โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“โอฬาร” ฟันธง ! “ธรรมนัส” ถอย “กล้าธรรม” แตก “ทักษิณ” หมอบ “เพื่อไทย” ไปต่อ หนุนดึง"ปชป." ร่วมรัฐบาล

สยามรัฐ

อัพเดต 45 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

หมายเหตุ : รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ให้สัมมภาษณ์พิเศษ ในรายการ“สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์” ออกอากาศทางช่องยูทูบ Siamrathonline โดยวิเคราะห์ถึงสภาพปัญหาการเมืองไทย หลังการเลือกตั้งสส.จนก้าวเข้าสู่ห้วงของการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ "อนุทิน 2/1" ที่ยังไม่ลงตัว นั้นเป็นเพราะอะไร

นอกจากนี้ยังชี้ให้เห็นถึง สูตรการตั้งรัฐบาล ที่นำโดยพรรคภูมิใจไทย จะมี "พรรคกล้าธรรม" เข้าร่วมหรือไม่ ผลลัพธ์จะออกมาอย่างไร รวมทั้งการจับตามองความเคลื่อนไหว เมื่อ "ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับการพักโทษ จะวางมือทางการเมืองได้หรือไม่ ?

- มองภาพรวมการเมืองไทยหลังเลือกตั้งที่กำลังฟอร์มรัฐบาลในขณะนี้อย่างไร?

ปัจจุบันการเมืองไทยมีลักษณะเป็น "โลก 2 ใบ" ใบแรกคือโลกของประชาชน ที่ยังตั้งคำถามกับการบริหารจัดการเลือกตั้งของ กกต. เช่น เรื่องบาร์โค้ด QR Code และบัตรเขยิก รวมถึงคำถามว่าการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะหรือไม่ ส่วน ใบที่สองคือโลกของการตั้งรัฐบาล ที่ กกต. ประกาศรับรอง สส. เขตไปแล้วถึง 95% ภายใน 17 วัน ซึ่งถือว่าเร็วที่สุดเมื่อเทียบกับปี 62 หรือ 66

สภาวะนี้เป็นสิ่งที่ผิดแปลก เพราะความชอบธรรมทางกฎหมายที่ กกต. อ้างนั้นมีเพียงครึ่งเดียว แต่ขาดความชอบธรรมทางการเมืองที่ประชาชนยอมรับ หากรัฐบาลที่ตั้งขึ้นมาไม่สามารถพิสูจน์ผลงานผ่านนโยบายเศรษฐกิจหรือปากท้องเพื่อเยียวยาความรู้สึกประชาชนได้ ความชอบธรรมนี้จะถูกตั้งคำถามในระยะยาว

-ในแง่คณิตศาสตร์การเมือง ตัวเลขเสียงรัฐบาลดูเหมือนจะพอแล้ว แต่ทำไมพรรคภูมิใจไทยถึงยังดูเหมือนไม่ปิดดีล?

ในเชิงปริมาณ เสียงของภูมิใจไทย เพื่อไทย และพรรคเล็ก รวมกันได้ประมาณ 300 เสียง ซึ่งมีเสถียรภาพตามหลักคณิตศาสตร์การเมือง แต่ในเชิงบริหารอำนาจมันไม่ไม่ง่าย เพราะพรรคภูมิใจไทยมี "ความหวาดระแวง" ว่าอำนาจต่อรองของเพื่อไทยจะสูงเกินไปจนอาจ "ขี่คอ" ภูมิใจไทยได้เหมือนในอดีต ภูมิใจไทยจึงจำเป็นต้องนวดพรรคกล้าธรรมเพื่อดึงเสียงมาเพิ่มอำนาจต่อรองและถ่วงดุลกับเพื่อไทยในการบริหารราชการแผ่นดินหลังจากนี้

- ช่วยขยายความยุทธศาสตร์ "งูเหลือมกินไก่" และ "งูเขียว"

มันคือจังหวะที่ "งูเหลือมจากบุรีรัมย์" (ภูมิใจไทย) อยากจะกิน "ไก่กล้าธรรม" โดยการทำให้แกนนำพรรคกล้าธรรมอยู่ในสภาวะไร้อำนาจการต่อรอง เพื่อให้ สส. ในพรรคเกิดสภาวะอิสระและกลายเป็น "งูเขียว" ประมาณ 10-30 ตัว ไหลมาสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยแทน การเพิ่มตัวเลขแบบนี้จะช่วยให้ภูมิใจไทยมีเสถียรภาพอำนาจสูงขึ้นเพื่อใช้ถ่วงดุลกับพรรคเพื่อไทย หากเพื่อไทยคิดจะเล่นเกมการเมืองในอนาคต

-หากร้อยเอกธรรมนัสถอยจากการเมืองจริงๆ จะส่งผลอย่างไรต่อพรรคกล้าธรรม?

พรรคกล้าธรรมไม่ใช่พรรคเชิงอุดมการณ์ แต่เป็นการรวมกลุ่มของ "บ้านใหญ่" ที่เห็นโอกาสร่วมรัฐบาล หากร้อยเอกธรรมนัสถูกผลักให้ออกนอกสนาม พรรคจะแตกทันที และจะเกิดเหตุการณ์ "ไฮแจ็คพรรค" คือ สส. จะไปกันทั้งพรรค

ความแตกต่างคือ ร้อยเอกธรรมนัสไม่ใช่ผู้นำจิตวิญญาณเหมือนคุณเนวิน คุณทักษิณ หรือคุณธนาธร ที่แม้จะอยู่หลังฉากหรือนอกสนามก็ยังสั่งการ สส. ในพรรคได้ หากผู้กองธรรมนัสไม่มีตำแหน่งและไม่ได้โควตากระทรวงสำคัญอย่าง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาเป็นแหล่งทรัพยากรในการสร้างคะแนนเสียง พรรคกล้าธรรมจะสูญเสียอำนาจการต่อรองและสลายตัวไปในที่สุด

-กรณีคุณทักษิณที่มีข่าวว่าจะวางมือทางการเมือง อาจารย์วิเคราะห์บทบาทหลังจากนี้อย่างไร?

คุณทักษิณ ถอยออกจากการเมืองไม่ได้เด็ดขาด เพราะยังมีเงื่อนไขเรื่องคดีความของตนเอง ครอบครัว และคุณยิ่งลักษณ์ ในการเมืองไทยผู้ที่จะได้รับความยุติธรรมพิเศษต้องมีอำนาจทางการเมืองสำทับอยู่ด้วย

คำว่าถอยคือ "การหมอบในเชิงปรากฏการณ์" คือจะไม่แสดงบทบาทล้ำเส้นเป็นนายกฯ ตัวจริงหน้าฉากเหมือนที่ผ่านมา เพราะเป็นผลลบต่อตัวเอง แต่จะไปอยู่หลังฉากและแสดงบทบาทด้านอื่น เช่น การศึกษา สิ่งแวดล้อม หรือสังคมผู้สูงวัย คล้ายกับที่คุณเนวินทำเรื่องฟุตบอลและรถแข่ง เพื่อลดแรงเสียดทานทางสังคมแต่ยังคงกำกับพรรคเพื่อไทยอยู่เพื่อใช้ในการต่อรองคดีความ

-ทำไมพรรคแกนนำอย่างภูมิใจไทยและเพื่อไทย ถึงยังไว้ใจกันไม่ได้แม้จะร่วมรัฐบาลกัน?

นักการเมืองระดับคุณเนวินและคุณอนุทินไม่มีความไว้ใจอะไรง่ายๆ "วิถีทางการเมือง คือวิถีแห่งความหวาดระแวง" การไว้ใจเพื่อไทยมากเกินไปคือจุดเริ่มต้นของความหายนะ เพราะหากเพื่อไทยสบจังหวะหรือเกิดปัญหาการบริหารที่ล้มเหลว แล้วเพื่อไทยตัดสินใจถอนตัวเพียงพรรคเดียว ภูมิใจไทยจะจบลงทันที ดังนั้นจึงต้องมีการสร้างอำนาจต่อรองถ่วงดุลในรัฐบาลให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

-เสนอสูตรดึงพรรคประชาธิปัตย์มาร่วมรัฐบาล และให้คุณอภิสิทธิ์เป็นประธานสภา สูตรนี้มีข้อดีอย่างไร?

การได้ประชาธิปัตย์มาร่วมจะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์รัฐบาลมากกว่าพรรคกล้าธรรม และมีข้อดีสำคัญ ช่วยคลี่คลายความขัดแย้ง 2 ทศวรรษระหว่างประชาธิปัตย์และเพื่อไทย ,สร้างการถ่วงดุลไม่ให้ระบอบทักษิณเข้ามาแทรกแซงอำนาจ หากมีการ "แหย่มือ" เข้ามา ประชาธิปัตย์จะจัดการทันที เหมือนกับที่คุณอภิสิทธิ์ เองให้บอกเอาไว้

นอกจากนี้ ถือเป็นชัยชนะของฝั่งอนุรักษนิยม และทำให้พรรคเพื่อไทยต้องยอมอยู่ในเกมนี้เพื่อรักษาอำนาจ ทำให้ฝ่ายค้าน (พรรคประชาชนและพรรคกล้าธรรม) ทำงานร่วมกันได้ยากขึ้น เพราะแนวทางต่างกัน ทำให้รัฐบาลทำงานคล่องตัว

การให้คุณอภิสิทธิ์เป็นประธานสภาเหมาะสมที่สุดในฐานะอดีตนายกฯ และจะช่วยลดความหวาดระแวงระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ทำให้ภาพลักษณ์รัฐบาลดีขึ้นและทำงานเป็นเอกภาพมากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...