห็นอะไร ก็รีบทำตามคำบอกกล่าวด้วยใจที่สั่น มือสั่น

จนเสร็จงานเลี้ยง ซินแสย๊ง ก็ยังไม่กลับรอจนแขกกลับไปหมด ก็เรียก ปู่เติม ย่าดาว พ่อเอก แม่ทิพย์ พี่ไม้ ให้เข้ามาหา บอกให้พี่น้ำ ขณะนั้นอายุ 7 ขวบ คอยดูน้องในห้องไปก่อน

ซินแสย๊ง บอกว่า หลานสาวคนเล็กปู่เติม เป็นผู้มีบุญมากนะ ใครๆก็อยากได้ไปอยู่ด้วย วันนี้เค้ามาแล้ว แต่วันนึงข้างหน้าเค้าก็จะจากไป เพื่อส่งมอบบุญต่อให้กับคนอื่นๆ อีกมากมาย

ทุกคนในบ้านได้ฟังต่างตกใจ แม่ทิพย์กับย่าดาว ถึงกับร้องไห้ออกมา ขอร้องให้ซินแสย๊งช่วยด้วย ทำยังไงก็ได้ให้ขวัญใจอยู่กับพวกตนตลอดไป แต่ซินแสย๊ง บอกว่าทุกอย่างชะตาฟ้าดินเค้าลิขิตไว้แล้ว

ซึ่งจริงๆ ขวัญใจจะมีอายุเพียง 5 ปี แต่ซินแสย๊งยอมทำพิธีลดอายุตัวเอง เพื่อไปเพิ่มต่ออายุให้หลานสาวของเพื่อนรัก เท่ากับตัวซินแสย๊งก็จะตายเร็วขึ้นกว่าอายุขัยที่แท้จริง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีใครเค้าทำกัน

ซินแสย๊งไม่บอกว่าเพิ่มอายุขวัญใจให้อยู่ต่อได้อีกกี่ปี บอกแต่ว่าเมื่อถึงเวลาก็จะรู้เอง จะมีคนมาส่งสัญญานเตือนให้รู้ล่วงหน้า

ดังนั้นนับจากวันนี้ไป หน้าที่ของทุกคนในบ้านปู่เติม คือต้องช่วยเหลือลูก-หลาน ให้เตรียมตัว เตรียมความพร้อมทุกเรื่อง เพื่อยามที่จากไปในที่ใหม่ จะได้อยู่อย่างสุขสบายไม่ลำบากนัก

ก่อนซินแสย๊งจะกลับไป ได้เอากระจก 8 เหลี่ยมมีเชือกห้อย ขนาดอันเล็กเท่าเหรียญ 10 บาทให้ไว้ 1 อัน

และบอกว่า ยังมีเวลาให้ทุกคนเตรียมตัวเตรียมใจอีกหลายปีนัก แล้ววันนึงจะมีคนเข้ามา..ก็จะมีคนจากไป

ถ้าวันใดเค้าจากไปอย่าทุกข์อย่าเศร้าเสียใจเกินไป เพราะถึงเราไม่เห็นเค้า แต่เค้าจะเห็นเรา ถ้าเราเสียใจเค้าจะเสียใจด้วย ถ้าเราคิดถึงก็แค่พูดถึงเค้าเหมือนคุยกันปกติ เค้าที่มองมาได้เห็นได้ยินก็จะได้ไม่ทุกข์ใจ

และถ้าวันใดที่มีสัญญานมาเตือนให้รู้ว่า “ เจ้าขวัญใจหมดบุญ ”

ให้เตรียมพร้อมให้มาก เค้าอยากได้อะไร อยากทำอะไร ก็ให้หาให้เค้าทุกอย่างที่ต้องการ เค้าจะได้ไปอย่างสุขสบาย

แล้วอย่าลืมเอากระจก 8 เหลี่ยมอันนี้ ทำเป็นสร้อยผูกห้อยกับคอไว้ตลอดเวลาด้วยนับจากวันที่มีสัญญานเตือนมา

วันนั้นหลังซินแสย๊งกลับไปแล้ว สมาชิกทุกคนในบ้านล้วนใจสลาย เหมือนตายทั้งเป็น ได้แต่กอดคอกันร้องไห้ เพราะไม่รู้ว่าลูก หลาน และน้องสาว ของตนจะจากกันไปวันไหนแน่

แต่ชีวิตคนเราก็ต้องเดินหน้าต่อไป ทุกคนในครอบครัวต่างเฝ้าบอกกัน ให้กำลังใจกันและกัน ว่าเราต้องดูแลกันให้ดีที่สุดยามที่ยังเห็นกันอยู่

เพราะวันไหนที่ต้องจากกันไป จะได้ไม่เสียใจถึงอดีตที่ผ่านมา เพราะว่าวันนี้เราทำเต็มที่แล้วจริงๆ ฮืออ เริ่มเศร้าอ่ะ T_T

++++++++

“ วู๊ๆๆๆ ทุ๊กคนน ”

++++++++

** โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะว่า ต้าวตัวกลม จะไปที่ไหน เมื่อไหร่ อะไร ยังไง ใครจะมากัน

** กดหัวใจกดติดตาม หรือคอมเม้นท์ติชม เพื่อเป็นกำลังให้นักเขียนสว. ด้วยนะคะ

** ขอบคุณที่ติดตามกันค่ะ จะอัพทุกวันแน่นอน จุ๊บๆๆ

++++++++++

“ คำคมท้ายตอน ”

- ทุกรูป Cr.จาก Google ค่ะ-

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...