โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

BEM ลุยลงทุนเมกะโปรเจ็กต์ สีส้มบางขุนนนท์ 1.4 แสนล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 28 ก.ค. 2567 เวลา 07.17 น. • เผยแพร่ 28 ก.ค. 2567 เวลา 07.17 น.

BEM กางแผนเดินหน้าลงทุนก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก ช่วงบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรม มูลค่างาน 1.4 แสนล้านบาท เริ่มเปิดไซต์ก่อสร้างสิงหาคมนี้ ตามแผนก่อสร้างเสร็จปี 2571 กลุ่ม ช.การช่าง แจงรับสัมปทานยาว 30 ปี ต่อจิ๊กซอว์รถไฟฟ้าวงแหวนรอบเมือง สายสีน้ำเงิน-ม่วง-ส้ม ดันรายได้ธุรกิจ New S-Curve สร้างรายได้ยั่งยืน

นายพงษ์สฤษดิ์ ตันติสุวณิชย์กุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ในกลุ่ม ช.การช่าง เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลมอบความไว้วางใจให้บริษัทเป็นผู้รับสัมปทานโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) นั้น ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา BEM ได้ลงนามร่วมกับ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK ให้เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการก่อสร้างงานโยธาโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงตะวันตก บางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย และจัดหา ติดตั้งระบบรถไฟฟ้าสำหรับทั้งโครงการ

เม็ดเงินลงทุน 1.4 แสนล้าน

โดยโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงสายสีส้มตะวันออก จากศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรีนั้น มีกำหนดแล้วเสร็จภายใน 3 ปี 6 เดือน ซึ่ง BEM มั่นใจว่าจะสามารถเปิดให้บริการส่วนนี้ได้ก่อนกำหนดอย่างแน่นอน กับช่วงสายสีส้มตะวันตก บางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมฯ มีกำหนดแล้วเสร็จภายใน 6 ปี โดยมีระยะเวลาสัมปทาน 30 ปี นับจากเริ่มเปิดให้บริการช่วงตะวันออก

“BEM มีความพร้อมที่จะดำเนินโครงการตามที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล ในส่วนของการก่อสร้างงานโยธาช่วงตะวันตก BEM มีพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่าง CK ที่มีประสบการณ์ ความรู้ ความชำนาญในงานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อน โดย CK ได้จัดเตรียมทีมงานและเครื่องจักรอุปกรณ์พร้อมเข้าดำเนินงานได้ทันที จึงมั่นใจได้ว่าจะสามารถดำเนินงานได้แล้วเสร็จตามกำหนดการอย่างมีคุณภาพ และให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยสูงสุด”

สำหรับเงินลงทุนรวมทั้งสิ้นกว่า 1.4 แสนล้านบาท BEM ได้จัดเตรียมเงินกู้เต็มจำนวนจากธนาคารกรุงเทพ วงเงินกู้ 1.2 แสนล้านบาท แบ่งเป็นเงินกู้สำหรับก่อสร้างงานโยธาช่วงตะวันตก 90,000 ล้านบาท และงานระบบรถไฟฟ้า 30,000 ล้านบาท ควบคู่กับเงินทุนจากการดำเนินงานของบริษัท และแหล่งเงินทุนอื่น ๆ เช่น หุ้นกู้ โดยคาดการณ์จำนวนผู้โดยสารในปีแรกของการให้บริการช่วงตะวันออก อยู่ที่ 1.2 แสนคน/วัน ในอนาคตเมื่อเปิดบริการตลอดเส้นทาง คาดว่าปริมาณผู้โดยสารจะมีจำนวน 3 แสนคน/วัน สำหรับค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 17-44 บาท

จัดหารถเพิ่มเติม 53 ขบวน

“ถามว่าทำไมโครงการนี้ถึงใช้เงินมากขนาดนี้ ก็เป็นเพราะแนวรถไฟฟ้ามีเส้นทางตัดผ่านย่านเมืองเก่า ย่านชุมชน และถนนที่มีรถหนาแน่น มีทั้งช่วงก่อสร้างลอดเจ้าพระยาด้วย จึงมีความยากลำยากในการก่อสร้าง เช่น โซนเมืองเก่าก็ต้องมีการเปิดหน้าดินเพื่อขุดค้นทางโบราณคดีก่อน แต่ด้วยความที่ CK มีประสบการณ์และความชำนาญจากการทำรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินมาแล้ว จึงมั่นใจว่าการก่อสร้างสายสีส้มจะทำได้อย่างราบรื่น”

ส่วนการจัดหา ติดตั้งระบบรถไฟฟ้านั้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจากับผู้ผลิตเพื่อสั่งซื้อรถไฟฟ้าแบบลอตใหญ่รวม 53 ขบวน แบ่งเป็นรถไฟฟ้าที่ใช้ในสายสีส้ม 32 ขบวน และรถไฟฟ้าสำหรับบริการในโครงการสายสีน้ำเงินเพิ่มเติมอีก 21 ขบวน โดยบริษัทให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัยเป็นลำดับแรก เห็นได้จากในโครงการที่ผ่านมา บริษัทเลือกใช้ผู้ผลิตจากประเทศเยอรมนี และญี่ปุ่นเป็นหลัก

ด้าน ดร.สมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการของ BEM กล่าวเพิ่มเติมว่า ประวัติศาสตร์ของเมืองทั่วโลก พิสูจน์แล้วว่ารถไฟฟ้าวงแหวนรอบเมืองประสบความสำเร็จที่สุดในการใช้งาน ซึ่งรถไฟสายสีส้มมีจุดเชื่อมต่อกับรถไฟชานเมือง และรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สีชมพู และสีม่วง สามารถเติมผู้โดยสารเข้ามาใช้บริการให้กับสายสีส้ม รวมทั้งสายสีส้มมีเส้นทางยุทธศาสตร์ในการขนผู้โดยสารเข้ามาเติมให้สายสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นสายวงแหวนรอบเมือง

“ปัจจุบันสายสีน้ำเงินมีปริมาณผู้โดยสารหนาแน่น จึงมีการแนะนำว่าสายสีน้ำเงินควรเพิ่มตู้โดยสารอีกสามตู้ ในอนาคตเราคิดว่าจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าจะเพิ่มสูงมาก ระยะแรกที่เดินรถสายสีส้มคาดว่าจะมีจำนวน 1.2 แสนคนต่อวัน กรณีเปิดเดินรถสีส้มตลอดสายคาดว่าจะมีผู้ใช้บริการมากถึง 3 แสนคนต่อวัน ยังไม่รวมผู้โดยสารที่ใช้สายสีน้ำเงินและสีม่วงในปัจจุบัน กับแนวโน้มการเชื่อมต่อการเดินทางเข้ามาในเส้นทางสายสีน้ำเงินด้วย เป็นเหตุผลว่าทำไม BEM ต้องซื้อขบวนรถสายสีน้ำเงินเพิ่มพร้อมกับสายสีส้ม 53 ขบวน ซึ่งการเจรจาซื้อลอตใหญ่จะทำให้เราได้ต้นทุนที่ดีกว่า”

ต่อจิ๊กซอว์ New S-Curve

“ปี 2567 ถือเป็นปีที่ดีของ BEM มีกำไรเติบโตจากการบริหารโครงการสัมปทานที่มีอยู่ ทั้งรถไฟฟ้าและทางพิเศษ หลังจากกำไรที่เคยลดลงไปเมื่อช่วงโควิด-19 ตอนนี้กลับคืนมาแล้ว และยังทำกำไร New High ในทุก ๆ ปี จากจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และต้นทุนทางการเงินที่อยู่ในระดับต่ำ เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ผลประกอบการของ BEM เติบโตอย่างต่อเนื่อง”

ทั้งนี้ การได้รับสัมปทานโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มถือเป็น New S-Curve ให้กับ BEM ช่วยเพิ่มความสามารถในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง หนุนรายได้ให้กับสัมปทานตัวเดิมอย่างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน เพราะจะส่งผู้ใช้บริการเข้ามาในระบบเพิ่มขึ้น โดยตั้งแต่เปิดการเดินรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงตะวันออกนั้นจะมีผู้โดยสารประมาณ 80% เชื่อมเข้าสู่รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินทันที อีกทั้งยังทำให้เกิดการบริหารต้นทุนได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับขนาดของธุรกิจ (Economy of Scale) และทำให้บริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดด

ไฮไลต์ด้านแผนธุรกิจยังรวมถึงรถไฟฟ้าสายสีส้มสร้างโอกาสในการลงทุนสร้างรายได้คอมเมอร์เชียล ทั้งรายได้โฆษณา พื้นที่เช่า เมโทรมอลล์ อีกทั้งสร้างความเจริญเติบโตของเมืองและด้านเศรษฐกิจตลอดสองฝั่งแนวเส้นทางรถไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนบูมย่านการค้า การท่องเที่ยว คอนโดมิเนียม ที่คาดว่าจะเกิดตามมาในระยะยาวอีก 30 ปีตลอดอายุสัมปทาน

ดันแบ็กล็อกพุ่ง 3 แสนล้าน

นายพงษ์สฤษดิ์กล่าวด้วยว่า สำหรับโครงการทางด่วนชั้นที่ 2 (Double Deck) คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการลดภาระการลงทุนของรัฐ จึงเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ขณะเดียวกันโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) ที่ภาครัฐอยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสมในการคัดเลือกเอกชนบริหารงานเดินรถ ก็คาดว่าจะสรุปได้ภายในสิ้นปีนี้เช่นกัน โดย BEM พร้อมที่จะเจรจาในทุกรูปแบบ

รวมทั้งนโยบายตั๋วร่วม ซึ่ง BEM พร้อมที่จะให้ความร่วมมือ ปัจจุบันบริษัทเตรียมระบบ EMV รองรับการใช้งานไว้แล้ว ส่วนเรื่องค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายถือเป็นเรื่องที่ประชาชนได้ประโยชน์ BEM ก็พร้อมให้ความร่วมมือและเจรจาเหมือนกับโครงการทางด่วนชั้นที่ 2 เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และเป็นไปตามหลักการที่คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ

ด้านนายณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK กล่าวเสริมว่า งานวางระบบรถไฟฟ้าสายส้ม ที่ได้ลงนาม MOU ร่วมกับ BEM ในครั้งนี้ ส่งผลให้จำนวนงานรับเหมาก่อสร้างในมือ หรือ Backlog ของบริษัทขยับมาอยู่ที่ 3 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้จะเป็นรายได้ในปี 2567 จำนวน 3.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งนับว่าไม่สูงมากเนื่องจากเพิ่งลงนามสัญญาก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม โดยจะเริ่มเปิดไซต์ก่อสร้างในช่วงเดือนสิงหาคมนี้

สำหรับแผนธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง 2567 บริษัทมีความสนใจโครงการลงทุนภาครัฐอีกหลายโครงการ ดำเนินการควบคู่กับการบริหารจัดการต้นทุนในไซต์ก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นวัสดุก่อสร้างและค่าแรงที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยมั่นใจว่าไม่มีผลกระทบการดำเนินการอย่างแน่นอน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : BEM ลุยลงทุนเมกะโปรเจ็กต์ สีส้มบางขุนนนท์ 1.4 แสนล้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...