โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"เช่าแทนซื้อ" มาแรง 2 แปลงย่านเพลินจิต แก้ทางดีลที่ดินวาละ 3.1 ล้านทุบมู้ดนักลงทุน

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 12 มี.ค. 2561 เวลา 12.18 น.

ดีลซื้อที่ดินวาละ 3.1 ล้านกระเพื่อมหนัก ดันราคาในซอยพุ่งทะยาน เผยทำเลเกิดใหม่ “ซอยต้นสน” ราคากระฉูด 2.4-2.5 ล้าน “ทองหล่อ” ซื้อขายจริงวาละ 2.8 ล้าน จับตากลุ่มไทย-โอบายาชิหวนคืนสังเวียนควักกระเป๋าซื้อ 5 ไร่หัวมุมสุขุมวิท 6 กว่า 5.2 พันล้าน “คอลลิเออร์สฯ” ส่องเทรนด์แลนด์ลอร์ดปรับตัวเปลี่ยนจากขายเป็นให้เช่าแทน เล็งเปิดดีลเจรจานักลงทุน 2 แปลงเดือนมีนาคมนี้

ผู้สื่อข่าวสำรวจความเคลื่อนไหวราคาที่ดินแพง หลังจากกลุ่มเอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น โดยนายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้ประกาศการซื้อขายที่ดินในราคาตารางวาละ 3.1 ล้านบาท สร้างแรงกระเพื่อมให้กับดีลเจรจาซื้อขายที่ดินในทำเลใจกลางเมือง โดยพบว่ามีผลกระทบ 2 ด้านหลักคือ 1.ดันราคาซื้อขายเกิน 2 ล้านบาท/ตารางวา 2.ทำให้เกิดดีมานด์ความต้องการใช้ที่ดินลึกเข้าไปอยู่ในซอยจนกลายเป็นทำเลใหม่ที่ดีเวลอปเปอร์แย่งกันซื้อ โดยมีจุดโฟกัสทำเลราคาที่ดินแพงช่วงราชดำริจนถึงเอกมัย

ทองหล่อปิดดีล 2.8 ล้าน

นายรัชภูมิ จงภักดี ผู้จัดการทั่วไป บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เทรนด์ราคาที่ดินแพง สถานการณ์ล่าสุดดีลที่ประกาศเป็นทางการมีราคาตารางวาละ 2 ล้านบาทขึ้นไป ช่วงเพลินจิตถึงสุขุมวิทตอนต้น

จุดสังเกตคือมีการดันราคาทำเลทองหล่อขยับขึ้นไปถึงตารางวาละ 2.8 ล้านบาทเรียบร้อยแล้ว โดยเพิ่งปิดดีลซื้อขายเมื่อเร็ว ๆ นี้ ขนาด 2 ไร่ ใกล้รถไฟฟ้าบีทีเอสทองหล่อ 200-300 เมตร หรือเท่ากับราคาซื้อขาย 2,200 ล้านบาท

อีกดีลมีขนาดเกิน 5 ไร่ ทำเลหัวมุมซอยสุขุมวิท 6 แลนด์ลอร์ดเชื้อสายอินเดีย 8 เจ้าของ ขายยกแปลงในราคา 2.6 ล้านบาท/ตารางวา ดังนั้นดีลซื้อขายแปลงนี้คำนวณเบื้องต้นจากขนาดที่ดิน 2,000 ตารางวา เท่ากับมีราคาซื้อขายไม่ต่ำกว่า 5,200 ล้านบาท โดยผู้ซื้อคือกลุ่มไทย-โอบายาชิ

แลนด์ลอร์ดขยับ 4-5 ล้าน

ผู้สื่อข่าวสอบถามว่ามีราคาที่ดินหลุดโลกซื้อขายตารางวาละ 4-5 ล้านบาทหรือไม่ นายรัชภูมิกล่าวว่า เจ้าของที่ดินในย่านไพรมแอเรียบางรายตั้งราคาขายสูงมากจริง ๆ แต่ตราบใดที่ไม่มีการซื้อขายเกิดขึ้นจริงย่อมไม่ถือเป็นราคาเทียบเคียงหรือราคาอ้างอิงของทำเลได้

โดยยอมรับว่าหลังจากเปิดตัวดีลเอสซี แอสเสทฯ ที่ซื้อตารางวาละ 3.1 ล้านบาท เป็นการเปิดมุมมองใหม่ให้กับเจ้าของที่ดินว่าถึงแม้จะตั้งราคาขายไว้สูงกว่าราคาตลาดในปัจจุบัน แต่ก็น่าจะมีโอกาสขยับราคาขึ้นได้อีก โดยช่วงทำเลเพลินจิต-ชิดลมเริ่มมีการพูดถึงตัวเลขตารางวาละ 4 ล้านบาท และทำเลหลังสวนที่มีเจ้าของที่ดินขนาด 800-1,000 ตารางวา ตั้งราคาขายตารางวาละ 5 ล้านบาท

เช่นเดียวกับทำเลเอกมัยที่มีกระแสการตั้งราคาขายตารางวาละ 2 ล้านบาทปลาย ๆ จนถึง 3 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบยังไม่พบว่ามีการซื้อขายราคานี้เกิดขึ้นจริงหรือยังไม่เป็นราคาซื้อขายที่พิสูจน์ได้

เทรนด์เปลี่ยนขายเป็นเช่า

ผู้จัดการทั่วไปคอลลิเออร์สฯ กล่าวต่อว่า การซื้อที่ดินตารางวาละ 3.1 ล้านดังกล่าว มีผลโดยตรงต่อเทรนด์ปีนี้ โดยโอกาสซื้อขายแบบโอนกรรมสิทธิ์เปลี่ยนมือเจ้าของน่าจะยากมากขึ้นในอนาคต เนื่องจากเจ้าของที่ดินหรือแลนด์ลอร์ดเริ่มเห็นแล้วว่าถ้าอยู่ในพื้นที่ไพรมแอเรียราคาสามารถปรับขึ้นได้ตลอด ดังนั้นจึงเริ่มมองหาวิธีการในการสร้างรายได้จากที่ดินแทนการขายออกไป

“ที่ดินไพรมแอเรียจริง ๆ ตอนนี้ที่ผู้ประกอบการทั้งคนไทยและนักลงทุนต่างชาติมองหาราคาขึ้นปีละ 200% เจ้าของที่ดินเริ่มลังเลที่จะขายออกไป”

นำไปสู่โมเดลใหม่ในการสร้างรายได้ทดแทนการขาย โดยมีออปชั่นหลักคือเปลี่ยนจากการขายกรรมสิทธิ์หรือฟรีโฮลด์ (freehold) มาเป็นโมเดลการเช่าหรือลีสโฮลด์ (leasehold) แทน

ล่าสุด มีเจ้าของที่ดินมอบหมายให้เปิดดีลเจรจากับนักลงทุนบนทำเลที่ดินย่านเพลินจิต 2 แปลง ปัจจุบันอยู่ระหว่างจัดทำโมเดลธุรกิจให้ลงตัวว่าน่าจะมีทางเลือกอะไรได้บ้าง เช่น ให้เช่าหรือร่วมลงทุน (JV-joint venture)

บูมทำเลเกิดใหม่ “ต้นสน”

นายวิทการ จันทวิมล รองผู้อำนวยการ สายงานโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาวะราคาที่ดินแพงในขณะที่ตลาดคอนโดฯระดับลักเซอรี่กำลังบูมต่อเนื่องจากปีที่แล้ว และยังเป็นกระแสหลักในปีนี้ ทำให้ดีเวลอปเปอร์แข่งขันกันซื้อที่ดินเพื่อสร้างคอนโดฯป้อนกำลังซื้อขาขึ้น ทำเลหลักตั้งแต่ช่วงราชดำริ-ชิดลม-เพลินจิต-สุขุมวิทตอนต้นไปถึงทองหล่อ-เอกมัย

ขณะเดียวกัน การซื้อขายตารางวาละ 3.1 ล้านบาทกลายเป็นตัวแจ้งเกิดหรือดันราคาที่ดินในซอยให้สูงขึ้นตามไปด้วย โดยจะเห็นว่าทำเลราชดำริจนถึงหลังสวนหาซื้อลำบาก จึงมีทำเลเกิดใหม่อยู่ในซอยต้นสน ล่าสุด มีการเปิดดีลเจรจาตารางวาละ 2.4-2.5 ล้านบาท ทั้ง ๆ ที่ไซซิ่งที่ดินไม่ใหญ่มากนัก ขนาดเพียง 300-500 ตารางวาเท่านั้น

“เอพีไม่ได้อั้นเพดานว่าจะซื้อราคาไหน แต่เราดูตามความเหมาะสมของแผนธุรกิจ ตอนนี้เรายังสามารถซื้อที่ดินวาละ 1.7-1.8 ล้านได้ ดังนั้นจึงยังไม่ได้เข้าไปแข่งขันบนราคาแพงขนาดนั้น” นายวิทการกล่าว

ตระกูลกมลสุโกศลขอแจม

ผู้สื่อข่าวกล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ในซอยต้นสน ทาง บมจ.เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เพิ่งประกาศการซื้อที่ดิน 566 ตารางวา ตารางวาละ 2.2 ล้านบาท หรือราคาซื้อ 1,245 ล้านบาท นำมาพัฒนาคอนโดฯแบรนด์มิวนิก หลังสวน ล่าสุดเพิ่งเปิดการขายห้องชุดเพนต์เฮาส์ในราคาตารางเมตรละ 6 แสนบาท

แหล่งข่าววงการซื้อขายที่ดิน กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ก่อนที่จะมีการประกาศดีลซื้อที่ดินตารางวาละ 3.1 ล้านบาทนั้น มีที่ดินอยู่แปลงหนึ่งเรียกว่า “ลานมรกต” หรือลานจอดรถมรกต อยู่หน้าเซ็นทรัลชิดลม ของตระกูลกมลสุโกศล ขนาด 3 ไร่ถ้วน มีดีเวลอปเปอร์บางรายเดินเข้าไปเสนอขอซื้อในราคา 3 ล้านบาท/ตารางวา แต่เจ้าของไม่มีความสนใจจะขาย

ล่าสุด มีแนวโน้มว่าอาจปรับโมเดลใหม่ หันมาเจรจาแบบลีสโฮลด์แทน ซึ่งถือเป็นที่ดินบนศักยภาพสูงมาก เพราะอยู่ในทำเลย่านเพลินจิตและเป็นที่ดินแปลงใหญ่ ถือว่าไพรมแอเรียมาก ๆ

“ที่ดินแปลงนี้ คนในวงการประเมินว่าถ้าถือในมือราคาเกินวาละ 3.1 ล้านแน่ ๆ แต่อาจเป็นเพราะกำลังจะมีภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างออกมาบังคับใช้ ทำให้มีภาระจ่ายภาษี เจ้าของจึงต้องมองหาทางสร้างรายได้ โดยไม่มีนโยบายขายออกแต่อย่างใด” แหล่งข่าวกล่าว

โมเดลธุรกิจ “ที่ดินลีสโฮลด์”

เทรนด์ปีนี้ที่ดินไพรมแอเรียของเอกชนจะหันมาให้เช่าแทนการขายขาดมากขึ้น “รัชภูมิ จงภักดี” ระบุว่า โมเดลเจ้าของที่ดินเอกชนนำที่ดินมาปล่อยเช่า มีปัจจัยพิจารณา 5-6 เรื่องดังนี้

ออปชั่นแปลงใหญ่ 1-2 ไร่ขึ้น

1.ขนาดที่ดิน หากต้องการเช่าเพื่อทำคอนโดมิเนียมถ้าอยู่ริมถนนต้องไม่ต่ำกว่า 2 ไร่ขึ้นไป แต่ถ้าอยู่ในซอยใหญ่หรือซอยดังที่ดินทำคอนโดฯขนาด 1 ไร่กำลังดี เพราะถ้าไปเจออุปสรรคถนนซอยมีความกว้างไม่ถึง 10 เมตรจะถูกควบคุมความสูง ดังนั้น การเช่าที่ดิน 1 ไร่ทำห้องชุดจะได้จำนวน 150 ห้อง คำนวณแล้วเป็นสัดส่วนที่ลงตัวในการลงทุน

“อย่างทำเลทองหล่อ เนื่องจากเป็นซอยใหญ่ ดังนั้นแปลงที่ดินอาจไม่ได้อยู่ริมถนนสุขุมวิทก็ได้ ระยะ 200 เมตรจากปากซอยสุขุมวิทจนถึงช่วงหัวโค้งถือว่ามีศักยภาพเทียบเท่าอยู่ริมถนน”

“สยาม-ชิดลม” ขึ้นหม้อ

ขณะเดียวกัน ถ้าที่ดินในซอยมีขนาด 2 ไร่ การเช่ามาทำคอนโดฯเริ่มไม่คุ้มค่า แต่ควรเป็นการสร้างออฟฟิศบิลดิ้งซึ่งสามารถสร้างได้ถึง 30,000 ตารางเมตร ถ้าหากต้องการสร้างคอนโดฯจริง ๆ ก็ต้องมีมิกซ์ยูสอย่างมอลล์เล็ก ๆ ประกบด้วย เพราะอยู่ในไพรมแอเรีย สามารถควรใช้ศักยภาพพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

สำหรับที่ดินที่นักลงทุนสนใจทำลีสโฮลด์ จำกัดทำเลอยู่ในช่วงสยาม ราชดำริ เพลินจิต ชิดลม เท่านั้น

เช่ายาว-จ่าย 60% ราคาซื้อ

2.สัญญาเช่า มี 2 รูปแบบหลัก ๆ คือ ถ้าเช่าทำคอนโดฯ ซึ่งเป็นโครงการที่พักอาศัย ตามกฎหมายอยู่ที่ 30 ปี อย่างไรก็ตาม มีออปชั่นที่สามารถเช่าต่อเนื่องหลังจากหมดอายุสัญญาเช่าไปแล้ว

ส่วนการเช่าเพื่อการคอมเมอร์เชียล อาทิ โครงการมิกซ์ยูส ออฟฟิศบิลดิ้ง ฯลฯ ตามกฎหมายเปิดช่องให้เช่าระยะยาว 50 ปีได้อยู่แล้ว

3.อัตราเช่า ตัวอย่างโมเดลธุรกิจถ้าทำคอนโดฯ ราคาที่ดินไม่เกิน 3,000 ล้านบาท ค่าเช่าคำนวณบรรทัดสุดท้ายมีสัดส่วน 50-60% ของราคาซื้อขาย เช่น ถ้าราคาที่ดิน 3,000 ล้านบาท ค่าเช่าอยู่ที่ 1,500-1,800 ล้านบาทตลอดอายุสัญญา

กรณีที่ดินแปลงเดียวกันราคา 3,000 ล้านบาท หากเช่าทำคอมเมอร์เชียลจะได้อายุสัญญายาวกว่าเป็น 50 ปี ค่าเช่าจะมีสัดส่วนตั้งแต่ 30-40-50% ของราคาซื้อขาย

ขึ้นค่าเช่าปีละ 5%

4.ออปชั่นในการก่อสร้างโครงการ ถ้าเช่าทำคอนโดฯปกติดีลเจรจาจะมีรูปแบบ 30+3 ปี หมายถึงสัญญาเช่า 30 ปี บวกเวลาก่อสร้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าเช่าในช่วง 3 ปี หลังจากนั้นจึงเริ่มนับเวลาเช่าต่อไปอีก 30 ปี

กรณีเช่าที่ดินทำคอมเมอร์เชียล เนื่องจากมีอายุการเช่ายาวนานกว่า ดังนั้นจึงไม่มีออปชั่นบวกเวลาก่อสร้างให้ เมื่อเริ่มสัญญาเช่าจะต้องจ่ายค่าเช่าตามปกติ

5.การปรับค่าเช่า เนื่องจากโมเดลลีสโฮลด์ถือเป็นการทำธุรกิจโดยตรง ไม่ใช่การเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ ดังนั้นการปรับค่าเช่าจึงอยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยปรับขึ้น 5% ต่อปี เพียงแต่ปรับราคาเป็นรอบ รอบละ 3 ปี ไม่ใช่การปรับขึ้นทุกปี

6.การจ่ายค่าเช่า ทำได้หลายออปชั่น เกณฑ์ปกติจะต้องจ่ายก้อนแรกหรือ upfront 30% จากนั้นค่าเช่าที่เหลือ 70% ขึ้นกับการเจรจาว่าจ่ายเป็นรายเดือนหรือรายปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...