โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

เตรียมเก็บกระเป๋าไปอังกฤษ! แจกพิกัด 5 มหา’ลัยสุดชิคถูกใจสายสถาปัตย์ #TeamUK

Dek-D.com

เผยแพร่ 26 ก.พ. 2568 เวลา 05.50 น. • DEK-D.com
แนะนำ 5 มหาวิทยาลัยชั้นนำสายสถาปัตย์ฯ ใน UK

สวัสดีชาว Dek-D ทุกคนค่าครั้งที่แล้วพี่แอลได้มาแนะนำมหาวิทยาลัยสายกีฬาใน UKไปแล้ว รอบนี้เลยขอมาเอาใจสายออกแบบกันบ้าง ไหนมีใครอยากเรียนต่อสถาปัตย์ฯ บ้างคะ ขอเสียงหน่อย~

ถ้าพูดถึงปลายทางสุดฮอตฮิตที่หลายคนนิยมไปเรียนต่อด้านการออกแบบ ประเทศอังกฤษก็คงไม่พ้นอยู่ในอันดับต้นๆ ของลิสต์แน่นอน เพราะไม่เพียงแต่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ศิลปะที่โดดเด่น แต่ยังเป็นบ้านของผลงานที่มีอิทธิพลต่อวงการสถาปัตยกรรมระดับโลกอีกด้วย และแน่นอนเขาก็มีมหาวิทยาลัยชั้นนำที่ติดอันดับท็อปด้านสถาปัตย์มากมายเลยค่ะ ถ้าอยากรู้ว่ามีที่ไหนบ้าง และหลักสูตรเขาจะปังขนาดไหนก็ตามไปดูกันเล้ยย~

เรียนสถาปัตยกรรมที่อังกฤษดียังไง?

  • ที่อังกฤษมีมหาวิทยาลัยระดับโลกที่ติดท็อปด้านสถาปัตย์ ไม่ว่าจะเป็น University College London (UCL), University of Cambridge, University of Bathและอีกมากมาย (อ้างอิงจาก QS World University Rankings by Subject 2024: Architecture & Built Environment)

  • มีโอกาสฝึกงานและสร้างคอนเนกชันในวงการสถาปัตยกรรมกับบริษัทชั้นนำระดับโลก โดยเฉพาะในลอนดอนที่เป็นศูนย์กลางของสถาปัตยกรรมระดับนานาชาติ นอกจากนี้อังกฤษยังเป็นที่ตั้งของสตูดิโอสถาปัตย์ชื่อดังหลายแห่ง เช่น Foster + Partnersซึ่งออกแบบ Apple Park และ Gherkin Building, Zaha Hadid Architectsที่มีผลงานออกแบบอาคารทรงโค้งสุดล้ำทั่วโลก, Grimshaw Architectsที่เน้นการออกแบบที่ยั่งยืน (Sustainable Design) และ Rogers Stirk Harbour + Partnersซึ่งเป็นผู้ออกแบบ Centre Pompidou ในฝรั่งเศส ซึ่งบริษัทเหล่านี้ไม่เพียงแค่มีชื่อเสียงในวงการสถาปัตยกรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่ที่นักเรียนในอังกฤษสามารถฝึกงานเพื่อเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญได้อีกด้วย

  • ทราบกันว่าอังกฤษเป็นแหล่งรวมสถาปัตยกรรมที่มีความหลากหลายและครอบคลุมทุกยุคสมัย ตั้งแต่ Gothic, Baroque, Neoclassicalไปจนถึง Modernและ Futuristicซึ่งทำให้นักเรียนสามารถศึกษา ซึมซับ และได้รับแรงบันดาลใจจากผลงานสถาปัตยกรรมระดับโลกได้ในทุกๆ วัน ยิ่งถ้าได้เรียนในลอนดอนแล้วล่ะก็น้องๆ จะได้เห็นอาคารสวยๆ และโครงสร้างเจ๋งๆ มากมายไม่ว่าจะเป็น The Shard ตึกระฟ้าสุดโมเดิร์นที่ออกแบบโดย Renzo Piano, British Museum ที่มีโครงสร้างหลังคากระจกอันเป็นเอกลักษณ์, และ Tower Bridge สะพานสไตล์วิกตอเรียนที่เป็นแลนด์มาร์กสำคัญของเมือง

  • เมื่อน้องๆ จบหลักสูตรสถาปัตยกรรมที่ได้รับการรับรองจาก Royal Institute of British Architects (RIBA)ก็จะได้รับใบประกอบวิชาชีพที่มีการยอมรับระดับสากลซึ่งสามารถใช้ทำงานในหลายประเทศทั่วโลก เช่น สหภาพยุโรป, สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย, และ เอเชีย นอกจากจะเป็นการเปิดโอกาสในการทำงานต่างประเทศแล้ว ยังเป็นใบเบิกทางสำหรับการทำงานในองค์กรระดับโลกมากขึ้นอีกด้วย

  • มีโอกาสรับทุนการศึกษาหลายประเภทที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย เช่น Chevening Scholarships ทุนรัฐบาลสหราชอาณาจักรที่มอบให้กับนักเรียนที่มีศักยภาพจากทั่วโลก, RIBA Scholarships ซึ่งเป็นทุนจากสมาคมสถาปนิกอังกฤษที่สนับสนุนการศึกษาด้านสถาปัตยกรรม, และบางมหาวิทยาลัยในอังกฤษยังมีทุนการศึกษาหรือทุนลดค่าเรียนสำหรับนักศึกษาต่างชาติด้วย

……………..

1. University College London (UCL)

มาดูกับที่แรกที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยอย่าง ‘University College London’หรือ ‘UCL’หนึ่งในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ และถูกจัดอันดับให้เป็นมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก อันดับที่ 9 โดย QS World University Rankings 2025ตั้งอยู่กลางกรุงลอนดอน เมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม แถมยังเป็นศูนย์กลางของสถาปัตยกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอีกด้วย และเนื่องจาก UCL อยู่ในย่าน Bloomsbury ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีบรรยากาศที่เงียบสงบ ผ่อนคลาย ทำให้เหมาะกับการเรียนรู้แบบสุดๆ เลยค่ะ

อย่างที่รู้ทั่วกันว่า UCL เขามี The Bartlett School of Architectureซึ่งเป็นหนึ่งในคณะสถาปัตยกรรมที่ดีที่สุดในโลกพร้อมทั้งอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ทันสมัย ไม่ว่าจะเป็น สตูดิโอออกแบบ ห้องปฏิบัติการดิจิทัลและเวิร์กชอปสำหรับการสร้างโมเดลที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง พูดได้ว่าทำถึง! // แอบกระซิบว่า ‘บิวกิ้น พุฒิพงศ์’ นักแสดง-นักร้องชื่อดังก็เรียน ป.โท อยู่ที่ UCL นะคะน้องๆ

ส่องหลักสูตรที่น่าสนใจ

UCL เปิดสอนตั้งแต่ระดับปริญญาตรีไปจนถึงปริญญาเอก รวมถึงหลักสูตรวิชาชีพและคอร์สระยะสั้นให้เลือกเรียนได // มาดูหลักสูตรกันต่อเลยค่ะ

ปริญญาตรี

  • Architecture BSc (ARB/RIBA Part 1 )
  • Architecture MSci (ARB Part 1 & 2 )
  • Architectural & Interdisciplinary Studies BSc
  • Engineering & Architectural Design MEng (ARB/RIBA Part 1, CIBSE & JBM)

ปริญญาโท

  • Architecture MArch (ARB/RIBA Part 2)
  • Architectural Computation MSc
  • Architectural Design MArch
  • Architectural History MA
  • Cinematic and Videogame Architecture MArch
  • Design for Manufacture MArch
  • Landscape Architecture MA/MLA
  • Space Syntax: Architecture & Cities MSc/MRes

ค่าเล่าเรียน

ปริญญาตรี

ภาควิชา: Bartlett School of Architecture

ค่าเล่าเรียนสำหรับนักเรียนต่างชาติเริ่มต้นที่ £33,000 - £36,500 ต่อปี

ปริญญาโท

ภาควิชา: Bartlett School of Architecture

ค่าเล่าเรียนสำหรับนักเรียนต่างชาติเริ่มต้นที่ £29,800 - £39,800 ต่อปี

……………..

2. University of Cambridge

ตามมาติดๆ กับ ‘University of Cambridge’หนึ่งในมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก ตั้งอยู่ที่ Cambridge หรือเมืองสุดคลาสสิก ที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ไม่ว่าจะเป็นอาคาร สะพานหิน และยังมีธรรมชาติที่สวยงาม มีแม่น้ำไหลผ่าน บรรยากาศเงียบสงบ แถมตัวอาคารของมหา’ลัยนี้ยังเป็นสไตล์โกธิก (Gothic Revival) และ นีโอคลาสสิก (Neoclassical) บอกเลยว่าใครชอบความคลาสิกถูกใจแน่นอนน

คณะสถาปัตยกรรมของเน้นการเรียนการสอนแบบเชิงลึก น้องๆ คณะนี้จึงจะได้เรียนตั้งแต่ตั้งแต่ทฤษฎีทางสถาปัตยกรรม การออกแบบเมือง ไปจนถึงเทคโนโลยีการก่อสร้าง นอกจากนี้ยังมีห้องสมุดสุดอลังการที่รวบรวมแหล่งข้อมูลชั้นยอดไว้ให้น้องๆ ได้ค้นคว้าเพิ่มเติมได้อีกด้วย (กระซิบว่า Aesthetic มากกก)

ส่องหลักสูตรที่น่าสนใจ

ที่ University of Cambridge เปิดสอนด้านสถาปัตยกรรมตั้งแต่ระดับ ปริญญาตรี ไปจนถึง ปริญญาเอก โดยมีหลักสูตรหลัก ๆ ดังนี้

ปริญญาตรี

Architecture, BA (Hons)

  • การสอนออกแบบ:เรียนรู้ผ่านการทำงานในสตูดิโอ โดยมีสถาปนิกมืออาชีพมาสอนและให้คำแนะนำ
  • วิชาทฤษฎีและประวัติศาสตร์:ศึกษาพัฒนาการของสถาปัตยกรรมและการออกแบบเมืองในเชิงลึก
  • วิชาทฤษฎีเทคนิคด้านก่อสร้าง:เรียนรู้เกี่ยวกับโครงสร้าง วัสดุ สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยีที่ใช้ในงานสถาปัตย์

ปริญญาโท

  • Architecture and Urban Studies
  • History of Art and Architecture
  • Master of Studies (MSt) in Architecture (Degree Apprenticeship)

ปริญญาเอก

  • Architecture (PhD)
    หลักสูตรวิจัยเชิงลึกสำหรับผู้ที่ต้องการเป็นนักวิชาการหรือนักวิจัยในสาขาสถาปัตย์

ค่าเล่าเรียน

ปริญญาตรี

Architecture, BA (Hons)

ค่าเล่าเรียนสำหรับนักเรียนต่างชาติ: £35,358 ต่อปี

ปริญญาโท

ค่าเล่าเรียนสำหรับนักเรียนต่างชาติเริ่มต้นที่ £34,254 - 41,952 ต่อปี

ปริญญาเอก

ค่าเล่าเรียนสำหรับนักเรียนต่างชาติ: £31,320 ต่อปี

……………..

3. University of Bath

มาต่อกันที่ ‘University of Bath’มหาวิทยาลัยที่ผสมผสานความทันสมัยและประวัติศาสตร์ได้อย่างลงตัว โดยมีแคมปัสตั้งอยู่บนเนินเขาที่มองเห็นทิวทัศน์ของเมือง Bath ซึ่งเป็นเมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO ด้วยสถาปัตยกรรมโบราณสไตล์ Georgian และ Roman และ บรรยากาศที่เงียบสงบและสวยงาม

และอีกหนึ่งความดีงามของคือหลักสูตรของเขาให้ความสำคัญกับการทำงานจริง ผ่านการฝึกงานในบริษัทออกแบบชั้นนำ เช่น BDP (Building Design Partnership, Kengo Kuma and Associates และAllies and Morrisonนอกจากนี้ สิ่งอำนวยความสะดวกของมหาวิทยาลัยก็เริดมากก เขามีสตูดิโอออกแบบสุดล้ำสมัย และเทคโนโลยีดิจิทัลที่ช่วยให้น้องๆ สามารถสร้างโมเดล 3D และทดสอบโครงสร้างอาคารได้อย่างแม่นยำแบบสุดๆ บอกเลยว่าถูกใจสายออกแบบแน่นอน 100%

ส่องหลักสูตรที่น่าสนใจ

เปิดสอนด้านสถาปัตยกรรมตั้งแต่ระดับ ปริญญาตรี ไปจนถึง ปริญญาเอก โดยมีหลักสูตรหลักๆ ดังนี้

ปริญญาตรี

  • Architecture BSc (Hons)
  • Structural and Architectural Engineering MEng (Hons)
  • Structural and Architectural Engineering BEng (Hons)

ปริญญาโท

  • Conservation of Historic Buildings MSc
  • Professional Practice PG Cert

ปริญญาเอก

  • Architecture PhD

ค่าเล่าเรียน

ปริญญาตรี

ค่าเล่าเรียนสำหรับนักเรียนต่างชาติ: £19,485 ต่อปี

ปริญญาโท

ค่าเล่าเรียนสำหรับนักเรียนต่างชาติเริ่มต้นที่ £19,485 - £30,500 ต่อปี

ปริญญาเอก

ค่าเล่าเรียนสำหรับนักเรียนต่างชาติ: £29,300 ต่อปี

……………..

4. University of Liverpool

มาดูอีกหนึ่งมหาลัยที่ได้รับการขนานนามว่ามีที่มีคณะสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของสหราชอาณาจักรอย่าง ‘University of Liverpool’ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางลิเวอร์พูล เมืองที่มีเสน่ห์ทั้งทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมอันโดดเด่น (แถมสโมสรฟุตบอลก็ดังมากกก ไม่มีใครไม่รู้จัก) อีกทั้งรายล้อมด้วยพิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ รวมไปถึงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่าง Liverpool Cathedral และ Albert Dock

นอกจากนี้ หลักสูตรของยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาแนวคิดสร้างสรรค์และการออกแบบที่ตอบโจทย์ในอนาคต น้องๆ จะมีโอกาสได้เรียนรู้จากอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงสามารถฝึกงานและสร้างคอนเนกชันข่ายในแวดวงสถาปัตยกรรมได้อีกด้วย นี่แหละๆๆ ที่ทำให้ University of Liverpool เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับน้องๆ สายสถาปัตย์!

ส่องหลักสูตรที่น่าสนใจ

โปรแกรมของ University of Liverpool น่าสนใจมากทีเดียว เปิดสอนด้านสถาปัตยกรรมตั้งแต่ระดับ ปริญญาตรี ไปจนถึง ปริญญาเอก โดยมีหลักสูตรหลักๆ ดังนี้

ปริญญาตรี

  • Architecture BA (Hons)
  • Architectural Engineering MEng
  • Architectural Engineering BEng (Hons)

ปริญญาโท

  • Advanced Architecture MA
  • Building Information Modelling and Digital Transformation MSc
  • Climate Resilience and Environmental Sustainability in Architecture MSc
  • Sustainable Heritage Management MA

ปริญญาเอก

  • Architecture MPhil / PhD

ค่าเล่าเรียน

ปริญญาตรี

ค่าเล่าเรียนสำหรับนักเรียนต่างชาติ: £29,900 ต่อปี

ค่าศึกษาในต่างประเทศ: £14,950 **ค่าศึกษาในต่างประเทศ คือ ค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมสำหรับนักศึกษาที่เลือกเรียนในต่างประเทศในปีที่กำหนด

ปริญญาโท

ค่าเล่าเรียนสำหรับนักเรียนต่างชาติ: £26,600 ต่อปี

ปริญญาเอก

ค่าเล่าเรียนสำหรับนักเรียนต่างชาติ: £24,600 ต่อปี

เช็กค่าเล่าเรียนของแต่ละสาขา

……………..

5. University of Sheffield

ปิดท้ายด้วย ‘University of Sheffield’ หนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำของ Russell Group ตั้งอยู่ที่ Sheffield เมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองสีเขียว มีพื้นที่สวนสาธารณะและธรรมชาติรายล้อม บอกเลยว่าทั้งร่มรื่น ผ่อนคลาย เหมาะกับการดื่มด่ำและหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการเรียนจริงๆ ค่ะ แต่ถึงแม้จะฟังดูเป็นเมืองสงบ แต่ก็มีความคึกคักผสมได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว เขามี คาเฟ่ หอศิลป์ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมายเลยค่ะ

ถ้าพูดถึงคณะสถาปัตยกรรมของ University of Sheffield ก็ขอบอกเลยว่าก็ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในคณะที่ดีที่สุดในสหราชอาณาจักร โดยจะเน้นการออกแบบเชิงนวัตกรรม ความยั่งยืน และการพัฒนาชุมชนเป็นหลัก นอกจากนี้ที่มหา’ลัยยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย มีสตูดิโอออกแบบและเวิร์กชอปสำหรับนักศึกษาสถาปัตย์โดยเฉพาะอีกด้วย ตอบโจทย์สายออกแบบจริงๆ ค่า

ส่องหลักสูตรที่น่าสนใจ

ที่ University of Sheffield เปิดสอนด้านสถาปัตยกรรมตั้งแต่ระดับ ปริญญาตรี ไปจนถึง ปริญญาเอก โดยมีหลักสูตรหลักๆ ดังนี้

ปริญญาตรี

  • Architectural Engineering MEng
  • Architectural Engineering with an Industrial Placement Year MEng
  • Architecture BA
  • Architecture and Landscape BA
  • Landscape Architecture BA
  • Landscape Architecture MLA
  • Structural Engineering and Architecture MEng
  • Structural Engineering and Architecture with an Industrial Placement Year MEng

ปริญญาโท

  • Architectural Design MA
  • Architecture MArch
  • Architecture: Collaborative Practice MArch
  • Landscape Architecture MA PG Diploma
  • Landscape Studies MA PG Diploma

ปริญญาเอก

  • Architecture and Landscape PhD

ค่าเล่าเรียน

ปริญญาตรี

ค่าเล่าเรียนสำหรับนักเรียนต่างชาติเริ่มที่ £22,680 - £29,110 ต่อปี

ปริญญาโท

ค่าเล่าเรียนสำหรับนักเรียนต่างชาติเริ่มที่ £27,670 - £30,570 ต่อปี

ปริญญาเอก

ค่าเล่าเรียนสำหรับนักเรียนต่างชาติเริ่มที่ £25,080 to £27,580 ต่อปี

……………..

ขั้นตอนการสมัครมหาวิทยาลัยใน UK เบื้องต้น

สมัครผ่าน UCAS

  • เลือกมหาวิทยาลัยและหลักสูตรที่ต้องการสมัครเรียน
  • กรอกข้อมูลส่วนตัวและอัปโหลดเอกสารประกอบการสมัคร
  • เขียนจดหมายแนะนำตัว (Personal Statement)
  • ชำระค่าธรรมเนียม

สมัครผ่านเอเจนซี

สามารถเลือกสมัครผ่านเอเจนซีการเรียนต่อต่างประเทศ ซึ่งเป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัยได้ ตัวอย่างเช่น Hands On Education Consultants, SI-UKหรือ One Educationเป็นต้น

……………..

ครบแล้วกับ 5 มหาวิทยาลัยสายสถาปัตย์ UK น่าไปเรียนต่อทุกที่เลยใช่ไหมล่ะคะ สำหรับใครที่ยังสับสน เลือกไม่ได้ว่าจะไปเรียนที่ไหนดี ก็ลองศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับยูนั้นๆ ให้ละเอียด ทั้งหลักสูตร การใช้ชีวิต สิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึงศึกษาบรรยากาศของแต่ละเมือง เชื่อว่าน้องๆ จะสามารถหามหา’ลัยที่เข้ากับตัวเราได้แน่นอนค่า และคราวหน้า Dek-D Study Abroadจะมีคอนเทนต์ต่อนอกดีๆ อะไรมาฝากอีกก็อย่าลืมติดตามกันด้วยน้า~

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...