โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ปากช่อง 2” มะละกอลูกผสมพันธุ์ดี ให้ผลผลิตสูง อร่อยถูกใจผู้บริโภค

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 01 มิ.ย. 2565 เวลา 09.05 น. • เผยแพร่ 06 มิ.ย. 2565 เวลา 01.00 น.

เชื่อว่าหลายคนที่มีโอกาสเดินเลือกซื้อสินค้าเกษตรในร้านโครงการหลวง อาจจะเคยเห็นมะละกอผลเล็ก ขนาดอ้วนๆ ป้อมๆ วางขายอยู่บนชั้นวางสินค้า มะละกอลูกผสมพันธุ์ดีนี้ เรียกว่า “มะละกอปากช่อง 2” ซึ่งโครงการหลวงได้ส่งเสริมให้เกษตรกรที่เป็นสมาชิกได้ปลูกในเชิงการค้ามานานหลายปีแล้ว เพราะมะละกอพันธุ์นี้ปลูกดูแลง่าย ค่อนข้างทนต่อโรคใบจุดวงแหวน ที่สำคัญ ให้ผลผลิตสูงและมีรสชาติอร่อยถูกใจผู้บริโภคอีกต่างหาก

สายพันธุ์มะละกอโดยทั่วไป หากไม่มีการรักษาสายพันธุ์ที่ดี มักมีการผสมข้ามพันธุ์ ทำให้เกิดปัญหาการกลายพันธุ์ได้ แต่มะละกอปากช่อง 2 ทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ใช้เวลาเกือบ 10 ปี ในการวิจัยปรับปรุงพันธุ์มะละกอชนิดนี้ ก่อนแนะนำเข้าสู่ตลาดเมื่อ 10 กว่าปีก่อน จนถึงทุกวันนี้ มะละกอลูกผสมปากช่อง 2 ยังคงให้ผลผลิตที่ดีเป็นที่นิยมปลูกของเกษตรกรและผู้บริโภค

นักวิจัย มก. พัฒนาสายพันธุ์มะละกอลูกผสม

มะละกอเป็นไม้ผลที่นิยมรับประทานผลสุกอย่างแพร่หลายทั่วโลก แต่ในต่างประเทศนิยมรับประทานมะละกอที่มีผลขนาดเล็ก มีน้ำหนักต่อผลไม่เกิน 600 กรัม ซึ่งแหล่งผลิตและส่งออกมะละกอรายใหญ่ของโลก ได้แก่ เม็กซิโก มาเลเซีย บราซิล และอเมริกา ส่วนประเทศไทยแม้ปลูกมะละกอจำนวนมาก แต่ส่งออกไม่มาก เนื่องจากสายพันธุ์มะละกอที่ปลูก ส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ผลใหญ่ ไม่เป็นที่นิยมในตลาดต่างประเทศ

สถานีวิจัยปากช่อง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้พัฒนาสายพันธุ์มะละกอมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2519 โดยเริ่มต้นจากนำเข้ามะละกอสายพันธุ์ซันไลท์ จากประเทศไต้หวันมาปลูกและคัดเลือกต้นพันธุ์ที่ต้องการ ทำการผสมตัวเองและปลูกคัดเลือกอยู่ 5 ชั่วอายุ จนได้สายพันธุ์ที่ไม่กระจายตัว แล้วปลูกขยายเมล็ดโดยวิธีผสมเปิดในหมู่เดียวกันอีก 2 ครั้งจนได้สายพันธุ์มะละกอที่ให้ผลผลิตดี เหมาะสำหรับปลูกเชิงการค้าเรียกว่า “มะละกอพันธุ์ปากช่อง 1”

ลักษณะประจำพันธุ์ของมะละกอปากช่อง 1 คือ มีลำต้นสีเขียวปนม่วงเล็กน้อย ใบมี 7 แฉกใหญ่ กว้าง 50-60 เซนติเมตร ยาว 45-50 เซนติเมตร ก้านใบสีเขียวปนม่วงยาว 70-75 เซนติเมตร อายุ 8 เดือน ก็เริ่มเก็บผลได้ มีน้ำหนักผล 350 กรัม เนื้อสีส้มหนา 1.8 เซนติเมตร เมื่อสุกเนื้อไม่เละ มีรสหวาน กลิ่นหอม เปอร์เซ็นต์ความหวาน 12-14 องศาบริกซ์ ในระยะเวลา 18 เดือน จะให้ผลผลิตต้นละ 30-40 กิโลกรัม ค่อนข้างทนต่อโรคใบด่าง เกษตรกรสามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ได้เอง

มะละกอปากช่อง 2

ระหว่างปี พ.ศ. 2540-2549 ทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ร่วมมือกันพัฒนาปรับปรุงพันธุ์มะละกออย่างต่อเนื่อง จนได้มะละกอพันธุ์ใหม่ที่คุณภาพและผลผลิตดีกว่าพันธุ์การค้าเดิม เรียกว่า มะละกอปากช่อง 2 ที่เกิดจากการผสมพันธุ์ระหว่างพันธุ์แขกดำ เป็นพันธุ์แม่ และพันธุ์ปากช่อง 1 เป็นพันธุ์พ่อ โดยวิธีการผสมด้วยมือ หลังจากนั้น เก็บผลผลิตเอาเมล็ดมาเพาะในถุงพลาสติกดำ ขนาด 3×5 นิ้ว คัดเลือกต้นกล้าที่แข็งแรงปลูกลงแปลงได้ 26 แถว แถวละ 21 ต้น จำนวน 3 ต้น ต่อหลุม หลังจากปลูก 4 เดือน คัดต้นที่เป็นดอกสมบูรณ์เพศเหลือเพียง 1 ต้น ศึกษาลักษณะลูกผสมเพื่อคัดเลือกลักษณะดีได้ตามต้องการ ที่ออกดอกและติดผล หลังจากปลูก 8 เดือน ทีมนักวิจัยได้คัดเลือกคู่ผสมพันธุ์ดีไว้ 3 สายพันธุ์ ที่มีขนาดผลใหญ่กว่าพันธุ์ปากช่อง 1 คุณภาพผลดี เนื้อหนา สีส้มและรสชาติดี

หลังจากนั้น ทีมนักวิจัยได้ใช้เวลาปลูกคัดเลือกนานถึง 7 รอบ โดยศึกษาลักษณะต่างๆ ของมะละกอ เช่น ลักษณะของใบและก้านใบ วัดความยาวของใบ วัดความกว้างของใบ วัดความยาวของใบ วัดสีของใบ ทำการถ่ายรูป ลักษณะภายนอกและภายในของผลศึกษาน้ำหนักผล รูปร่างผล โดยวัดความกว้างและความยาวของผล สีผิวของผลภายนอก เมื่อดิบและสุก ความหนาเนื้อโดยผ่าตรงส่วนที่กว้างที่สุด น้ำหนักเนื้อ น้ำหนักเปลือก น้ำหนักเมล็ด โดยชั่งเป็นกรัม สีของเนื้อเมื่อสุก เปอร์เซ็นต์ Total Soluble Solids (%TSS) การชิมรส โดยให้คะแนนตามเกณฑ์

จนในที่สุด ทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก็ประสบความสำเร็จในการคัดเลือกมะละกอสายพันธุ์ใหม่ คือ ปากช่อง 2 ที่มีขนาดผลขนาดปานกลาง น้ำหนักผล 1,000-1,200 กรัม ต้นมะละกอปากช่อง 2 มีลักษณะใบ 7 แฉก ใบสีเขียวเข้ม ใบกว้าง 65-70 เซนติเมตร ใบยาว 65-70 เซนติเมตร ก้านใบสีเขียว ยาว 80-89 เซนติเมตร น้ำหนักผลสุก 900-1,100 กรัม สีผิวผลสุกสีเหลือง สีเนื้อสุกส้มแดง ความหนาเนื้อ 3 เซนติเมตร ความหวาน 12-14 องศาบริกซ์ เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตหลังจากปลูกประมาณ 8 เดือน ผลผลิต 40-50 กิโลกรัม ต่อต้น ในระยะ 18 เดือน ค่อนข้างทนต่อโรคไวรัสจุดวงแหวน รสชาติดี เนื้อไม่เละ จึงเหมาะสำหรับใช้เป็นพันธุ์ส่งเสริมการผลิตเชิงการค้า

การปลูกดูแล

มะละกอลูกผสมพันธุ์ปากช่อง 2 มีลักษณะดี ผลดก ต้นสมบูรณ์แข็งแรง มีขนาดผลประมาณ 1,000 กรัม ที่ตลาดยอมรับได้ ปัจจุบันมะละกอลูกผสมพันธุ์นี้ ไม่ได้ปลูกสะเปะสะปะในพื้นที่ทั่วไปเหมือนกับมะละกอพันธุ์อื่นๆ พื้นที่ปลูกมะละกอสายพันธุ์นี้ส่วนใหญ่อยู่ภายใต้การดูแลของโครงการหลวง

อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้พื้นที่การปลูกมะละกอปากช่อง 2 ยังไม่กว้างขวางมากนักเนื่องจากมะละกอพันธุ์นี้มีจุดอ่อนในเรื่องน้ำ หากขาดแคลนน้ำสำหรับเพาะปลูก ต้นมะละกอจะมีผลผลิตขาดช่วงได้ ดังนั้น โครงการหลวงจึงมุ่งส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกมะละกอพันธุ์นี้ในแหล่งที่มีการปลูกผักและมีระบบน้ำชลประทานสมบูรณ์ เพื่อให้ต้นมะละกอได้รับน้ำอย่างสม่ำเสมอ

การปลูกมะละกอโดยทั่วไป นิยมนำมะละกอต้นกระเทยมาเพาะเมล็ด จนได้ต้นกระเทย ทั้งนี้ ตลาดต้องการเพียง 2 ส่วน และต้นตัวเมีย 1 ส่วน ที่ผ่านมาเกษตรกรนิยมขยายพันธุ์มะละกอแบบเดิมๆ โดยหยอดเมล็ดพันธุ์มะละกอ 3 ต้น ต่อหลุม เมื่อต้นโตต้องคอยสังเกตว่า ต้นมะละกอออกดอกเป็นต้นตัวเมียหรือไม่ หากใช่ก็ต้องตัดต้นตัวเมียทิ้ง วิธีนี้ทำให้เกษตรกรได้มะละกอพันธุ์ดีเพียงแค่ 33% เสียทั้งเวลาและสิ้นเปลืองเงินทุน

ดังนั้น โครงการหลวงจึงพยายามแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยนำต้นกระเทยมาเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ จนได้ต้นกระเทยที่มีลักษณะสมบูรณ์เพศครบถ้วนแจกจ่ายให้เกษตรกรที่เป็นสมาชิกโครงการหลวงได้นำไปปลูก เรียกว่า ทุกวันนี้ เกษตรกรนำเมล็ดพันธุ์กระเทย 100 ต้น ไปปลูกก็ได้มะละกอพันธุ์ดี 100 ต้นตามที่ตลาดต้องการ

มะละกอเป็นพืชอายุสั้นเพียงแค่ 2 ปี แถมเสี่ยงต่อการเป็นโรคพืชได้ง่าย โดยเฉพาะปัญหาโรคไวรัสวงแหวน ทุกวันนี้ โครงการหลวงจึงมีศักยภาพการผลิตต้นพันธุ์มะละกอปากช่อง 2 สำหรับใช้ปลูกทดแทนต้นเก่าอายุ 2 ปีที่ครบอายุการตัดโค่นเพียงแค่ปีละ 4,000-5,000 ต้น โดยจำหน่ายต้นพันธุ์แก่เกษตรกรในราคาถูกเพียงต้นละ 25 บาท ทั้งนี้ เกษตรกรสามารถปลูกมะละกอซ้ำในพื้นที่เดิมได้ โดยกำจัดเพลี้ย ที่เป็นแมลงพาหนะของโรคไวรัสวงแหวนออกไปจากแปลงปลูกเสียก่อน

เนื่องจากมะละกอเป็นผักและผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ตลาดจึงมีความต้องการบริโภคมะละกอเพิ่มขึ้นทุกปี ดังนั้น มะละกอปากช่อง 2 จึงเป็นสินค้าทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยให้คนไทยได้บริโภคผักและผลไม้รสอร่อยและมีคุณภาพดี สอดคล้องกับความต้องการของตลาด

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก เมื่อวันจันทร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ.2563

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...