บิตคอยน์ เผชิญแรงขายครั้งใหญ่ realized losses 7 วัน พุ่ง 2.3 พันล้านดอลลาร์
บิตคอยน์ เผชิญแรงเทขายครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2021 หลังนักลงทุนจำนวนมากยอมจำนนต่อภาวะตลาดขาลง โดยมีมูลค่าความสูญเสียที่รับรู้แล้ว (realized losses) ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา สูงถึง 2.3 พันล้านดอลลาร์ ท่ามกลางการขายขาดทุนอย่างหนักของนักลงทุนระยะสั้น
13 ก.พ. 2569- เว็บไซต์ Cointelegraph รายงานข้อมูลล่าสุด โดยระบุว่า บิตคอยน์ ได้บันทึกมูลค่าขาดทุนสุทธิที่เกิดขึ้นจริงเฉลี่ย 7 วันพุ่งแตะ 2.3 พันล้านดอลลาร์ (realized losses) ขณะที่ฝั่งนักวิเคราะห์มองว่าสถานการณ์ตอนนี้ถือเป็นเหตุการณ์ “capitulation” หรือการยอมจำนนของตลาดครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เทียบได้กับเหตุการณ์ราคาทรุดหนักในปี 2021 รวมถึงวิกฤตล่มสลายของ Luna/FTX ในปี 2022 และช่วงปรับฐานครั้งใหญ่กลางปี 2024
IT Tech นักวิเคราะห์จาก CryptoQuant ระบุในบันทึกเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ตัวเลข realized losses ทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้ติดอยู่ใน “Top 3-5” ของช่วงเวลาที่ตลาดบิตคอยน์ขาดทุนหนักที่สุดเท่าที่เคยบันทึกมา พร้อมชี้ว่า มีเพียงไม่กี่ช่วงเวลาในประวัติศาสตร์ของบิตคอยน์ที่เกิดการยอมจำนนในระดับนี้
[caption id="attachment_225199" align="aligncenter" width="636"]
ราคาบิตคอยน์วันที่ 13 ก.พ. 2569[/caption]
โดยราคาบิตคอยน์ปรับตัวลดลงเกือบ 50% จากจุดสูงสุดตลอดกาลเหนือระดับ 126,000 ดอลลาร์ในเดือนตุลาคม มาเคลื่อนไหวบริเวณ 66,600–66,700 ดอลลาร์ในปัจจุบัน โดยก่อนหน้านี้เพิ่งฟื้นตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดราว 60,000 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
IT Tech ระบุเพิ่มเติมว่า ในอดีต เหตุการณ์ที่มีความสูญเสียรุนแรงในระดับนี้มักกระตุ้นให้เกิดการรีบาวด์ของราคา โดยก่อนหน้านี้บิตคอยน์ดีดตัวขึ้นเหนือ 70,000 ดอลลาร์ช่วงสั้น ๆ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่า ภาวะปัจจุบันอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของแนวโน้มราคาที่อ่อนตัวลงระยะยาว (deep and slow bleed-out) โดยการดีดตัวระยะสั้น (relief rally) สามารถเกิดขึ้นได้แม้ในตลาดหมีที่ยืดเยื้อ
ด้าน CryptoQuant ระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า ระดับ 55,000 ดอลลาร์เป็น “ราคาทุนเฉลี่ยที่รับรู้แล้ว” (realized price) ของบิตคอยน์ ซึ่งในอดีตมักเชื่อมโยงกับจุดต่ำสุดของตลาดหมี โดยในวัฏจักรก่อนหน้า ราคาบิตคอยน์เคยปรับลดลงต่ำกว่าระดับดังกล่าวราว 24% ถึง 30% ก่อนจะเริ่มทรงตัว และเมื่อราคาลงมาถึงโซนนี้ มักเคลื่อนไหวในกรอบแคบระยะหนึ่งก่อนฟื้นตัว
ขณะที่ Nick Ruck ผู้อำนวยการ LVRG Research ให้สัมภาษณ์กับ Cointelegraph ว่า เหตุการณ์ยอมจำนนล่าสุดสะท้อนภาวะตื่นตระหนกของนักลงทุนระยะสั้นอย่างรุนแรง ท่ามกลางแรงกดดันด้านเศรษฐกิจมหภาค และถือเป็นสัญญาณการเข้าสู่เขตตลาดหมีอย่างชัดเจน
เขาระบุว่า แม้ภาวะขายมากเกินไป (oversold) ในระดับนี้ตามสถิติมักเกิดขึ้นก่อนช่วงฟื้นตัว แต่การจะไปถึงจุดต่ำสุดอย่างแท้จริงอาจต้องใช้เวลาเพิ่มเติม และต้องอาศัยสัญญาณสนับสนุนจากปัจจัยอื่น เช่น การกลับเข้าซื้ออย่างต่อเนื่องของนักลงทุนสถาบัน หรือเสถียรภาพของกลุ่มนักขุด พร้อมประเมินว่าแนวรับที่อาจเกิดขึ้นอยู่ในช่วง 40,000–60,000 ดอลลาร์ ขึ้นอยู่กับการเคลื่อนไหวของตลาดในระยะต่อไป
อ้างอิง: cointelegraph.com , coinmarketcap.com