นักวิชาการสิ่งแวดล้อม เตือนฤดูร้อนปีนี้ คนไทยเสี่ยง ‘โรคลมแดด-ฮีทสโตก’ ได้ง่าย
22 ก.พ.2569-ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเรื่อง “ฤดูร้อนปีนี้ คนไทยเสี่ยงต่อโรคลมแดด และฮีทสโตกได้ง่าย ..ระวังตัวด้วย!” เนื้อหาระบุ
1.ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการแล้วตั้งแต่วันที่22 ก.พ. 69 โดยมีการคาดการณ์อุณหภูมิสูงสุดในบางพื้นที่อาจแตะ 43 องศาความรู้สึกว่าอากาศร้อนไม่ได้ดูจากค่าจากเทอร์โมมิเตอร์อย่างเดียวจะต้องพิจารณาจากค่าความรู้สึกจริงหรือดัชนีความร้อนของร่างกายซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพที่รุนแรงมากกว่า…
ความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิในบรรยากาศ (Temperature)และความชื้นสัมพัทธ์ (Humidity) เป็นปัจจัยหลักที่ใช้กำหนดค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) ของร่างกายซึ่งก็คือ"อุณหภูมิที่ร่างกายของเรารู้สึกได้จริง"(Feels Like)่ว่ามีค่าเท่าไหร่ อันตรายต่อสุขภาพร่างกายหรือไม่?….
ตามปรกติค่าความชื้นสัมพัทธ์ในช่วงฤดูร้อนของประเทศไทย (เดือนมีนาคม - กลางพฤษภาคม) โดยทั่วไปเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 60 -75% หากในช่วงเวลาดังกล่าวอุณหภูมิจากเทอร์โมมิเตอร์สูงถึง 36 องศาเซลเซียส อาจจะทำให้ค่าดัชนีความร้อนขึ้นไปสูงกว่า 50 องศาได้ ซึ่งเสี่ยงต่อการเป็นโรคลมแดดและ heat Stroke ได้..
2.ดัชนีความร้อน (Heat Index) คืออะไร?
คือค่าอุณหภูมิที่ร่างกายมนุษย์ "รู้สึกได้"จริงในขณะนั้น ซึ่งเกิดจากการรวมกันของอุณหภูมิอากาศและความชื้น สัมพัทธ์ โดยความชื้นที่สูงขึ้นจะทำให้เหงื่อระเหยได้ยากขึ้น ร่างกายจึงสะสมความร้อนไว้และรู้สึกร้อนกว่าอุณหภูมิจริงที่วัดได้จากเทอร์โมมิเตอร์
2.1.อุณหภูมิสูง + ความชื้นต่ำ: ร่างกายระบายความร้อนได้ดี รู้สึกสบายกว่า 2.2.อุณหภูมิสูง + ความชื้นสูง: เหงื่อไม่ออก ตัวเหนียว รู้สึกร้อนอบอ้าวและอันตรายต่อสุขภาพ
3. เกณฑ์ความอันตรายของค่า Heat Index (HI)
กรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานทางด้านสาธารณสุขแบ่งระดับความเสี่ยงไว้ดังนี้: 3.1. ค่าHI 27°C - 32°C (เฝ้าระวัง): อาจเกิดอาการอ่อนเพลียหากทำกิจกรรมกลางแจ้งนานๆ 3.2. ค่าHI 32°C - 41°C (ระมัดระวังเป็นพิเศษ): มีโอกาสเกิดตะคริวจากความร้อนและเพลียแดด (Heat Exhaustion) 3.3.ค่าHI 41°C - 54°C (อันตราย): มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดตะคริวและเพลียแดด และอาจเกิด โรคลมแดด (Heat Stroke) 3.4.ค่าHI 54°C ขึ้นไป (อันตรายมาก): มีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิด Heat Stroke ทันที
4. ข้อแนะนำเมื่อดัชนีความร้อนสูง
4.1.ดื่มน้ำสะอาดบ่อยๆอย่างน้อย 2-3 ลิตรต่อวันและควรดื่มก่อนที่จะรู้สึกกระ หาย หากเหงื่อออกมากควรดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่เพื่อทดแทนแร่ธาตุที่เสียไป และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้ร่างกายขาดน้ำมากขึ้น 4.2.สวมเสื้อผ้าสีอ่อน เนื้อผ้าบางเบา เช่น ผ้าคอตตอน หรือ ผ้าลินินและทรงหลวมเพื่อให้อากาศถ่ายเท 4.3.ลดอุณหภูมิโดยอาบน้ำเย็นหรือใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตัว โดยเน้นจุดที่มีเส้น เลือดใหญ่อยู่ใกล้ผิวหนัง เช่น คอ รักแร้ และขาหนีบ เพื่อช่วยระบายความร้อนได้เร็วขึ้น 4.4.หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งโดยพยายามอยู่ในที่ร่มหรือห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ โดยเฉพาะช่วงเวลา 11.00 -15.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่แดดแรงที่สุด