“รมว.ธรรมนัส”ลงพื้นที่สระแก้ว ย้ำชะลอหนี้โคบาลบูรพา ก่อนเสนอ ครม. พักชำระหนี้ทั้งระบบ
“รมว.ธรรมนัส”ลงพื้นที่สระแก้ว ย้ำชะลอหนี้โคบาลบูรพา ก่อนเสนอ ครม. พักชำระหนี้ทั้งระบบ ชี้เกษตรกรไม่ผิด ปัญหาหลักมาจากโคด้อยคุณภาพ
วันที่ 19 ม.ค.69 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เพื่อติดตามความคืบหน้าและแนวทางแก้ไขปัญหาโครงการโคบาลบูรพา หลังเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการได้รับความเดือดร้อนจากภาระหนี้สินจำนวนมาก โดยยืนยันชัดเจนให้ชะลอการติดตามหนี้และการดำเนินคดีไว้ก่อน ระหว่างเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาพักชำระหนี้อย่างเป็นทางการ
การลงพื้นที่ครั้งนี้มีผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมคณะ เพื่อพบปะรับฟังปัญหาจากตัวแทนกลุ่มโคบาลบูรพาในพื้นที่ 3 อำเภอของจังหวัดสระแก้ว ได้แก่ อำเภอวัฒนานคร อำเภออรัญประเทศ และอำเภอโคกสูง ซึ่งมีสมาชิกเข้าร่วมโครงการตั้งแต่ปี 2560 รวมทั้งสิ้น 6,100 คน แบ่งเป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงโค 6,000 คน และผู้เลี้ยงแพะ 100 คน
นายเชาวเนตร ยิ้มประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กล่าวต้อนรับพร้อมรายงานสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนทั้ง 4 อำเภอของจังหวัดสระแก้วว่า ปัจจุบันสถานการณ์โดยรวมอยู่ในภาวะปกติ อยู่ระหว่างการเยียวยาและฟื้นฟูบ้านเรือนประชาชน รวมถึงพื้นที่เกษตรกรรมและปศุสัตว์ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังสำรวจความเสียหาย เพื่อเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต่อไป
ด้านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อติดตามข้อเรียกร้อง 6 ประเด็นของกลุ่มเกษตรกรโคบาลบูรพา ซึ่งได้ยื่นเรื่องร้องเรียนตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 หลังสิ้นสุดสัญญาและถึงกำหนดชำระหนี้ แต่เกษตรกรไม่สามารถชำระคืนได้ อันเนื่องมาจากความล้มเหลวของโครงการ
ข้อเรียกร้องดังกล่าวประกอบด้วย การขอให้ชะลอการฟ้องร้องดำเนินคดีกับสหกรณ์และเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการ การพักชำระหนี้เงินกู้ทั้งหมด การยกเลิกสัญญาเงินกู้ยืมและสัญญาการเลี้ยงโคที่ไม่เป็นธรรม การให้กรมปศุสัตว์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบค่าเสียหายจากกรณีโคด้อยคุณภาพ โคเป็นหมัน หรือไม่เป็นไปตามมาตรฐาน รวมถึงการขอให้รัฐเยียวยาเกษตรกรที่ขาดทุนจากการเลี้ยงโค และให้หน่วยงานรัฐเข้ามาแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
รองนายกรัฐมนตรีฯ ยกตัวอย่างปัญหาที่เคยเกิดขึ้นกับโครงการโคบาลในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ซึ่งพบว่าเกษตรกรได้รับโคที่มีสภาพผอม ป่วย ติดโรค และตายเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ไม่สามารถผลิตลูกโคตามเงื่อนไขในสัญญาได้ อีกทั้งยังต้องแบกรับภาระหนี้จากการกู้เงินลงทุนสร้างโรงเรือน โดยจากการสำรวจข้อเท็จจริงพบว่าสาเหตุหลักของความล้มเหลวเกิดจากโคด้อยคุณภาพตั้งแต่ต้นทาง ไม่ใช่ความบกพร่องของเกษตรกร
สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า จะนำปัญหาโครงการโคบาลบูรพาเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อขอความเห็นชอบในการพักชำระหนี้ โดยในระหว่างนี้ได้สั่งการให้ชะลอการติดตามทวงหนี้และการดำเนินคดีกับเกษตรกรไว้ก่อน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในระยะเร่งด่วน
ภายหลังการประชุมที่ว่าการอำเภออรัญประเทศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เดินทางต่อไปยังสวนกาญจนาภิเษก ร.9 เพื่อพบปะและให้กำลังใจสมาชิกโครงการโคบาลบูรพาจากทั้งสามอำเภอ ซึ่งเดินทางมารอรับฟังความชัดเจน โดยยืนยันต่อหน้าเกษตรกรว่า รัฐบาลจะเข้ามาดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เนื่องจากโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ที่ดีในช่วงเริ่มต้น แต่กระบวนการดำเนินงานไม่สามารถทำให้ประสบความสำเร็จ ส่งผลให้เกษตรกรต้องแบกรับภาระหนี้สินยาวนานต่อเนื่องถึงกว่า 8 ปี
ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีฯ เน้นย้ำว่า หากรัฐสามารถทำความเข้าใจปัญหาที่แท้จริงและแก้ไขอย่างตรงจุด โดยยอมรับข้อเท็จจริงว่าเกษตรกรได้พยายามเลี้ยงโคอย่างเต็มความสามารถ แต่โคที่ได้รับการสนับสนุนมีปัญหามาตั้งแต่ต้น ย่อมจะนำไปสู่การคลี่คลายปัญหาอย่างเป็นธรรม และช่วยฟื้นความเชื่อมั่นให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคในพื้นที่ชายแดนจังหวัดสระแก้วในระยะยาว
“ปวีณา” นำทีมผู้สมัคร สส.กทม. พรรคกล้าธรรม พบปะพ่อค้า แม่ค้า ประชาชนย่านลาดพร้าว-โชคชัย 4 ปลื้มใจเสียงตอบรับดี พร้อมชูนโยบาย แก้ปัญหาเศรษกิจ และสังคมดีขึ้นยั่งยืน
นางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาฝ่ายสังคม พรรคกล้าธรรม (กธ.) ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม พร้อมด้วยผู้สมัคร สส.กทม.พรรคกล้าธรรม ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนเพื่อประชาสัมพันธ์นโนบายการทำงานของพรรคกล้าธรรม รับฟังปัญหาปากท้องและความปลอดภัยในชุมชนจากพี่น้องประชาขนทุกภาคส่วนเพื่อนำไป มุ่งเน้นการทำงานแก้ปัญหาสังคมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโดยจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังตามนโยบายของพรรคกล้าธรรม
จุดแรกที่ บริเวณด้านหน้าห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว จากนั้นเวลา 17.30 น. เดินทางไปที่ตลาดสดโชคชัยสี่ เขตวังทองหลาง บรรยากาศการลงพื้นที่เป็นไปอย่างคึกคัก มีพี่น้องประชาชนรวมถึงคนทำงาน ทุกช่วงวัย พ่อค้า แม่ค้า ประชาชน ที่มาจับจ่ายซื้อของให้ความสนใจและขอถ่ายรูปด้วยจำนวนมาก
นางปวีณา กล่าวว่า สังคมปัจจุบันเปราะบางและปัญหาทวีความรุนแรงมากขึ้น จากประสบการณ์ทำงานช่วยเหลือเด็กและสตรีมาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี พรรคกล้าธรรม ขอให้ปวีณาเข้ามาช่วยแก้ปัญหาสังคม ทำให้สังคมเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะปัญหาปากท้องพี่น้องประชาชน หนี้นอกระบบ ยาเสพติด ที่ผ่านมาไม่สามารถทำให้มันหมดสิ้นไปได้ จึงต้องมีนโยบายที่ชัดเจนในการดำเนินคดีกับคนขายยาเสพติด ส่วนผู้ติดยาต้องมีการบำบัดถาวร มีการฝึกอาชีพ ให้มีงานอาชีพทำ ซึ่งเป็นนโยบายที่พรรคกล้าธรรมจะต้องผลักดัน หากได้เข้าไปเป็นรัฐบาลและต้องทำให้ชัดเจน วันนี้เราไม่ได้มาแค่รับฟัง แต่เรามาเพื่อเปลี่ยนให้เห็นผลจริง เพื่อสร้างสังคมที่เข้มแข็งอย่างยั่งยืน
“วันนี้ ได้มาพบปะพ่อค้า แม่ค้า และประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อสินค้าบริเวณหน้าห้างอิมพีเรียลฯ ลาดพร้าว และตลาดโชคชัย4 มีเสียงตอบรับที่ดีมาก และยังได้รับฟังปัญหาและเสียงสะท้อนต่างๆ ถึงสภาพการค้าขายและการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งดิฉันจะนำไปผลักดันแก้ปัญหาให้พึ่น้องประชาชนต่อไป”นาง
ปวีณา กล่าว
สำหรับคณะผู้สมัคร สส.กทม.ที่มาร่วมลงพื้นที่พบปะประชาชน และพ่อค้า แม่ค้า ย่านลาดพร้าว-โชคชัย 4 วันนี้ ได้แก่ นายศรราม สีบุญเรือง หมายเลข 6 เขต 14 เขตบางกะปิ และเขตวังทองหลาง (เฉพาะแขวงคลองเจ้าคุณสิงห์) ,นายศุข ศักดิ์ณรงค์เดช เขต 5 หมายเลข 9 เขตห้วยขวาง และเขตวังทองหลาง (ยกเว้นแขวงคลองเจ้าคุณสิงห์) ,เขต 13 นายเตชสิทธิ์ ดนตรีรักษ์ หมายเลข 10 และ ดร.เจนจิรา รัตนเพียร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม