โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เสือค้ายางปรับโครงสร้างบริษัท ชาวสวนเฮรัฐจ่ายโลละ 20 บาท

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 25 ส.ค. 2562 เวลา 13.09 น. • เผยแพร่ 25 ส.ค. 2562 เวลา 13.40 น.

สวนยางเฮ 1 ตุลาฯรอรับเงินชดเชยก้อนแรก “เฉลิมชัย” สั่งตั้ง 4 ทีมทำงานประกันราคายางอุดช่องโหว่กันทุจริต เบื้องต้นใช้เงิน 30,000 หมื่นล้าน ใน 6 เดือน ด้าน “วงศ์บัณฑิต” สยบข่าวลือปิดโรงยาง 3 จังหวัด แค่ปรับโครงสร้างภายใน-รับซื้อยางตามปกติ

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ชาวสวนยางกลุ่มแรกจะได้รับเงินชดเชยราคายางตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ราคาเป้าหมายยางแผ่นดิบที่ราคา 60 บาท/กก.จำนวน 25 ไร่/ครัวเรือน กำหนดให้มีการจ่ายชดเชยระยะเวลา 6 เดือน เบื้องต้นกำหนดงบประมาณไว้ที่ 30,000 ล้านบาท โดยใช้เงินของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สำรองจ่ายไปก่อน ต่อจากนั้นจะจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 เพื่อชดเชยต่อไป

ระยะเวลาชดเชยราคายางแผ่นดิบกำหนดไว้ 6 เดือน จ่ายเงินทุก ๆ 2 เดือนระยะเวลาดำเนินโครงการเดือนตุลาคม 2562-กุมภาพันธ์ 2563 โครงการจะครอบคลุมชาวสวนยางในพื้นที่ขึ้นทะเบียนไว้ 13,326,540 ไร่ เกษตรกร 1,129,336 ราย โดยเงินชดเชยการประกันรายได้จะแปรผันไปตามราคายางพาราที่เคลื่อนไหวตลอดระยะดำเนินโครงการ ตามสูตรเงินชดเชยประกันรายได้ในแต่ละครั้งเท่ากับราคาประกันรายได้ หักราคาอ้างอิง และปริมาณการขายผลผลิตยางพาราตามเนื้อยางที่กรีด 240 กก./ไร่/ปี โดยกำหนดการประกันราคายางแผ่นดิบคุณภาพดี 60 บาท/กก. ประกันรายได้ราคาน้ำยางสด 57 บาท/กก. และประกันรายได้ราคายางก้อนถ้วย 50 บาท/กก.

ทั้งนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 4 คณะเพื่อมาดำเนินการคือ คณะกรรมการบริหารโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง, คณะทำงานกำหนดราคากลางอ้างอิง, คณะกรรมการบริหารโครงการระดับจังหวัด และคณะทำงานโครงการระดับตำบล โดยชาวสวนยางที่ไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดินจะต้องหามาตรการอื่นมารองรับ

อย่างไรก็ตาม จากการประเมินเบื้องต้นชาวสวนมีสวนยางพาราจำนวน 25 ไร่ จะมีรายได้จากเงินชดเชยประมาณ 60,000 บาท (ราคาอ้างอิง 40 บาท/กก. ราคาประกัน 60 บาท/กก. จ่ายชดเชย 20 บาท/กก.) รัฐบาลจะใช้เงินทั้งหมด 33,200 ล้านบาท แต่ในความเป็นจริงเกษตรกรไทยมีการผลิตยางพาราแตกต่างกัน หากคิดราคาเฉลี่ย ณ เดือน ส.ค. 2562 แบ่งเป็น ยางแผ่นดิบ 28.515 ล้าน กก. หรือสัดส่วน 10.68% ของผลผลิตทั้งหมด ราคาจะอยู่ที่ 39.92 บาท/กก. รัฐบาลต้องชดเชย 20.08 บาท/กก. หรือใช้เงิน 572.59 ล้านบาท

น้ำยางสดมีปริมาณ 88.323 ล้าน กก. สัดส่วน 33.08% ของผลผลิตทั้งหมด ราคาประกัน 57 บาท/กก. ราคาชดเชย 17.60 บาท/กก. ใช้งบประมาณ 1,554.49 ล้านบาท ยางก้อนถ้วย ปริมาณ 149.466 ล้าน กก. สัดส่วน 55.98% ของผลผลิตทั้งหมด ราคาประกัน 50 บาท ราคาเฉลี่ย 33.10 บาท/กก. ราคาชดเชย 16.90 บาท/กก. ใช้งบประมาณ 2,525.98 ล้านบาท หรืองบประมาณรวม 28,950 ล้านบาท

ส่วนกรณีมีรายงานข่าวเข้ามาว่า บริษัทวงศ์บัณฑิต ปิดโรงงานยางใน 3 จังหวัดคือ บจ.วงศ์บัณฑิต ชุมพร-บจ.วงศ์บัณฑิต ชุมพร เอ็น อาร์, บจ.วงศ์บัณฑิต สุราษฎร์ธานี และ บจ.วงศ์บัณฑิต อุดรธานี เนื่องจากประสบภาวะขาดทุนต่อเนื่องมาหลายปีนั้น ล่าสุด นายบัณฑิต เกิดวงศ์บัณฑิต รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วงศ์บัณฑิต จำกัด กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทได้ปรับโครงสร้างการบริหารงานด้วยการควบรวมบริษัทลูก 5 บริษัทมาอยู่ภายใต้ “วงศ์บัณฑิต” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแผนการลงทุนที่วางไว้ การดำเนินการควบรวมนี้ได้เริ่มมาตั้งแต่ปี 2561 ไม่ใช่เพิ่งเริ่มทำในปีนี้ โดยบริษัทเตรียมจะเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และอยู่ระหว่างการเจรจากับจอยต์เวนเจอร์กับพันธมิตรหลายรายจากหลาย ๆ ประเทศไม่ใช่เฉพาะจีน

“จริงอยู่ที่ผลประกอบการของเราไม่ดีต่อเนื่องหลายปี แต่ขณะนี้เราก็ยังซื้อขายยางพาราอยู่ ไม่ได้ปิดกิจการ จะมีหยุดซื้อไปเมื่อสัปดาห์ก่อน 1 สัปดาห์เพื่อตรวจสอบสต๊อก ตอนนี้เปิดรับซื้อปกติแล้ว โดยราคายางแผ่นที่ กก.ละ 42 บาท เศษยาง กก.ละ 35 บาทเศษ” นายบัณฑิตกล่าว

อย่างไรก็ตาม บริษัทยอมรับว่าสถานการณ์การส่งออกในช่วงครึ่งปีแรกไม่ค่อยดี ปริมาณการส่งออกยางภาพรวมลดลง ในส่วนของบริษัทก็ลดลงเช่นเดียวกัน โดยมีสาเหตุจากปัญหาสงครามการค้า ทำให้ความต้องการใช้ยางในตลาดโลกลดลง ประกอบกับภาวะภัยแล้งทำให้มีปริมาณยางลดลง ทางบริษัทได้ปรับแผนลดกำลังการผลิตลงประมาณ 30-40% จากกำลังการผลิตรวมทั้งหมด 2 ล้านตันต่อปี ส่วนแนวโน้มครึ่งปีหลังก็น่าจะยังไม่ดีขึ้น ดังนั้นภาพรวมยอดขายของบริษัททั้งปียังประเมินว่า ไม่ปรับลดลงตามภาพรวมการส่งออกยาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...