TRU เคาะวงเงิน 147 ล้านบาท ลุยซื้อหุ้นคืน 32.66 ล้านหุ้น เริ่ม 10 มี.ค. นี้
บริษัท ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TRU รายงานมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 อนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน (Treasury Stock) โดยกำหนดวงเงินสูงสุดที่จะใช้ในการซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 147 ล้านบาท จำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนสูงสุดไม่เกิน 32,661,300 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท หรือคิดเป็นสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 4.81 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด
ก่อนหน้านี้ บริษัทได้สิ้นสุดโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งหลังสุดไปเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 โดยบริษัทมีหุ้นที่ซื้อคืนไว้แล้วและยังถืออยู่ ณ วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 จำนวน 21,338,700 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 3.15 ดังนั้น เมื่อนับรวมจำนวนที่คาดว่าจะซื้อคืนในครั้งนี้ บริษัทจะมีหุ้นซื้อคืนสะสมรวมทั้งสิ้น 54,000,000 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 7.96 ทั้งนี้ ตามเกณฑ์กำหนดให้จำนวนหุ้นที่ซื้อคืนรวมต้องไม่เกินร้อยละ 20 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด หากเกินจะต้องจำหน่ายออกภายใน 3 เดือน หรือทำการลดทุนจดทะเบียน นอกจากนี้ การซื้อหุ้นคืนรอบใหม่จะทำได้ก็ต่อเมื่อโครงการเดิมครบกำหนด สิ้นสุด หรือยกเลิกแล้ว
กำหนดการและหลักเกณฑ์การซื้อหุ้นคืน บริษัทจะดำเนินการซื้อหุ้นคืนด้วยวิธีจับคู่อัตโนมัติผ่านระบบซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยกำหนดระยะเวลาดำเนินการ 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2569 ถึงวันที่ 9 กันยายน 2569 และบริษัทจะต้องเปิดเผยโครงการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วันก่อนวันเริ่มซื้อหุ้น สำหรับราคาซื้อคืนนั้น จะต้องไม่เกินกว่าราคาปิดเฉลี่ย 5 วันทำการย้อนหลังบวกด้วยร้อยละ 15 ซึ่งราคาหุ้นเฉลี่ย 30 วันทำการย้อนหลัง (19 ม.ค. 69 - 27 ก.พ. 69) อยู่ที่ 3.91 บาทต่อหุ้น
ทั้งนี้ อ้างอิงจากงบการเงินเฉพาะกิจการ งวด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทมีกำไรสะสมที่ยังไม่จัดสรรสูงถึง 1,655.24 ล้านบาท ในขณะที่มีหนี้สินที่ถึงกำหนดชำระภายใน 6 เดือนนับจากวันเริ่มโครงการ จำนวน 746.00 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเจ้าหนี้การค้าตามธุรกรรมปกติ และไม่มีหนี้สินจากการกู้ยืมสถาบันการเงินที่ต้องชำระในระยะเวลาดังกล่าว เมื่อประเมินความสามารถในการชำระหนี้ พบว่าบริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 148.52 ล้านบาท และสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียน 828.89 ล้านบาท รวมเป็นสภาพคล่อง 977.41 ล้านบาท อีกทั้งยังมีกระแสเงินสดรับจากการดำเนินงานและลงทุนที่คาดว่าจะเข้ามาในอีก 6 เดือนข้างหน้าอีกราว 799 ล้านบาท รวมถึงอัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) อยู่ในระดับสูงถึง 4.88 เท่า ส่งผลให้บริษัทมีสภาพคล่องส่วนเกินเพียงพอสำหรับการซื้อหุ้นคืนในครั้งนี้ เหตุผลและผลกระทบของโครงการ
สำหรับการทำโครงการซื้อหุ้นคืนในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อบริหารสภาพคล่องส่วนเกินให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อเพิ่มอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) และอัตรากำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ให้สูงขึ้น สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของบริษัทในอนาคต ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนถึงสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ในส่วนของผลกระทบต่อบริษัท จะทำให้สินทรัพย์สภาพคล่องและมูลค่าทางบัญชีของส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงตามสัดส่วน ส่วนแนวทางการจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืน บริษัทจะเสนอขายผ่านวิธีจับคู่อัตโนมัติในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยคณะกรรมการจะพิจารณากำหนดวิธีการและระยะเวลาที่ชัดเจนอีกครั้ง ซึ่งตามเกณฑ์จะต้องดำเนินการเมื่อพ้นระยะเวลา 3 เดือนนับจากวันซื้อหุ้นคืนเสร็จสิ้น แต่ต้องไม่เกิน 3 ปี (และสามารถขอผู้ถือหุ้นขยายเวลาได้อีกไม่เกิน 2 ปี หากเข้าเงื่อนไขด้านราคาที่กำหนด)