4 พรรคขึ้นเวที 'ไพรด์ โหวต' ประชันนโยบาย LGBTQIAN+ ชูความเท่าเทียมที่จับต้องได้
4 พรรคขึ้นเวที ‘ไพรด์ โหวต’ ประชันนโยบาย LGBTQIAN+ ชูความเท่าเทียมที่จับต้องได้
ท่ามกลางช่วงที่การเมืองไทยกำลังก้าวสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ “Bangkok Pride” ผนึกกำลังกับ “Drag Bangkok” และเครือข่ายผู้จัดงานไพรด์จากทั่วประเทศกว่า 27 องค์กร เปิดเวทีดีเบต“PRIDE VOTE : Vote Me If You Can” ซึ่งเวทีนี้ไม่เพียงเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนนโยบาย หากแต่คือหมุดหมายใหม่ของการเมืองภาคประชาชน ที่ชุมชน LGBTQIAN+ ลุกขึ้นมาทวงถามคำมั่นสัญญา และชี้ชะตานโยบายก่อนวันเลือกตั้งและการลงประชามติรัฐธรรมนูญใหม่ 8 กุมภาพันธ์นี้
โดยตัวแทน4 พรรคการเมืองใหญ่ เพื่อไทย ประชาชน ประชาธิปัตย์ และไทยสร้างไทย ขึ้นเวทีประชันวิสัยทัศน์ ตั้งแต่สิทธิขั้นพื้นฐานอย่างสมรสเท่าเทียม การรับรองอัตลักษณ์ทางเพศ ความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงการต่อยอดความหลากหลายเป็นพลังเศรษฐกิจระดับโลก พร้อมตั้งเป้า Road map สู่ Bangkok World Pride 2030
เวทีนี้จึงไม่ใช่เพียงการดีเบตเชิงนโยบาย หากคือการประกาศว่า“สิทธิความหลากหลายทางเพศคือสิทธิมนุษยชน” และความเท่าเทียมที่ประชาชนคาดหวัง ต้องเป็นความเท่าเทียมที่จับต้องได้ กินได้ และเปลี่ยนชีวิตผู้คนได้จริงในสังคมไทย
ตัวแทน “พรรคเพื่อไทย” อย่าง “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และ “ภูร์ผา ไทยแท้” ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 12 พรรคเพื่อไทย ชูความสำเร็จการผลักดัน พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม และสนับสนุนการแก้กฎหมายลูกกว่า 50 ฉบับ เช่น เปลี่ยนคำในกฎหมายเป็น “คู่สมรส” และ “บุพการี” รวมถึงการรับบุตรบุญธรรมร่วมโดยยึดความรักเป็นที่ตั้ง
สนับสนุน พ.ร.บ.รับรองเพศสภาพ (GRA) โดยเน้นการเปิดเวทีพูดคุยเพื่อปิดช่องโหว่ด้านการรักษาพยาบาลและการเดินทางต่างประเทศ และเน้นเรื่อง Depathologization เพื่อลดตราประทับทางการแพทย์ว่าไม่ใช่โรค มุ่งเน้นการจัดการกับ “ภัยเงียบ” เช่น ความรุนแรงในครอบครัวและการถูกปฏิเสธจากบ้านพักฉุกเฉิน สนับสนุนห้องน้ำ All Gender และสร้างพื้นที่ปลอดภัยไร้การบูลลี่ นำร่อง “Carrie Law” ซึ่งเป็นโมเดลจากสหรัฐอเมริกา เพื่อหยุดการกลั่นแกล้งที่เกิดขึ้นในโรงเรียนรัฐ และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันเรื่องความหลากหลายตั้งแต่ในรั้วโรงเรียน รวมถึงยุทธศาสตร์ “Rainbow Tourism” แบบคลัสเตอร์ ดันไทยเป็น Medical Hub ใช้ THACCA หนุน Y-Economy และเปลี่ยนวันลาคลอดเป็น “วันลาเพื่อเลี้ยงดูบุตร” มุ่งสู่ World Pride 2030 ที่จะสร้างเม็ดเงินกว่า 6 หมื่นล้านบาท
ในส่วนของ “พรรคประชาชน” ส่งตัวแทนอย่าง“ณัฐยา บุญภักดี” ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ เผยว่าจะมุ่งมั่นแก้กฎหมายลูก 50 ฉบับ รวมถึงประมวลรัษฎากร และ พ.ร.บ.สัญชาติ เพื่อขจัดความลักลั่น สนับสนุนสิทธิในการเข้าถึงเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ให้กับทุกเพศ เน้นการสร้างพื้นที่ปลอดภัยในการพูดคุยเพื่อหาทางออกเรื่องการรับรองเพศสภาพที่สังคมยอมรับร่วมกัน และยกระดับบริการสุขภาพเพื่อการยืนยันเพศให้ครบวงจร
สนับสนุนนโยบาย “ศูนย์ครอบครัวเข้มแข็ง” และ “โรงเรียนน่าอยู่” ปรับปรุงกฎหมายความรุนแรงในครอบครัวที่ใช้มานาน 20 ปี และถือว่า Hate Crime เป็นอาชญากรรมร้ายแรง โดยเน้นไปที่นโยบายโรงเรียนน่าอยู่และโรงเรียนปลอดภัยในหัวข้อความปลอดภัย พร้อมเสนอกฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล มีคณะกรรมการวินิจฉัยที่เป็นอิสระ และต้องการกระจายงาน World Pride ไปสู่ 15 หัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ
“พรรคประชาธิปัตย์” ส่ง “วีระพงษ์ ประภา” รองหัวหน้าพรรค และ“วีร์ ศรีวราธนบูลย์” ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 23 เสนอออกกฎหมาย “Super Act” เพื่อแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในฉบับเดียวเพื่อความรวดเร็ว และสนับสนุนให้การอุ้มบุญถูกกฎหมายอย่างเท่าเทียม รวมถึงเสนอระบบ Social ID (ระบุเพศตามสมัครใจ) แยกจาก Medical ID (ข้อมูลลับเฉพาะแพทย์) มีช่อง “ไม่ประสงค์ระบุเพศ” ในเอกสาร และยึดหลักเจตจำนงเสรี (Self-Determination)
ใช้โมเดล “ออกแบบ, ออกกฎ, อบรม” เช่น จัดตั้งห้องน้ำ Gender Neutral ในหน่วยงานรัฐ มี Gender Officers สอดส่องการบูลลี่ และอบรม Sensitivity Training ให้เจ้าหน้าที่ พร้อมผลักดันให้นักเรียนแต่งกายและไว้ทรงผมตามเพศสภาพได้ทั่วประเทศ รวมถึง Non-binary และปรับหลักสูตรสุขศึกษา และประวัติศาสตร์ให้ครอบคลุมบุคคล LGBTQ แก้กฎหมายคุ้มครองแรงงาน มาตรา 15 ป้องกันการเลือกปฏิบัติ สนับสนุน Pink Economy และกองทุน Y Series รวมถึงแยกแยะกลุ่ม Sex Worker/Creator เพื่อคุ้มครองสิทธิ
สำหรับ “พรรคไทยสร้างไทย” ที่“คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี มาพร้อมกับ “เบสท์ วงศ์ไพโรจน์กุล” ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตบางขุนเทียน-บางบอน ประกาศเร่งแก้กฎหมายลูก 50 ฉบับภายใน 180 วัน สนับสนุนสิทธิสัญชาติสำหรับคู่สมรส และการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์สำหรับคู่รักเพศเดียวกัน
เสนอ (ร่าง) พ.ร.บ.การรับรองอัตลักษณ์ทางเพศ มีนโยบาย Non-Title Option (ไร้คำนำหน้า) และพาสปอร์ตที่เลือกเพศ M, F, X ได้ เน้นความปลอดภัยทั้งกายภาพและจิตใจ ผลักดันกฎหมายจัดการ Hate Speech และ Hate Crime รวมถึงการแบนการบำบัดแก้เพศวิถี (Conversion Therapy) อย่างเด็ดขาด รวมถึงปรับหลักสูตรการศึกษาให้คนเข้าใจความหลากหลายทางเพศมากขึ้น มองเป็น New S-Curve ใหม่ของเศรษฐกิจไทย หนุน Road to Bangkok World Pride 2030 เป็น Wedding Paradise และมี “กองทุนสร้างไทย” ดอกเบี้ยต่ำเพื่อสร้างอาชีพให้ LGBTQIAN+
ซึ่งงานนี้ได้รับพลังสนับสนุนจาก Pride City Network ตัวแทนจากกว่า 40 จังหวัดทั่วประเทศ ที่เดินทางมาร่วมสะท้อนเสียงจากพื้นที่จริง โดยมี “วาดดาว-อรรณว์ ชุมาพร” จาก Bangkok Pride ย้ำจุดยืนแข็งกร้าวว่า “ถ้าไม่ทำ (นโยบาย) เราก็ไม่โหวต”
นอกจากเนื้อหาสาระที่เข้มข้น บรรยากาศยังเต็มไปด้วยสีสันและความสนุกสนานจากทีม Drag Bangkok ที่มาร่วมสร้างความบันเทิงและทำหน้าที่เป็นตัวแทนเสียงประชาชนผ่านป้ายคะแนน “Diva React” ที่ใช้รีแอ๊กชั่นนโยบายพรรคการเมืองแบบเรียลไทม์ด้วยคำว่า 10, เริ่ด และ รอดู ซึ่งสร้างความตื่นตัวและเสียงฮือฮาให้กับผู้เข้าร่วมงานตลอดรายการ
สำหรับงาน “PRIDE VOTE” ครั้งนี้ถือเป็นพันธสัญญาสำคัญก่อนวันชี้ชะตา 8 กุมภาพันธ์ ทุกพรรคต่างยืนยันตรงกันว่า “สิทธิความหลากหลายทางเพศคือสิทธิมนุษยชน” และความเท่าเทียมที่จะเกิดขึ้นต้องเป็นความเท่าเทียมที่ “กินได้” จับต้องได้จริง และยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนในสังคมไทย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 4 พรรคขึ้นเวที ‘ไพรด์ โหวต’ ประชันนโยบาย LGBTQIAN+ ชูความเท่าเทียมที่จับต้องได้
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th