“โอฬาร” ฟันธง ! “ธรรมนัส” ถอย “กล้าธรรม” แตก “ทักษิณ” หมอบ “เพื่อไทย” ไปต่อ หนุนดึง"ปชป." ร่วมรัฐบาล
">
หมายเหตุ : รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ให้สัมมภาษณ์พิเศษ ในรายการ“สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์” ออกอากาศทางช่องยูทูบ Siamrathonline โดยวิเคราะห์ถึงสภาพปัญหาการเมืองไทย หลังการเลือกตั้งสส.จนก้าวเข้าสู่ห้วงของการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ "อนุทิน 2/1" ที่ยังไม่ลงตัว นั้นเป็นเพราะอะไร
นอกจากนี้ยังชี้ให้เห็นถึง สูตรการตั้งรัฐบาล ที่นำโดยพรรคภูมิใจไทย จะมี "พรรคกล้าธรรม" เข้าร่วมหรือไม่ ผลลัพธ์จะออกมาอย่างไร รวมทั้งการจับตามองความเคลื่อนไหว เมื่อ "ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับการพักโทษ จะวางมือทางการเมืองได้หรือไม่ ?
- มองภาพรวมการเมืองไทยหลังเลือกตั้งที่กำลังฟอร์มรัฐบาลในขณะนี้อย่างไร?
ปัจจุบันการเมืองไทยมีลักษณะเป็น "โลก 2 ใบ" ใบแรกคือโลกของประชาชน ที่ยังตั้งคำถามกับการบริหารจัดการเลือกตั้งของ กกต. เช่น เรื่องบาร์โค้ด QR Code และบัตรเขยิก รวมถึงคำถามว่าการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะหรือไม่ ส่วน ใบที่สองคือโลกของการตั้งรัฐบาล ที่ กกต. ประกาศรับรอง สส. เขตไปแล้วถึง 95% ภายใน 17 วัน ซึ่งถือว่าเร็วที่สุดเมื่อเทียบกับปี 62 หรือ 66
สภาวะนี้เป็นสิ่งที่ผิดแปลก เพราะความชอบธรรมทางกฎหมายที่ กกต. อ้างนั้นมีเพียงครึ่งเดียว แต่ขาดความชอบธรรมทางการเมืองที่ประชาชนยอมรับ หากรัฐบาลที่ตั้งขึ้นมาไม่สามารถพิสูจน์ผลงานผ่านนโยบายเศรษฐกิจหรือปากท้องเพื่อเยียวยาความรู้สึกประชาชนได้ ความชอบธรรมนี้จะถูกตั้งคำถามในระยะยาว
-ในแง่คณิตศาสตร์การเมือง ตัวเลขเสียงรัฐบาลดูเหมือนจะพอแล้ว แต่ทำไมพรรคภูมิใจไทยถึงยังดูเหมือนไม่ปิดดีล?
ในเชิงปริมาณ เสียงของภูมิใจไทย เพื่อไทย และพรรคเล็ก รวมกันได้ประมาณ 300 เสียง ซึ่งมีเสถียรภาพตามหลักคณิตศาสตร์การเมือง แต่ในเชิงบริหารอำนาจมันไม่ไม่ง่าย เพราะพรรคภูมิใจไทยมี "ความหวาดระแวง" ว่าอำนาจต่อรองของเพื่อไทยจะสูงเกินไปจนอาจ "ขี่คอ" ภูมิใจไทยได้เหมือนในอดีต ภูมิใจไทยจึงจำเป็นต้องนวดพรรคกล้าธรรมเพื่อดึงเสียงมาเพิ่มอำนาจต่อรองและถ่วงดุลกับเพื่อไทยในการบริหารราชการแผ่นดินหลังจากนี้
- ช่วยขยายความยุทธศาสตร์ "งูเหลือมกินไก่" และ "งูเขียว"
มันคือจังหวะที่ "งูเหลือมจากบุรีรัมย์" (ภูมิใจไทย) อยากจะกิน "ไก่กล้าธรรม" โดยการทำให้แกนนำพรรคกล้าธรรมอยู่ในสภาวะไร้อำนาจการต่อรอง เพื่อให้ สส. ในพรรคเกิดสภาวะอิสระและกลายเป็น "งูเขียว" ประมาณ 10-30 ตัว ไหลมาสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยแทน การเพิ่มตัวเลขแบบนี้จะช่วยให้ภูมิใจไทยมีเสถียรภาพอำนาจสูงขึ้นเพื่อใช้ถ่วงดุลกับพรรคเพื่อไทย หากเพื่อไทยคิดจะเล่นเกมการเมืองในอนาคต
-หากร้อยเอกธรรมนัสถอยจากการเมืองจริงๆ จะส่งผลอย่างไรต่อพรรคกล้าธรรม?
พรรคกล้าธรรมไม่ใช่พรรคเชิงอุดมการณ์ แต่เป็นการรวมกลุ่มของ "บ้านใหญ่" ที่เห็นโอกาสร่วมรัฐบาล หากร้อยเอกธรรมนัสถูกผลักให้ออกนอกสนาม พรรคจะแตกทันที และจะเกิดเหตุการณ์ "ไฮแจ็คพรรค" คือ สส. จะไปกันทั้งพรรค
ความแตกต่างคือ ร้อยเอกธรรมนัสไม่ใช่ผู้นำจิตวิญญาณเหมือนคุณเนวิน คุณทักษิณ หรือคุณธนาธร ที่แม้จะอยู่หลังฉากหรือนอกสนามก็ยังสั่งการ สส. ในพรรคได้ หากผู้กองธรรมนัสไม่มีตำแหน่งและไม่ได้โควตากระทรวงสำคัญอย่าง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาเป็นแหล่งทรัพยากรในการสร้างคะแนนเสียง พรรคกล้าธรรมจะสูญเสียอำนาจการต่อรองและสลายตัวไปในที่สุด
-กรณีคุณทักษิณที่มีข่าวว่าจะวางมือทางการเมือง อาจารย์วิเคราะห์บทบาทหลังจากนี้อย่างไร?
คุณทักษิณ ถอยออกจากการเมืองไม่ได้เด็ดขาด เพราะยังมีเงื่อนไขเรื่องคดีความของตนเอง ครอบครัว และคุณยิ่งลักษณ์ ในการเมืองไทยผู้ที่จะได้รับความยุติธรรมพิเศษต้องมีอำนาจทางการเมืองสำทับอยู่ด้วย
คำว่าถอยคือ "การหมอบในเชิงปรากฏการณ์" คือจะไม่แสดงบทบาทล้ำเส้นเป็นนายกฯ ตัวจริงหน้าฉากเหมือนที่ผ่านมา เพราะเป็นผลลบต่อตัวเอง แต่จะไปอยู่หลังฉากและแสดงบทบาทด้านอื่น เช่น การศึกษา สิ่งแวดล้อม หรือสังคมผู้สูงวัย คล้ายกับที่คุณเนวินทำเรื่องฟุตบอลและรถแข่ง เพื่อลดแรงเสียดทานทางสังคมแต่ยังคงกำกับพรรคเพื่อไทยอยู่เพื่อใช้ในการต่อรองคดีความ
-ทำไมพรรคแกนนำอย่างภูมิใจไทยและเพื่อไทย ถึงยังไว้ใจกันไม่ได้แม้จะร่วมรัฐบาลกัน?
นักการเมืองระดับคุณเนวินและคุณอนุทินไม่มีความไว้ใจอะไรง่ายๆ "วิถีทางการเมือง คือวิถีแห่งความหวาดระแวง" การไว้ใจเพื่อไทยมากเกินไปคือจุดเริ่มต้นของความหายนะ เพราะหากเพื่อไทยสบจังหวะหรือเกิดปัญหาการบริหารที่ล้มเหลว แล้วเพื่อไทยตัดสินใจถอนตัวเพียงพรรคเดียว ภูมิใจไทยจะจบลงทันที ดังนั้นจึงต้องมีการสร้างอำนาจต่อรองถ่วงดุลในรัฐบาลให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่
-เสนอสูตรดึงพรรคประชาธิปัตย์มาร่วมรัฐบาล และให้คุณอภิสิทธิ์เป็นประธานสภา สูตรนี้มีข้อดีอย่างไร?
การได้ประชาธิปัตย์มาร่วมจะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์รัฐบาลมากกว่าพรรคกล้าธรรม และมีข้อดีสำคัญ ช่วยคลี่คลายความขัดแย้ง 2 ทศวรรษระหว่างประชาธิปัตย์และเพื่อไทย ,สร้างการถ่วงดุลไม่ให้ระบอบทักษิณเข้ามาแทรกแซงอำนาจ หากมีการ "แหย่มือ" เข้ามา ประชาธิปัตย์จะจัดการทันที เหมือนกับที่คุณอภิสิทธิ์ เองให้บอกเอาไว้
นอกจากนี้ ถือเป็นชัยชนะของฝั่งอนุรักษนิยม และทำให้พรรคเพื่อไทยต้องยอมอยู่ในเกมนี้เพื่อรักษาอำนาจ ทำให้ฝ่ายค้าน (พรรคประชาชนและพรรคกล้าธรรม) ทำงานร่วมกันได้ยากขึ้น เพราะแนวทางต่างกัน ทำให้รัฐบาลทำงานคล่องตัว
การให้คุณอภิสิทธิ์เป็นประธานสภาเหมาะสมที่สุดในฐานะอดีตนายกฯ และจะช่วยลดความหวาดระแวงระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ทำให้ภาพลักษณ์รัฐบาลดีขึ้นและทำงานเป็นเอกภาพมากขึ้น