โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

'ล่ามญี่ปุ่นชาวไทย' เผยเหตุเศรษฐกิจญี่ปุ่นฟุบยาว โอกาสฟื้นยาก หลากปัญหารุม ทั้ง 'ใน-นอก' ประเทศ

THE STATES TIMES

อัพเดต 31 ต.ค. 2566 เวลา 04.00 น. • เผยแพร่ 31 ต.ค. 2566 เวลา 06.30 น. • Hard News Team

(31 ต.ค.66) จากเฟซบุ๊ก 'ธนากร ใจสุขสกุลดี' ล่ามภาษาญี่ปุ่นชาวไทย ได้โพสต์ข้อความสะท้อนถึงเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่กำลังฟุบยาว ระบุว่า…

ผมเห็นทั้งชาวแม่บ้านและเพื่อนคนไทยหลาย ๆ คนที่อยู่ในญี่ปุ่นพยายามมองโลกในแง่ดีในเรื่องของ การแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูเศรษฐกิจของญี่ปุ่น

หลาย ๆ คนมีลูกเกิดในญี่ปุ่น ดังนั้นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่ทุกคนจะมีความหวังว่า ด้วยความสามารถของชาวญี่ปุ่น สักวันเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะต้องกลับมาเข้มแข็งอีกครั้งอย่างแน่นอน

ผมเองก็รักและผูกพันกับชาวเกาะนี้ไม่น้อยกว่าทุกคนหรอกครับ อยากมองโลกสวยเหมือนกันและพยายามมองข้ามจุดด้อยมานานหลายปีแล้ว

แต่อยากให้ทำใจกันหน่อยว่า มันแทบจะไม่มีหนทางเลยที่จะเป็นไปได้ตามที่เราคาดหวัง เราต้องยอมรับความจริงนะครับว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นฟื้นยากถึงยากมากที่สุด สมัยก่อนที่ผมจะมาอยู่ญี่ปุ่นนะ ผมเคยอ่านบทความจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เขาเขียนคอลัมน์ว่า 'ญี่ปุ่น สังคมที่กลืนกินตัวเอง'

ตอนแรกผมอ่านแล้วก็ผ่าน ๆ ไปแบบไม่เชื่อเท่าไหร่ เพราะคิดว่าคนญี่ปุ่นเก่งและมีดีกว่านั้น ตอนแต่งงานกับภรรยาคนญี่ปุ่นและย้ายทะเบียนบ้านมาอยู่ญี่ปุ่นแรก ๆ ในช่วงปี 2008-2009 ผมยิ่งทึ่งและชื่นชมพวกเขาออกหน้าออกตาจนเพื่อน ๆ หมั่นไส้นะเออ ขอบอก 5555

แต่ยิ่งอยู่นานเข้าเรื่อย ๆ จนสามารถทำความเข้าใจกับภาษาญี่ปุ่นดีขึ้นเรื่อย ๆ และสามารถอ่านทำความเข้าใจ ศึกษาการเมือง ข้อมูลโครงสร้างสังคม ตลอดจนปัญหาเศรษฐกิจญี่ปุ่นจนเข้าใจอย่างลึกซึ้งถ่องแท้พอสมควรแล้ว ผมต้องยอมรับความจริงว่า ปัญหาของญี่ปุ่นใหญ่โตมากกว่าที่ผมรู้และท่าทางจะแก้ยากมากกกก มันเป็นเหมือนงูกัดกินหางตัวเองจริง ๆ นั่นแหละ

พูดง่าย ๆ เลยคือ รายได้กับรายจ่ายมันไม่สมดุลกันไงครับ แรงงานคนหนุ่มสาวขาดแคลน เพราะอัตราการเกิดต่ำมานานเกินสิบปีแล้ว พอขาดแรงงานทำงานรายได้ก็น้อยลง แต่ตรงกันข้ามคนแก่กลับเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกปี และนั่นทำให้รัฐบาลต้องหาเงินมาอุดหนุนคนแก่เป็นจำนวนมหาศาล พอเงินงบประมาณที่เก็บได้จากภาษีไม่พอก็ต้องยอมเป็นหนี้ออกพันธบัตรแบบขาดทุนเพื่อหาเงินมาโปะกองทุนดูแลผู้สูงอายุ พอเงินไม่พอก็สร้างหนี้วนไปเรื่อย ๆ จนหนี้พอกเป็นก้อนโตถึง 260% ของ GDP แล้วในตอนนี้ !!

แล้วทีนี้นะยังไม่พอนะ ปัญหาที่ใหญ่โตมากกว่านั้นยังมีอีกๆๆๆน้า นั่นคือ โคตรเจ้าพ่อมาเฟียตัวจริงผู้อยู่เบื้องหลังก็คือ อเมริกาที่พยายามกดดันให้ญี่ปุ่นเพิ่มงบประมาณในการป้องกันประเทศ เพราะภัยความมั่นคงที่กดดันมาจากเกาหลีเหนือและจีนนั่นแหละ ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องโกหกอะไรหรอก ใคร ๆ ก็รู้ ญี่ปุ่นเองก็รู้ตัวว่าตัวเองมีเวรมีกรรมกับประเทศแถวนี้อยู่ไม่น้อยเลยต้องหาเงินมาช้อปอาวุธยุทโธปกรณ์ทันสมัยไฮเทคสารพัดอย่างจากเจ้าพ่ออเมริกาเพื่อป้องกันตัวเองและเพื่อความอุ่นใจไง

แต่ช้อปยังไงก็ไม่พอ เพราะฝ่ายตรงข้ามก็อัปเดตเทคโนโลยีเหมือนกัน ไหนจะค่าใช้จ่ายในการอุดหนุนฐานทัพอเมริกา ไหนจะต้องอัปเดตกองทัพตัวเอง ทีนี้เงินก็ไม่พอ แล้วจะทำยังไงดี ยิ่งซื้อยิ่งเป็นหนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วจะให้ทำยังไง

ปัญหาต่อมาคือ พอเงินไม่พอก็ต้องตัดลดงบประมาณรายจ่ายลงทุกอย่าง ทุกกระทรวง และนี่แหละคือคำตอบสุดท้ายที่ว่า ทำไมญี่ปุ่นถึงไม่มีสินค้าหรือนวัตกรรมไฮเทคใหม่ ๆ เจ๋ง ๆ ออกมาสู่ตลาดโลกเท่าไหร่เลย

ก็ทุกมหาวิทยาลัย ทุกหน่วยงานถูกตัดงบวิจัยเสียเหี้ยนไงครับ

ผมไปทำงานล่ามให้หน่วยงานราชการไทยที่มาดูงานโรงเรียน มหาวิทยาลัยหลาย ๆ แห่งในญี่ปุ่นมาเลยได้รู้ความจริงว่า รัฐบาลญี่ปุ่นช่างทำไปได้น้อ ตัดงบการศึกษา งบวิจัย จนแทบไม่เหลือและที่ญี่ปุ่นพังก็เพราะอเมริกานี่แหละ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ไง ก็ประเทศแพ้สงครามมาอ่านะ ก็ขนาดน่านน้ำในทะเล น่านฟ้าเหนือสนามบินยังไม่ใช่ของตัวเองทั้งหมดเลยคู้นนนน!!!

ตอนนี้อเมริกาก็ขึ้นดอกเบี้ยแบบขึ้นเอาๆๆๆ ขึ้นแบบไม่สนใจญาติพี่น้องอย่างญี่ปุ่นเลย หรืออเมริกาไม่นับญาติกับญี่ปุ่นวะ…แบบนี้ญี่ปุ่นก็ตายสิครับ นักลงทุนแห่เทขายเงินเยนทิ้งแล้วหันไปซบดอลลาร์แทน ทีนี้ค่าเงินเยนก็เลยร่วงระนาวยาวนานเพราะญี่ปุ่นไม่สามารถขึ้นดอกเบี้ยได้อย่างอเมริกาไง

ทั้งหมดที่บ่นมามันก็ไม่ใช่ว่าผมมีความรู้เรื่องเศรษฐศาสตร์อะไรหรอก มันเป็นเพียงแค่ความคิดเห็นส่วนตัวของผมเท่านั้นนะเออ ปัญหามันเป็นงูกินหาง ไม่สามารถโทษอเมริกาได้ทั้งหมดหรอกจ้า โทษนายกรัฐมนตรีคนไหน ๆ ก็ไม่ได้ด้วย แต่งบประมาณการวิจัยถูกตัดเหี้ยนจริง ๆ มาตั้งแต่อดีตนายกอาเบะแล้วไม่ได้พูดเล่น นอกจากนั้นค่าเทอมมหาวิทยาลัยในญี่ปุ่นก็แพงมาก เด็กญี่ปุ่นเข้ามหาวิทยาลัยยากมว้าก ไม่รู้จะแพงไปไหน!!

ค่าเทอมแพงบ้าบอ เด็กทำงานเยอะมีรายได้เกินก็ไม่ได้ด้วยนะ ไอ้เรื่องกำแพงรายได้ของผู้ปกครอง

รายได้ภรรยา หรือเด็กถ้าทำงานพาร์ทไทม์เกิน 130 มังแล้วต้องกระทบกับผู้ปกครอง หลุดออกจากฟุโยอะไรนี่ก็เป็นอะไรที่ปัญญา…อ่อนสุด ๆ เลย ทุกคนคิดเหมือนผมไหม แทนที่จะสนับสนุนให้คนออกไปทำงาน นี่อะไรก็ไม่รู้ ห้ามมีรายได้เยอะเกินไปเท่านั้นเท่านี้

โอ้ยยยย เหนื่อยใจ เด็กรุ่นใหม่น่าสงสารมากครับ

สรุปสุดท้ายว่า คนที่จำเป็นต้องอยู่และอยู่มานานแล้วก็ต้องอยู่ต่อไปแต่ต้องปรับตัวนะจ๊ะ และไม่ต้องเอาญี่ปุ่นไปเปรียบเทียบกับประเทศไทยหรอก ที่อยากเน้นคือ เด็กรุ่นใหม่ถ้าไม่ปลื้มวัฒนธรรมญี่ปุ่นจริง ๆ นะ ไม่ต้องมาหรอก มาเที่ยวได้ มาทำงานได้ แต่อย่าคาดหวังว่าจะมารวย หมดสิ้นหนทางรวยแล้วจ้า ผัวรวยก็หายาก ฝันไปเถอะ อยากรวยไปอเมริกาโน่น จบข่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...