โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

วรภัค ห่วงชาวสวนมะพร้าว หลังราคาตกต่ำ เหลือลูกละ 3 บาท จี้ถาม 3 หน่วยงานรัฐ

Khaosod

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
วรภัค ห่วงชาวสวนมะพร้าว หลังราคาตกต่ำ เหลือลูกละ 3 บาท จี้ถาม 3 หน่วยงานรัฐ ถึงเวลาทำกติกาให้โปร่งใส แข่งขันได้จริง

วรภัค ห่วงชาวสวนมะพร้าว หลังราคาตกต่ำ เหลือลูกละ 3 บาท จี้ถาม 3 หน่วยงานรัฐ ถึงเวลาทำกติกาให้โปร่งใส แข่งขันได้จริง

วันที่ 27 ก.พ.2569 นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีต รมช.คลัง โพสต์เฟซบุ๊กกรณีราคามะพร้าวน้ำหอมไทยตกต่ำ “มะพร้าวลูกละ 3 บาท – เสียงเงียบของสวนที่กำลังจะหายไป”

โดยระบุว่า “เมื่อวันก่อนไปทานข้าวกับกลุ่มเพื่อนซึ่งในวงมีรุ่นพี่ท่านหนึ่งที่ผมรู้จักมานาน เขาทำสวนมะพร้าวน้ำหอม และทำโรงงานผลิตน้ำมะพร้าวส่งออกมาร่วมสามสิบปี “บางสวนต้องเริ่มงานตั้งแต่ก่อนฟ้าสาง – ตีสามตีสี่เพื่อให้ทันรอบรถรับซื้อและเลี่ยงแดดร้อน” ตีสามคือเวลาที่คนงานเริ่มปีนต้น ตัดลูก ลำเลียงลงรถ ก่อนแดดจะร้อนจัด เขาหยุดเล่าไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดประโยคที่ผมยังจำได้ชัด “วันนี้ขายได้ 2-3 บาทต่อลูก ต้นทุนผม 4–5 บาท ขายทุกลูกคือขาดทุน”

ผมถามเขาว่า “แล้วจะทำอย่างไร?” เขาตอบสั้นๆ ว่า “ก็ต้องขาย เพราะถ้าไม่ขาย มันก็เสีย” ใครมีทุนเยอะก็อาจจะเก็บแช่แข็งไว้ได้นานหน่อยแต่ทุกวันที่ผ่านไปก็คือต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ชีวิตที่ผูกกับต้นมะพร้าว สำหรับคนเมือง มะพร้าวอาจเป็นเพียงเครื่องดื่มเย็น ๆ หน้าร้อน แต่สำหรับชาวสวน มันคือรายได้ทั้งปี คือค่าเทอมลูก คือค่าผ่อนรถ คือค่าปุ๋ย คือค่าแรงคนงาน วันนี้มีเกษตรกรปลูกมะพร้าวน้ำหอมประมาณ 56,541 ครัวเรือน บนพื้นที่มากกว่า 305,499 ไร่ทั่วประเทศ ลองจินตนาการว่า ถ้าแต่ละครัวเรือนมีสมาชิก 3–4 คน มีคนไทยนับแสนชีวิตที่รายได้กำลังหดหาย และไม่ใช่เพราะเขาขี้เกียจไม่ใช่เพราะผลผลิตไม่มีคุณภาพแต่เพราะ “ราคาหน้าสวนต่ำกว่าต้นทุน” “ตลาดยังขายได้ แต่สวนกำลังพัง”

ผมถามเขาว่า “ตลาดจีนยังขายได้ไหม?” เขาตอบว่า “ขายได้” แล้วทำไมหน้าสวนถึงเหลือ 2–4 บาท? คำตอบของเขาไม่ใช่อารมณ์ ไม่ใช่ความโกรธ แต่เป็นความเหนื่อยล้า “ล้งจีนที่คุมตลาด เขาคุมทั้งการรวบรวม คัดบรรจุ โลจิสติกส์ และปลายทาง ถ้าเขาชะลอรับซื้อ ราคาเราก็ลงทันที” เพียงแค่ชะลอ เพียงแค่จำกัดปริมาณราคาก็ร่วง มะพร้าวรอไม่ได้ เกษตรกรรอไม่ได้ หนี้รอไม่ได้ เสียงที่ไม่ดังพอ

สิ่งที่สะเทือนใจที่สุดไม่ใช่ตัวเลข แต่คือความเงียบ ชาวสวนไม่ได้มีสื่อ ไม่ได้มีเวที ไม่ได้มีอำนาจต่อรอง พวกเขามีเพียงผลผลิตในมือ และหวังว่าราคาจะยุติธรรม ถ้าโครงสร้างตลาดทำให้ผู้ซื้อไม่กี่รายกำหนดจังหวะราคาได้ แล้วใครจะปกป้องคนต้นน้ำ?

นี่ไม่ใช่เรื่องของมะพร้าวอย่างเดียว วันนี้คือมะพร้าว พรุ่งนี้อาจเป็นผลไม้ชนิดอื่น หรือพืชเศรษฐกิจใดก็ตามที่ห่วงโซ่ถูกคุมโดยผู้เล่นรายใหญ่ ถ้าเกษตรกรทยอยเลิกปลูก สวนเล็ก ๆ จะหายไป ชุมชนจะอ่อนแรง และประเทศจะเหลือเพียงบทบาท “ผู้ผลิตวัตถุดิบราคาถูก”

คำถามที่เราควรถามดังๆ
• ทำไมราคาหน้าสวนต่ำกว่าต้นทุนในขณะที่ปลายทางยังขายได้?
• โครงสร้างผู้ซื้อกระจุกตัวเกินไปหรือไม่?
• กฎหมายการแข่งขันทางการค้าถูกใช้จริงหรือไม่?
• มีการตรวจสอบโครงสร้างธุรกิจที่คุมคอขวดหรือไม่?
• ทำไมเกษตรกรจึงไม่เห็นราคาปลายทางอย่างโปร่งใส?

นี่ไม่ใช่การกล่าวหา แต่คือการเรียกร้อง “กติกาที่เป็นธรรม” ถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้ นี่ไม่ใช่โพสต์เพื่อดราม่า แต่นี่คือเสียงของ 56,541 ครัวเรือน ถ้าเราเชื่อว่าความเป็นธรรมในตลาดสำคัญ ช่วยกันตั้งคำถาม ช่วยกันแชร์ ช่วยกันกดดันให้ภาครัฐเข้ามาตรวจสอบและจัดระเบียบโครงสร้างตลาดอย่างจริงจัง เพราะถ้าเสียงของชาวสวนยังเงียบ อีกไม่นานเราอาจเหลือเพียงความทรงจำของสวนมะพร้าวที่เคยหอมหวาน และวันนั้นมันจะสายเกินไป

คำถามตรงถึงหน่วยงานกำกับดูแล
1.สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.)
ภายใต้ พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560
• มีการศึกษาระดับการกระจุกตัวของผู้ซื้อในพื้นที่หลักหรือไม่?
• หากล้งรายใหญ่เคลื่อนไหวราคารับซื้อในทิศทางเดียวกัน เข้าข่ายการใช้อำนาจเหนือตลาดหรือไม่?
• มีการไต่สวนพฤติกรรมชะลอรับซื้อในช่วง peak season หรือยัง?
ถ้าไม่มีการวิเคราะห์เชิงโครงสร้าง เราจะรู้ได้อย่างไรว่าตลาดยังแข่งขันเสรีจริง?

2.กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ภายใต้ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542
• มีการตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นล้งที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายทุนจีนหรือไม่?
• มีการตรวจสอบกรณีใช้ “นอมินีไทย” บังหน้าหรือไม่?
• หากพบการควบคุมกิจการรับซื้อโดยไม่โปร่งใส จะดำเนินการอย่างไร?
ประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องอารมณ์ แต่เป็นเรื่อง rule of law

3.กระทรวงพาณิชย์ / กระทรวงเกษตรฯ
• ทำไมเกษตรกรจึงไม่เห็นราคาปลายทางในจีนแบบโปร่งใส?
• จะมีศูนย์ข้อมูลราคาหน้าสวน–หน้าด่าน–หน้าตลาดต่างประเทศแบบเรียลไทม์หรือไม่?
• จะสนับสนุนให้สหกรณ์ไทยเข้าถึงตลาดจีนโดยตรงหรือไม่?

เมื่อข้อมูลไม่เท่ากัน อำนาจต่อรองย่อมไม่เท่ากัน ประเด็นสำคัญ: นี่ไม่ใช่การต่อต้านจีน จีนคือคู่ค้าใหญ่ และตลาดจีนสำคัญต่อไทย แต่ “การค้าระหว่างประเทศที่ดี” ต้องตั้งอยู่บนกติกาที่เป็นธรรม ไม่ใช่โครงสร้างที่ผู้ซื้อบางกลุ่มสามารถกำหนดราคาได้ฝ่ายเดียว ถ้าปล่อยให้โครงสร้างนี้เดินต่อไป
• เกษตรกรรายย่อยจะทยอยถอนตัว
• ผู้เล่นไทยจะออกจากตลาด
• ห่วงโซ่จะถูกครอบงำมากขึ้น
และในที่สุด ประเทศไทยจะเป็นเพียงผู้ผลิตวัตถุดิบ

ในห่วงโซ่ที่มูลค่าเพิ่มไหลออกนอกประเทศ วันนี้คือมะพร้าว พรุ่งนี้คือพืชเศรษฐกิจอื่น คำถามสุดท้าย ถ้าปัญหาเกิดจากโครงสร้างอำนาจตลาดแต่รัฐไม่กล้าตรวจสอบโครงสร้างนั้น 56,541 ครัวเรือนจะเหลือใครคุ้มครอง? และถ้ากฎหมายมีอยู่ แต่ไม่มีการบังคับใช้จริง ปัญหานี้จะไม่ใช่เรื่อง “ตลาด” แต่จะกลายเป็นเรื่อง “สถาบันกำกับดูแล”

มีคนมาคอมเมนต์ว่าอะไรอะไรก็โทษล้งจีน ทั้งๆที่เค้าไม่ได้บังคับให้ชาวสวนขายให้ สมัยก่อนชาวสวนก็ชอบที่เค้ามาเหมาสวนแล้วตอนนี้ทำไมมาบ่น?

คำถามนี้ดีมากครับ และต้องตอบกันตรง ๆ ไม่มีใครบังคับชาวสวนขาย ล้งจีนไม่ได้เอาปืนไปจ่อหัวใคร ตอนแรกชาวสวนก็ “ชอบ” จริง เพราะมีคนมาเหมาสวน จ่ายเงินสด รับถึงที่ ไม่ต้องขนเอง สะดวกกว่าเดิมมาก ประเด็นจึงไม่ใช่ “ใครบังคับ” แต่คือ เมื่อเวลาผ่านไป โครงสร้างตลาดเปลี่ยนไปหรือไม่ ก่อนหน้านี้ก็มีพ่อค้าคนกลางไทยอยู่แล้ว จริงครับ แต่ถ้าผู้ซื้อกระจุกตัวมากขึ้น และบางรายคุมทั้งคัดบรรจุ โลจิสติกส์ และปลายทางในจีนเอง อำนาจต่อรองมันไม่เท่ากัน

ตอนราคา 30 บาท ไม่มีใครบ่น แต่พอเหลือ 3 บาท ทั้งที่ปลายทางยังขายได้ คำถามมันเลยเกิดว่า “มันเป็นแค่รอบราคาปกติ หรือมีอำนาจตลาดบางอย่างกำหนดจังหวะอยู่” ส่วนเรื่องราคาหน้าสวน 3 บาทไป ถึงผู้บริโภคชาวไทย อาจจะเป็น 20 บาท 30 บาท 50 บาท หรือบางร้านในเมืองไทยเกิน 100 บาทด้วยซ้ำ ส่วนต่างไม่ได้หายไปลอย ๆ มันอยู่ในค่า:
• คัดเกรด/คัดทิ้ง
• ค่าแรง/โรงคัดบรรจุ
• ขนส่ง/ด่าน/ภาษี
• ค่าความเสียหาย
• ค้าส่ง/ค้าปลีก
• ความเสี่ยงสต๊อก
• ค่าการตลาด/ค่าเช่าที่

คำถามสำคัญไม่ใช่ว่า “ล้งจีนผิดหรือไม่” แต่คือ ตลาดแข่งขันกันจริงพอหรือยัง ถ้าแข่งขันจริง ราคาจะสะท้อนต้นทุนและอุปสงค์ แต่ถ้าผู้ซื้อเหลือน้อยรายเกินไป อำนาจต่อรองฝั่งสวนจะอ่อนลงโดยธรรมชาติ นี่ไม่ใช่การด่าใคร แต่คือการถามว่าตลาดยังสมดุลอยู่ไหม หรือถึงเวลาที่รัฐต้องทำให้กติกาโปร่งใสและแข่งขันได้จริง แค่นั้นเองครับ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วรภัค ห่วงชาวสวนมะพร้าว หลังราคาตกต่ำ เหลือลูกละ 3 บาท จี้ถาม 3 หน่วยงานรัฐ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...