โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

CMAN เฉลยปมโตสวนศก. โชว์ฝีมือทำกำไรทุบสถิติ

ทันหุ้น

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

#CMAN #ทันหุ้น – CMAN ชูแผนเติบโตท่ามกลางเศรษฐกิจซบเซา เฉลยปมผลประกอบการสร้างสถิติสูงสุดต่อเนื่อง ล่าสุด 9 เดือนแรกปี 2568 ทะลุทั้งปี 2567 แล้ว เหตุปรับปรุงประสิทธิภายในดันกำไรยั่งยืน เดินหน้าร่วมพันธมิตรเพิ่มโรงงานในอินเดีย ชูตลาดดีมานด์เพียบ พร้อมวางเกมลงทุนอินโดนีเซียหลายร้อยล้านกลางปีนี้

ม.ล.จันทรจุฑา จันทรทัต ประธานกรรมการ บริษัท เคมีแมน จำกัด (มหาชน) หรือ CMAN ผู้ผลิตปูนไลม์และผลิตภัณฑ์เคมีต่อเนื่อง สำหรับใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในกระบวนการผลิตของอุตสาหกรรมต่างๆ โดยจำหน่ายภายใต้เครื่องหมายการค้า “CHEMEMAN” เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า แนวโน้มอุตสาหกรรมเหมืองแร่โดยภาพรวมไม่ได้โตขึ้น แม้ความต้องการแร่หายากเพิ่มขึ้น รวมถึงราคาทองคำ เงิน ทองแดง ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก ขณะที่ราคาลิเธียม และนิกเกิลลดลง ทั้งนี้ การเติบโตของเหมืองแร่จะส่งผลดีต่อความต้องการใช้ปูนไลม์ ซึ่งเป็นเคมีพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับเหมือง ทั้งกระบวนการผลิตแยกแร่ และ รีไซเคิลน้ำจัดการสิ่งแวดล้อมในเหมือง

โดยบริษัทในฐานะผู้ผลิตปูนไลม์และผลิตภัณฑ์เคมีต่อเนื่อง ในช่วงที่ผ่านมาสามารถสร้างผลประกอบการที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์มาโดยตลอดในช่วงหลัง 3 ปีที่ผ่านมา โดยในปี 2566 บริษัทมีกำไร 136 ล้านบาท ปี 2567 กำไรโดดเป็น 251 ล้านบาท ล่าสุดในช่วง 9 เดือนแรกปี 2568 บริษัทมีกำไร 278 ล้านบาท ซึ่งครอบคลุมกำไรทั้งปี 2567 แล้ว

@ลดต้นทุน-ปรับโครงสร้างการเงิน”

ม.ล.จันทรจุฑา ระบุว่า ความสำเร็จดังกล่าว เกิดจากการปรับปรุงประสิทธิภาพภายในและการบริหารต้นทุนอย่างเข้มงวดตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา ซึ่ง CMAN ได้ติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อลดค่าไฟฟ้า ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้หลายล้านบาทต่อปี รวมถึงการเปลี่ยนมาใช้รถขนส่งไฟฟ้า (EV) แทนน้ำมัน ขณะเดียวกันยังมีการบริหารการส่งออกจากฐานการผลิตในต่างประเทศ ซึ่งเป็นบริษัทลูกและบริษัทร่วมทุน เช่น การใช้โรงงานในเวียดนาม เป็นฐานการผลิต เพื่อส่งออกไปยัง ไต้หวัน และฟิลิปปินส์ ซึ่งช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ได้อย่างมาก

ประกอบกับการเดินหน้าคืนหนี้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ลดลงจากระดับ 1.7 เท่า ในปี 2566 ลงมาเหลือเพียงประมาณ 1.3 เท่า ทำให้ภาระดอกเบี้ยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ประมาณ 35% และมีความยั่งยืน เนื่องจากเป็นการบริหารจัดการภายใน ท่ามกลางทภาวะที่ยอดขายทรงตัว

@ ทุ่มหลายร้อยล้าน

ปัจจุบัน CMAN มีสัดส่วนขายในประเทศประมาณ 40% การส่งออกสูงถึง 60% โดยเป็นตลาดออสเตรเลีย 33% ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีอินเดียซึ่งเป็นตลาดที่มีความต้องการมาก รวมถึงการส่งออกไปยัง ญี่ปุ่น ไต้หวัน และฟิลิปปินส์ ปัจจุบันมีโรงงานผลิตใน 3 ประเทศหลัก คือ ไทย เวียดนาม และ อินเดีย รวมถึงการมีศูนย์กระจายสินค้า (Distribution Center) ตั้งอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าเหมืองแร่ซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักที่สำคัญ ซึ่งในส่วนของอินเดียนั้น จะมีการขยายการผลิต โดยตั้งโรงงานแห่งที่ 3 ซึ่งจะใช้โมเดลการบริหารจัดการร่วมกับพาร์ตเนอร์ท้องถิ่น หรือ Asset-light model

ม.ล.จันทรจุฑา กล่าวว่า หลังจากบริษัทใช้เวลา 3 ปีในการสร้างกระแสเงินสด และลดหนี้ ทำให้ปัจจุบันบริษัทมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและพร้อมสำหรับการลงทุนรอบใหม่

โดยมีแผนที่จะลงทุนตั้งโรงงานผลิตในอินโดนีเซีย ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเห็นรูปธรรมในไตรมาส 2 ของปีนี้ ใช้เม็ดเงินลงทุนประมาณ 25-30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 750 – 900 ล้านบาท คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างโรงงาน 21 เดือน และเริ่มรับรู้รายได้ในช่วงกลางปี 2571 ระยะแรกจะมีกำลังการผลิต 200,000 ตัน จากปัจจุบันกลุ่มบริษัทมีกำลังผลิตปูนไลม์รวมมากกว่า 1.2 ล้านตัน อย่างไรก็ดีบริษัทมองถึงศักยภาพในอินโดนีเซียที่สามารถขยายได้ถึง 500,000 ตันในอนาคต

@ ผูกลูกค้าสัญญา

สำหรับยอดขายในปีนี้บริษัทยังประเมินรายได้ใกล้เคียงกับปีก่อน โดยยังคงเน้นในประสิทธิภาพการดำเนินงานและการลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง จุดท้าทายอยู่ที่ประเทศจีนอาจจะระบายสินค้าเข้ามาในภูมิภาคเอเชีย จากสงครามการค้ากับสหรัฐ อย่างไรก็ตามบริษัทยังมีความได้เปรียบ เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่ของบริษัทเป็น “ลูกค้าสัญญา” ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับคุณภาพและความสม่ำเสมอ ในการส่งมอบสินค้ามากกว่าราคาเพียงอย่างเดียว เนื่องจากหากกระบวนการผลิตหยุดชะงักจะสร้างความเสียหายมหาศาล

ดังนั้นการแข่งขันจากจีนจะกระทบเฉพาะในส่วนของราคา SPOT ซึ่งบริษัทก็มีแนวทางในการบริหารจัดการอยู่เช่นเดียวกัน

สำหรับเป้าหมายของ CMAN ในปีนี้คือการรักษาอัตรามาร์จิ้นให้คงที่หรือสูงขึ้น แม้ปริมาณยอดขายอาจจะใกล้เคียงเดิม รวมถึงการขยายตลาดในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

ก่อนที่จะการขยายฐานเข้าสู่ประเทศอินโดนีเซียจะเป็นตัวขับเคลื่อน S-Curve ใหม่ที่สำคัญ โดยบริษัทวางกลยุทธ์การเป็น “เจ้าถิ่น” ในแต่ละโซน เพื่อลดค่าใช้จ่ายขนส่งและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น เหมืองแร่ ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...