โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จากเจ้าสู่นายกฯ พระเจ้าซาร์ซีโมนที่ 2 แห่งบัลแกเรีย สิ้นระบอบกษัตริย์แล้วลงการเมือง

ศิลปวัฒนธรรม

เผยแพร่ 08 ก.พ. 2562 เวลา 05.43 น.
ซีโมน นายกรัฐมนตรีของบัลแกเรีย ทักทายผู้สนับสนุนในการหาเสียงก่อนเลือกตั้งปี 2005 (ภาพจาก DIMITAR DILKOFF / AFP)

ในประวัติศาสตร์ยุโรปปรากฏเหตุการณ์เชื่อมโยงระหว่างระบอบกษัตริย์กับการเมืองที่น่าสนใจ หนึ่งในนั้นคือกรณีของพระเจ้าซาร์ซีโมนที่ 2 แห่งบัลแกเรีย เป็น “เจ้านาย” องค์สุดท้ายในระบอบกษัตริย์ และมาสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีภายหลังระบอบกษัตริย์ในประเทศสิ้นสุดลง

ซีโมน โบริซอฟ แซ็กซ์-โคบูร์ก-ก็อตธา เป็นชื่อสามัญชนของเจ้านายพระองค์สุดท้ายในระบอบกษัตริย์ของบัลแกเรีย พระองค์ทรงอยู่ในสถานะซาร์แห่งบัลแกเรีย (พระเจ้าซีโมนที่ 2) เป็นเวลาสั้นๆ ในวัย 6 พรรษา (ในเชิงปฏิบัติอย่างเป็นทางการ) ระหว่าง ค.ศ. 1943-1946 ซึ่งเป็นช่วงที่พระองค์ยังทรงพระเยาว์ และมีเจ้าชายคิริล แห่งพาร์ลาฟ พระอนุชาของพระเจ้าบอริสที่ 3, นายพลนิโคลา มิฮอฟ และบอกดาน ฟิลอฟ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นสภาผู้สำเร็จราชการแทน ซึ่งช่วงเวลานั้นผู้บริหารบัลแกเรียตกภายใต้เงาของนาซีเยอรมัน ภายหลังสงครามที่เยอรมนีรบแพ้หลายครั้ง บัลแกเรียเริ่มต้องหาทางเปลี่ยนฝ่าย และเปลี่ยนรัฐบาลเป็นพรรคที่ตะวันตกยอมรับมากกว่า

ค.ศ. 1944 เกิดการรัฐประหารขึ้น จุดเปลี่ยนของพระองค์อยู่ที่การลงประชามติที่ดำเนินการโดยพรรคคอมมิวนิสต์เมื่อ ค.ศ. 1946 อันเป็นผลให้ระบอบกษัตริย์ถูกล้มเลิก บัลแกเรียกลายเป็นปกครองโดยระบอบคอมมิวนิสต์ เชื้อพระวงศ์ต้องเดินทางออกนอกประเทศ เชื้อพระวงศ์เสด็จไปอียิปต์ และในปี 1951 นายพลฟรังโก เผด็จการผู้ลือชื่อของสเปน อนุมัติให้ราชวงศ์บัลแกเรียลี้ภัยในสเปนได้

กระทั่ง ค.ศ. 1996 ซีโมน เดินทางกลับบัลแกเรีย และก่อตั้งพรรคการเมืองในชื่อ “กลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อความมั่นคงและก้าวหน้าแห่งชาติ” (National Movement for Stability and Progress) หรือ NMSP ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงหลังจากระบอบคอมมิวนิสต์ในบัลแกเรียล่มสลายลงแล้ว มีรายงานว่าการกลับมาของซีโมน ทำให้ฝูงชนที่พบเห็นต่างร้องตะโกนว่า “พวกเราต้องการกษัตริย์” แต่ในช่วงเวลานั้น ซีโมน ยังไม่แสดงท่าทีทางการเมืองใดๆ ออกมา

อย่างไรก็ตาม บรรยากาศโหยหาและรำลึกถึงระบอบกษัตริย์จางหายไป เมื่อซีโมน เปิดเผยเรื่องสถานะบทบาททางการเมืองและร่วมกลุ่มทางการเมืองกับอดีตพรรคคอมมิวนิสต์

ซีโมน ประกาศเจตนารมย์ทางการเมืองในช่วง ค.ศ. 2001 โดยลั่นว่าจะทุ่มเทให้กับการปฏิรูปและนำความเป็นหนึ่งเดียวทางการเมืองมาสู่ประเทศ และสัญญาว่าภายใน 800 วัน ชาวบัลแกเรียจะรับรู้ถึงผลบวกจากกลุ่มของเขาและชื่นบานกับความเป็นอยู่ที่ถูกระดับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

พรรคของซีโมน ได้รับชัยชนะครั้งใหญ่ในการเลือกตั้งเมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2001 กวาดที่นั่งในสภา 120 ที่นั่งจาก 240 ที่นั่ง ซีโมนเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม โดยร่วมงานกับกลุ่มชาติพันธุ์เตอร์กิช และกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิและเสรีภาพ รัฐบาลของซีโมนเต็มไปด้วยกลุ่มเทคโนแครต (Technocrats) และผู้เชี่ยวชาญทางเศรษฐกิจซึ่งร่ำเรียนวิชาสายตะวันตก

ซีโมนไม่เคยประกาศเรียกร้องสิทธิในบัลลังก์หลังจากเกิดเหตุการณ์เปลี่ยนผ่าน แม้ว่าจะยังใช้ตำแหน่งซาร์แห่งบัลแกเรียในช่วงลี้ภัยอยู่ก็ตาม หลังจากเดินทางกลับมาบัลแกเรียแล้ว ซีโมนปฏิเสธแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการฟื้นฟูระบอบกษัตริย์ของบัลแกเรีย นัยยะสำคัญเชิงสัญลักษณ์คือ ซีโมนปฏิญาณตนจะปกป้องรัฐธรรมนูญช่วงเข้ารับตำแหน่ง

บัลแกเรียในปัจจุบันยังหลงเหลือซากสถาปัตยกรรมยุคคอมมิวนิสต์เรืองอำนาจ ขณะที่หน่วยงานต่างๆ ยังหาข้อตกลงเรื่องการจัดการวัตถุทางความทรงจำจากช่วงคอมมิวนิสต์อันขมขื่น ชมคลิปอนุสาวรีย์ด้านล่าง

ควรบูรณะ "บุซลุดซา" อนุสาวรีย์คอมมิวนิสต์ในบัลเกเรียไหม?

ควรบูรณะไหม!? "บุซลุดซา" อนุสาวรีย์คอมมิวนิสต์ในบัลเกเรียที่ถูกปล่อยให้ทรุดโทรม-ถูกทำลายช่วงหลายปีที่ผ่านมา เมื่อยุโรปเริ่มหันมอง ภาพจาก AFP#ประวัติศาสตร์ #บัลเกเรีย #ยุโรป #ศิลปะ #วัฒนธรรม #ศิลปวัฒนธรรม #SilpaMag

โพสต์โดย Silapawattanatham – ศิลปวัฒนธรรม เมื่อ วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม 2018

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...