“ร้านศรณ์” ยืนยัน มีแค่สาขาเดียวที่สุขุมวิท 26 ลูกค้าจองผ่านทางโทรศัพท์ได้เท่านั้น
“ร้านศรณ์” ย้ำ มีแค่สาขาเดียว ที่สุขุมวิท 26 ลูกค้าจองผ่านทางโทรศัพท์เบอร์ 09-9081-1119 ได้เท่านั้น โดยจะประกาศคิวผ่าน Instragram @Sornfinesouthern และ Facebook Sorn ศรณ์
เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2563 นายศุภักษร จงศิริ หรือเชฟไอซ์ Executive Chef และเจ้าของร้านศรณ์ แถลงข่าวพร้อมทีมกฎหมาย โดยเปิดเผยกับ “ผู้สื่อข่าวเวิร์คพอยท์” ถึงกรณีการจองคิวมารับประทานอาหารที่ร้านศรณ์ว่า ทางร้านยังคงเปิดให้ลูกค้าจองคิวผ่านทางโทรศัพท์เบอร์ 09-9081-1119 ได้เท่านั้น โดยจะประกาศคิวผ่าน Instragram @Sornfinesouthern และ Facebook Sorn ศรณ์ และมีเพียงสาขาเดียวที่สุขุมวิท 26 ซึ่งที่ผ่านมามีลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติจำนวนมากเข้าใจผิด โดยหากใครเสิร์ชใน google แล้วเจอ sorn bangkok หรือมีการเปิดให้จองผ่านช่องทางอื่นใดนั้น ไม่ใช่ของทางร้านแน่นอน
ปัจจุบันร้านศรณ์ เปิดให้บริการมาเป็นเวลา 1 ปี 8 เดือน แม้ว่าเปิดให้บริการมายังไม่ถึง 2 ปี แต่ก็เป็นร้านอาหารไทยและอาหารใต้หนึ่งเดียวที่ได้รับรางวัล 2 ดาวจากมิชลิน และรางวัล Asia's 50 Best Restaurants 2019 ได้รับการจัดให้เป็น 1 ใน 50 ร้านอาหารที่ดีที่สุดในทวีปเอเชีย
โดยในปี 2020 นี้ “เชฟไอซ์” เผยว่า ร้านศรณ์มีเป้าหมายต้องการสร้างชื่ออาหารไทยให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก และมุ่งหวังพัฒนาการบริการให้ดียิ่งขึ้นไปอย่างสุดความสามารถ โดยมุ่งเน้นการบริการ รวมถึงคุณภาพอาหารและวัตถุดิบที่ได้คัดสรรผลผลิตมาจากเกษตรกร ชาวนา ชาวไร่ ชาวประมง ใน 14 จังหวัดภาคใต้อย่างดีที่สุด
นายศุภักษร จงศิริ หรือ เชฟไอซ์
“ผมเป็นลูกหลานชาวใต้ เป็นคนนครศรีธรรมราชโดยกำเนิด และในฐานะเชฟ ผมปรุงอาหารด้วยหัวใจ เป็นการสืบทอดเจตนารมณ์มาจากรุ่นปู่ รุ่นย่า ที่ทำอาหารด้วยความใส่ใจและให้เวลา ให้ความสำคัญ มอบให้กับครอบครัวได้รับประทานทุกเช้า ผมจึงตั้งใจอย่างมากที่จะทำอาหารทุกเมนูออกมาด้วยความรักและความใส่ใจ ให้เวลากับมันอย่างเต็มที่ เหมือนทำให้คนที่รักกิน อะไรที่หายไปจากครัวไทยจะเห็นได้ที่นี่ เช่น การหุงข้าวแบบเช็ดน้ำด้วยเตาถ่าน การบดการตำด้วยครก การคั้นกะทิด้วยมือ ซึ่งทำสดใหม่ทุกวัน เป็นต้น
สำหรับการจองคิวที่ให้โทร.จองได้เท่านั้น เนื่องจากทางร้านต้องการให้บริการลูกค้าทุกท่านอย่างดีที่สุด ให้เกิดความประทับใจมากที่สุด จึงต้องสอบถามรายละเอียดต่างๆ ก่อนมาทาน เช่น ทานเผ็ดได้ไหม เนื่องจากทางร้านเราเป็นอาหารรสชาติไทยใต้แบบดั้งเดิม มีความเข้มข้น ร้อนแรง หากทานเผ็ดได้ไม่มาก แต่ต้องการมาทานจริงๆ เราก็อาจจะลดความเผ็ดลง แต่ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นอาหารไทยใต้ไว้ หากทานเผ็ดไม่ได้เลย ก็จำเป็นต้องปฏิเสธลูกค้า เพราะเราอยากให้คนชอบในสิ่งที่เราตั้งใจทำ ตั้งใจสื่อ และพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกสรรวัตถุดิบไปจนถึงการให้บริการ ซึ่งเราทำแบบค่อยเป็นค่อยไป ในอนาคตอาจมีระบบการจองคิวที่มากกว่าแค่การจองผ่านทางโทรศัพท์ ซึ่งหากมีการเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ทราบอย่างเป็นทางการอีกครั้ง” เชฟไอซ์ กล่าว
ความพิถีพิถัน ใส่ใจในทุกรายละเอียด ยังปรากฏผ่านความหมายของชื่อร้าน “ศรณ์” ซึ่งมีที่มาจากชื่อจริงของเชฟไอซ์ “ศุภักษร” พ้องเสียงคำว่า “ษร” และ “ศรณ์” ยังหมายถึง สรณะ คือสร้างตัวเองด้วยตนเอง เป็นที่พึ่งให้กับผู้อื่นได้ ซึ่งเชฟไอซ์เอาไว้เตือนตนเอง รวมทั้งน้องๆ ในทีม ให้ยึดความหมายของคำว่าสรณะไว้ เป็นที่พึ่งพิงให้ผู้อื่นได้และเติบโตไปพร้อมๆ กัน ส่วน Font ตัวหนังสือคำว่า “ศรณ์” มีความอ่อนช้อยคล้ายใบไม้ แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของภาคใต้
แม้แต่ภาชนะใส่อาหาร ก็บอกเล่าเรื่องราวและผลิตจากธรรมชาติ อาทิ ภาชนะใส่คั่วกลิ้ง ที่ศิลปินได้รับแรงบันดาลใจในการทำภาชนะจากธรรมชาติแวดล้อม ที่อยู่อาศัย ที่กิน ที่คุ้นเคย ดินที่ใช้เป็นวัตถุดิบจากธรรมชาติที่หาได้ในประเทศไทยและละแวกบ้าน ใช้เทคนิค pinching (ปั้นมือ) เผาด้วยไฟอุณหภูมิ 1260 องศาเซลเซียส เพื่อให้แข็งแรงทนทาน น้ำเคลือบภาชนะ ศิลปินคิดค้นสูตรเคลือบจากส่วนผสมจากธรรมชาติทั้งสิ้น เพราะต้องการผลลัพธ์ของงานที่เป็นธรรมชาติจากวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่นจริงๆ เพื่อให้ปลอดภัยต่อการผลิตและการบริโภค โดยทำจากต้นครามกับดินแฮ่ จึงทำให้ได้สีออกเขียวจากวัสดุธรรมชาติอย่างแท้จริง ไร้การแต่งเติม ไม่มีการทาสีหรือผสมสีใดๆ เป็นต้น
นอกจากนี้ การแตกแต่งร้านศรณ์ยังสอดแทรกกลิ่นอายของความเป็นภาคใต้ บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านทางภาพถ่ายขาวดำในประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งวัตถุดิบ วิถีชีวิต ชุมชน รวมทั้งการนำอุปกรณ์ทำอาหารอย่าง ครก สาก โม่ เครื่องทำขนมจีนจากทองเหลืองอายุราว 100 ปี หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์จับปลา จับกุ้ง เป็นต้น มาตกแต่ง ซึ่งแต่เดิมที่ร้านเคยเป็นบ้านไม้หลังเก่า แต่ต่อเติมตกแต่งให้สวยงามยิ่งขึ้น ภายนอกร่มรื่นแวดล้อมไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ พืชผักสวนครัว สมุนไพรไทยที่ทางร้านปลูกเอง ส่วนด้านในแบ่งพื้นที่ออกเป็นหลายโซน ให้ลูกค้าเลือกนั่งได้ตามความชอบ
ปัจจุบัน “ร้านศรณ์” รองรับลูกค้าได้ 40 ที่นั่ง และคิวเต็มไปจนถึงเดือนมีนาคม 2563 แล้ว เมนูที่นี่มีแต่อาหารปักษ์ใต้เท่านั้น รสชาติจัดจ้าน เข้มข้น อร่อย หอมเครื่องแกงที่ทำสดๆ วัตถุดิบส่งตรงจากภาคใต้ สดใหม่ สมคำร่ำลือ อย่างน้ำที่ใช้หุงข้าว ก็ใช้น้ำแร่จากระนอง ส่วนข้าว ใช้ข้าวจากเกษตรกรที่ปลูกกลางทะเลสาบที่พัทลุง เป็นต้น เรียกได้ว่าเป็นการยกระดับอาหารใต้ เนื่องจากเป็นร้านอาหารประเภท fine dining โดยเสิร์ฟเป็นคอร์สต่อเนื่อง 24 เมนู ที่ครีเอตใหม่และเปลี่ยนแปลงไปตามวัตถุดิบในแต่ละฤดูกาล ร้อยเรียงเรื่องราวตั้งแต่เมนูแรกไปจนถึงเมนูสุดท้าย ซิกเนเจอร์ของทางร้านยังคงเป็น “กรรชูเปียง” หรือ “กรรเชียงปู” เนื้อแน่นๆ เต็มๆ คำ หวานฉ่ำ สนนราคาหัวละ 3,200 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%)
แม้ราคาจะแอบแรง แต่เมื่อเทียบกับความตั้งใจ ความพิถีพิถัน และวัตถุดิบที่คัดสรร ก็ไม่น่าแปลกใจว่า ทำไมคิวถึงได้เต็มตลอด
หมายเหตุ: ภาพอาหาร เป็นเมนูที่จัดทำขึ้นเฉพาะวันแถลงข่าวเท่านั้น