โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครู ลพบุรี มั่นใจ! Active Learning ทำเด็กอยากมาโรงเรียน ให้เป็นบ้านหลังที่2 ไม่เบื่อ มุ่ง!ลดลาออกกลางคัน

TOJO NEWS

อัพเดต 14 ก.ค. 2567 เวลา 10.55 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2567 เวลา 03.55 น. • Admin Tojo

ครู-นักเรียน ลพบุรี จะมีความสุขในการเรียนการสอนด้วยกัน ด้วย Active Learning แก้ปัญหาได้ จะทำให้เด็กเรียนอย่างมีความสุข ไม่เบื่อ แก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษาได้

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า ที่ โรงเรียนพระนารายณ์ อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา จัดโครงการพัฒนานวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาด้วยรูปแบบ Active Learning สำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(1 อำเภอ 1โรงเรียนคุณภาพ)ระหว่างวันที่ 13-14 ก.ค.2567 ระดับมัธยมศึกษา เพื่อสร้างครูต้นแบบในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี ลพบุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา

โดย นายศุภศิษฏ์ นุ่มฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา(สพม.)ลพบุรี กล่าวว่า การเรียนรู้แบบ Active Learning มีผลต่อความสนใจของผู้เรียนทุกกลุ่ม เด็กมีความสนใจอยากเรียนรู้ในทุกชั่วโมงมากขึ้นจะส่งผลทั้งในระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงจะทำให้เด็กมีการพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง

“ลพบุรี มีโรงเรียนคุณภาพระดับมัธยมศึกษาจำนวน 11 โรงเรียนประจำทุกอำเภอ ซึ่งจะเป็นต้นแบบให้โรงเรียนในอำเภอนั้น ๆ ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และในทุกเดือนจะมีการประชุมผู้บริหารสถานศึกษาเพื่อพบปะพูดคุยกัน(PLC)ในการส่งเสริมด้านวิชาการร่วมกัน

อย่างไรก็ตาม ณ เวลานี้ สพม.ลพบุรี ยังอยากให้มีการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ และอยากให้ทุกโรงเรียนสอนแบบ Active Learning ทุกชั่วโมง เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้และอยากมาโรงเรียน เป็นการลดออกกลางคัน เพราะถ้าเด็กเรียนสนุกได้ทำกิจกรรม เด็กก็จะเรียนดี และเด็กก็อยากมาโรงเรียน ให้โรงเรียนเป็นบ้านหลังที่สองตามนโยบาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พลตำรวจเอกเพิ่มพูน ชิดชอบ “เรียนดี มีความสุข” ซึ่งเมื่อเด็กมีความสุข ครูมีความสุข ผู้บริหารมีความสุข ผมในฐานะ ผอ.สพม.ลพบุรี ก็จะมีความสุขไปด้วย”นายศุภศิษฏ์ กล่าว

ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา กล่าวว่า ก่อนอื่นก็ต้องขอชื่นชมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการที่มุ่งเน้นแก้ปัญหาด้านการศึกษาของประเทศ ซึ่งจากการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ O-net และ การประเมินผลนักเรียนนานาชาติ หรือ PISA ตลอด 29 ปีที่ผ่านมา ผลที่ออกมาน่าห่วงใยมาก แต่การมีนโยบายพลิกโฉมประเทศด้วยการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ครั้งนี้จะสามารถแก้ไข ปัญหาที่ผ่านมาได้ และถ้าสามารถทำได้ภายใน 3 ปี เราจะเห็นว่าประเทศไทยมีเด็กที่เก่ง และครูที่เก่ง เพียงแต่ที่ผ่านมาวิธีการสอนของครูผิดซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะถ้าเราสอนให้นักเรียนคิดวิเคราะห์ ประเมิน วางแผน ตัดสินใจ ลงมือทำ ตรวจสอบ แก้ปัญหา พัฒนา จนเกิดเป็นผลผลิตและต่อยอดผลผลิตให้สูงขึ้นเพิ่มมูลค่า ลดต้นทุนขาย ขยายประโยชน์สู่สังคมมากขึ้นจนกลายเป็นนวัตกรรมได้ อันนี้คือสิ่งที่อยากให้เกิดขึ้น แต่สิ่งที่ค้นพบคือครูส่วนใหญ่ยังเข้าใจว่า หลักสูตรคือเนื้อหาวิชา ก็เลยนำเนื้อหากับไปป้อนให้เด็กและก็เพิ่มเนื้อหาเข้าไปอีกเพื่อให้เด็กจำเนื้อหาได้ตามที่หลักสูตรกำหนดกรอบของเนื้อหาเอาไว้ และก็มาสอบวัดผลว่าเด็กจำเนื้อหาได้ครบถ้วนหรือไม่ ดังนั้นการจำเนื้อหาแล้วมาสอบ เมื่อย้อนกลับมาถามเด็ก เมื่อเด็กสอบเสร็จเด็กบอกว่าจำไม่ได้แล้ว เป็นปีต่อปี ซึ่งเป็นสิ่งที่สูญเสียที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ

ดร.ศักดิ์สิน กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามขอชื่นชมโรงเรียนต้นแบบที่กระทรวงศึกษาธิการคัดเลือกมา ทั้งผู้บริหารและครูให้ความสนใจที่จะร่วมกันพลิกโฉมการศึกษา 100% ซึ่งเชื่อว่าครูจะรู้ว่าการสร้างกิจกรรมผ่านกิจกรรมการเรียนรู้แล้วเกิดนวัตกรรมเป็นเรื่องไม่ยาก และเมื่อไปถึงเด็กจะง่ายขึ้นไปอีก เพราะครูจะใช้คำถาม เป็นตัวขับเคลื่อนผ่านกระบวนการ และผลที่เกิดคือนวัตกรรมที่สูงขึ้นหลากหลายขึ้น เพราะเกิดจากกระบวนการที่ผู้เรียนเป็นคนสร้างความรู้ขึ้นมาเอง เพราะฉะนั้นการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาในครั้งนี้ก็คือการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้อย่างแท้จริง ซึ่งผู้เรียนจะสามารถนำเนื้อหาที่เกิดจากกระบวนการเรียนรู้ไปเรียนได้ในทุกวิชารวมถึงใช้ในชีวิตประจำวันได้

นายวีระวัฒน์ วัฒนา ผู้อำนวยการโรงเรียนพระนารายณ์ กล่าวว่า โรงเรียนยึดแนวทางการจัดการเรียนการสอนของกระทรวงศึกษาธิการ และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้นักเรียน เรียนอย่างมีความสุขในทุกชั่วโมง ครูจะแนะนำแหล่งเรียนรู้ ให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติจริง เพราะการเรียนรู้ที่ดีที่สุดคือการลงมือทำจริงด้วยตัวเอง เด็กจะได้เรียนรู้จากประสบการณ์และการได้ลงมือทำ เพราะฉะนั้นผิดถูกครูกับนักเรียนก็จะเรียนรู้ไปพร้อมกัน ทั้งนี้สำหรับการเรียนรู้แบบ Active Learning ของโรงเรียนจะเน้นให้นักเรียนมีพัฒนาการทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา เพราะการพัฒนาคนให้เป็นคนโดยสมบูรณ์และเป็นไปตามที่สังคมต้องการ

ไม่ใช่แค่พัฒนาสมองเท่านั้น ต้องมีเรื่องของคุณธรรมสุนทรียภาพด้วย ดังนั้นนอกเหนือจากวิชาการแล้วโรงเรียนจะเน้นให้นักเรียนได้เล่นดนตรี และกีฬาด้วย

ด้าน คุณครูสมทรง สวัสดี จากโรงเรียนโคกสำโรงวิทยา กล่าวว่า เนื่องจากทุกวันนี้การเรียนรู้มีการพัฒนารูปแบบไปมาก การได้เข้ารับการอบรมครูต้นแบบครั้งนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้เห็นวิธีการจัดกิจกรรมที่หลากหลาย เพื่อกลับไปจัดกิจกรรมที่จะนำให้นักเรียนรู้จักการคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ ลงมือปฏิบัติ และสร้างนวัตกรรมเพื่อเป็นนวัตกรในอนาคต

#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...