โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครม.ถกรับมือ สั่งเอกนิติ-ศุภจี จับตาภาษีUS

ไทยโพสต์

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายกฯ มอบ “เอกนิติ-ศุภจี-สศช.” ติดตามภาษีทรัมป์ใกล้ชิด เร่งประเมินผลกระทบส่งออกไทย พร้อมเตรียมมาตรการรองรับ “รมว.พาณิชย์" ชี้ระยะสั้นไทยได้ประโยชน์ ครม.เห็นชอบร่างแก้ไขความตกลง CMIM เสริมเกราะการเงินอาเซียน+3 เพิ่มกลไกช่วยเหลือฉุกเฉินรับมือวิกฤตโลก

ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 24 กุมภาพันธ์ น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในที่ประชุม ครม. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ปรารภถึงสถานการณ์การปรับขึ้นภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ของสหรัฐอเมริกา ภายหลังศาลสูงสุดสหรัฐมีคำวินิจฉัยให้ยกเลิกการจัดเก็บภาษีนำเข้าที่ออกตามกฎหมายอำนาจฉุกเฉินทางเศรษฐกิจ โดยเห็นว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่งผลให้มาตรการภาษีเดิมที่เคยประกาศเรียกเก็บจากหลายประเทศรวมถึงไทยในอัตราร้อยละ 19 ถูกยกเลิก อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีสหรัฐได้ออกคำสั่งใหม่ โดยใช้อำนาจตามมาตรา 122 แห่งกฎหมายการค้าของสหรัฐ กำหนดจัดเก็บภาษีนำเข้าจากทุกประเทศทั่วโลกในอัตราร้อยละ 15 เป็นการชั่วคราว และมีผลใช้บังคับได้ไม่เกิน 150 วัน แม้อัตราภาษีดังกล่าวจะต่ำกว่าเดิม แต่หลายฝ่ายประเมินว่าอาจส่งผลกระทบต่อการค้าโลก โดยเฉพาะภาคการส่งออกของประเทศคู่ค้า

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีจึงได้มอบหมายให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง ร่วมกับนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งประเมินผลกระทบต่อภาคการส่งออกและเศรษฐกิจไทยในภาพรวม เพื่อเตรียมมาตรการรองรับอย่างเหมาะสมและทันท่วงที

ด้านนางศุภจีเปิดเผยว่า มีการรายงานต่อที่ประชุม ครม. ถึงกรณีที่ผู้นำสหรัฐอเมริกาปรับมาตรการภาษีตอบโต้รายประเทศ เป็น 15% ทั่วโลก ซึ่งเป็นการใช้กฎหมายมาตรา 122 มาตรา ของผู้นำสหรัฐ ซึ่งในระยะต่อไปรัฐบาลจะดูความชัดเจนของมาตรการภาษี หลังจาก 150 วันนี้ว่าจะออกมาในลักษณะใด ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจนในส่วนนี้ ตอนนี้ในระยะสั้นถือว่าเราได้ประโยชน์ เพราะว่าเดิมเราได้ 19% แต่ว่าหลังจากนี้ต้องรอความชัดเจนเพิ่มเติม

เมื่อถามว่า รายละเอียดสินค้าต่างๆ จะต้องมีการเจรจากำหนดใหม่หรือไม่ นางศุภจีกล่าวว่า ไม่ต้องเจรจาใหม่ เนื่องจากสหรัฐได้มีการกำหนดราคาสินค้ามา ซึ่งบางสินค้าได้มีการยกเว้นให้

วันเดียวกัน น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม.มีมติเห็นชอบร่างความตกลงมาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคี (Chiang Mai Initiative Multilateralisation : CMIM) ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม และอนุมัติการลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือผู้แทน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพกลไกความร่วมมือทางการเงินของกลุ่ม ASEAN+3 ในการรับมือความผันผวนเศรษฐกิจโลก หลังการลงนามครบทุกภาคี ความตกลงฉบับแก้ไขเพิ่มเติมจะมีผลบังคับใช้ภายใน 7 วัน และจะยกเลิกฉบับเดิมโดยอัตโนมัติ

รองโฆษกฯ กล่าวว่า การแก้ไขเพิ่มเติมครั้งนี้มีสาระสำคัญเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการให้ความช่วยเหลือทางการเงินระหว่างประเทศสมาชิก โดยเฉพาะการเพิ่มกลไกการให้ความช่วยเหลือแบบเร่งด่วน เพื่อช่วยประเทศที่ประสบปัญหาดุลการชำระเงินจากปัจจัยภายนอกที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน เช่น ภัยธรรมชาติหรือโรคระบาด พร้อมปรับปรุงแนวปฏิบัติทางเทคนิคให้ชัดเจนและยืดหยุ่นมากขึ้น อาทิ การต่ออายุความช่วยเหลือก่อนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ และการนิยาม “วันทำการ” สำหรับธุรกรรมสกุลเงินท้องถิ่น ทั้งนี้ วงเงินรวมของ CMIM ยังคงเดิมที่ 240,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเงินสมทบของประเทศไทย 9,104 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

“การเห็นชอบร่างความตกลง CMIM ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมครั้งนี้ จะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจและการเงินของอาเซียน+3 ให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น สร้างความเชื่อมั่นว่าประเทศสมาชิกสามารถเข้าถึงสภาพคล่องได้อย่างเพียงพอในยามฉุกเฉิน พร้อมเดินหน้ากลไกใหม่เพื่อรองรับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจในอนาคตอย่างเป็นรูปธรรม" น.ส.ลลิดาระบุ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...