คลังอนุมัติแก้หนี้นอกระบบแล้ว 1.52 แสนราย วงเงินกว่า 3.7 พันล้าน
นายพงศ์นคร โภชากรณ์ ผู้อำนวยการกองนโยบายพัฒนาระบบการเงินภาคประชาชน ในฐานะผู้ช่วยโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินการให้ความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งกระทรวงการคลังได้บูรณาการความร่วมมือกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ได้แก่ ธนาคารออมสิน และ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เพื่อผลักดันมาตรการสินเชื่อหลากหลายรูปแบบ รองรับประชาชนกลุ่มเปราะบางและผู้มีรายได้น้อย
มาตรการสินเชื่อที่ดำเนินการครอบคลุมหลายโครงการสำคัญ อาทิ
- โครงการสินเชื่อธนาคารประชาชน
- สินเชื่อเพื่อชำระหนี้สินนอกระบบ
- สินเชื่อกองทุนหมุนเวียนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ยากจน
- มาตรการสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือและรองรับลูกหนี้นอกระบบที่ลงทะเบียนแก้ไขปัญหา
- สินเชื่อสร้างงานสร้างอาชีพ
- สินเชื่อสร้างเครดิต สร้างโอกาส
สำหรับผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2566 ถึงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 มีประชาชนที่เป็นหนี้นอกระบบได้รับอนุมัติความช่วยเหลือทางการเงินแล้วจำนวน 152,521 ราย วงเงินอนุมัติรวม 3,777.16 ล้านบาท
โดยเมื่อเทียบกับผลการดำเนินงาน ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 พบว่ามีจำนวนผู้ได้รับอนุมัติเพิ่มขึ้น 58,958 ราย และมียอดอนุมัติเพิ่มขึ้นอีก 935.91 ล้านบาท สะท้อนถึงการเร่งรัดขับเคลื่อนมาตรการและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบของประชาชนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ผู้ช่วยโฆษกกระทรวงการคลังกล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของมาตรการดังกล่าว คือ การดึงลูกหนี้ออกจากวงจรหนี้นอกระบบที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงเกินกว่ากฎหมายกำหนด และสร้างโอกาสให้กลับเข้าสู่ระบบการเงินปกติ พร้อมทั้งส่งเสริมวินัยทางการเงินและการสร้างประวัติเครดิตในระยะยาว
นอกจากมาตรการสินเชื่อผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจแล้ว กระทรวงการคลังยังเดินหน้าส่งเสริมการประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ หรือ “พิโกไฟแนนซ์” เพื่อเพิ่มช่องทางให้ประชาชนรายย่อยสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้สะดวกมากขึ้น ภายใต้กรอบอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรมและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของภาครัฐ
ทั้งนี้ แนวทางพิโกไฟแนนซ์ไม่เพียงช่วยเพิ่มการแข่งขันในตลาดสินเชื่อรายย่อย แต่ยังเปิดช่องทางให้ผู้ที่เคยปล่อยกู้นอกระบบสามารถปรับเข้าสู่การดำเนินธุรกิจอย่างถูกกฎหมาย ลดปัญหาการเอารัดเอาเปรียบ และยกระดับมาตรฐานการให้บริการทางการเงินในระดับพื้นที่
ข้อมูลล่าสุด ณ เดือนมกราคม 2569 มีนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์และเปิดดำเนินการแล้วจำนวน 1,176 ราย ครอบคลุม 75 จังหวัดทั่วประเทศ สะท้อนการขยายตัวของช่องทางสินเชื่อในระบบสู่ระดับจังหวัดอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 มีการอนุมัติสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ให้แก่ประชาชนรายย่อยสะสมรวม 5,753,190 บัญชี คิดเป็นวงเงินรวม 56,287.33 ล้านบาท โดยในจำนวนดังกล่าวเป็นยอดสินเชื่อคงค้าง 397,770 บัญชี วงเงินรวม 7,317.71 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทของพิโกไฟแนนซ์ในการรองรับความต้องการเงินทุนหมุนเวียนของประชาชนฐานราก
"เราจะเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยให้เป็นไปตามกฎหมาย เพื่อสร้างระบบการเงินภาคประชาชนที่เข้มแข็ง โปร่งใส และเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น"