โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดัน “คลองท่อม” กระบี่ ขึ้นพื้นที่พิเศษฯ “เมืองสุขภาพ” โลก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 20 ก.ค. 2566 เวลา 08.58 น. • เผยแพร่ 20 ก.ค. 2566 เวลา 07.57 น.

องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท.หน่วยงานกลางบูรณาการทำงานพัฒนาเพื่อยกระดับและเพิ่มมูลค่ากิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ที่มีคุณภาพมาตรฐาน โดยใช้เกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก หรือ GSTC ใช้องค์ความรู้ด้านมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน (CBT Thailand)

และมาตรฐานการจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (STMS) ถ่ายทอดให้กับชุมชนและท้องถิ่น เพื่อพัฒนาไปสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนที่มีความสมดุลในทุกมิติ พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ

ดัน “คลองท่อม” ขึ้นพื้นที่พิเศษฯ

ล่าสุด อพท. ได้เร่งทำการศึกษาและสำรวจศักยภาพพื้นที่ใน อ.คลองท่อม จ.กระบี่ มีเป้าหมายประกาศให้เป็นพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยชูจุดขายความเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก ตอบโจทย์ตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงชื่นชอบท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนท้องถิ่น และฟื้นฟู อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดความยั่งยืน

“นาวาอากาศเอกอธิคุณ คงมี” ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรือ อพท. บอกว่า อพท. ได้รับมอบหมายจาก “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ให้ดำเนินการศึกษาศักยภาพและความเหมาะสมของพื้นที่ อ.คลองท่อม จ.กระบี่

เพื่อเตรียมการประกาศให้เป็นพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยืน ครอบคลุมบริเวณ น้ำตกร้อน สระมรกต พิพิธภัณฑ์ลูกปัดคลองท่อม และน้ำพุร้อนเค็ม ภายใต้แนวคิด “คลองท่อมเมืองสุขภาพ” หรือ wellness

เนื่องจาก อ.คลองท่อม มีความโดดเด่นทั้งด้านธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม โดยเฉพาะที่ ต.ห้วยน้ำขาว ซึ่งเป็นแหล่งน้ำพุร้อนเค็ม และเป็นแหล่งท่องเที่ยว unseen มีน้ำพุร้อนเค็มแห่งเดียวของประเทศไทย และเป็น 1 ใน 2 แห่งของทั่วโลก (อีก 1 แห่งอยู่ที่สาธารณรัฐเช็ก)

คลองท่อม

อพท. ศูนย์กลางประสานงาน

“นาวาอากาศเอกอธิคุณ” บอกด้วยว่า เป้าหมายพัฒนาพื้นที่พิเศษฯ ครั้งนี้ อพท. จะทำหน้าที่เป็นองค์กรในการประสานหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรที่เกี่ยวข้อง มาร่วมกันพัฒนาพื้นที่คลองท่อม เพื่อบริหารจัดการพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นพื้นที่เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

โดยทำคู่ขนานกับชุมชน ให้คนในท้องถิ่นได้รับประโยชน์จากแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมศักยภาพให้กับชุมชนและเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อม พัฒนาความเจริญให้กับชุมชนและพื้นที่ในระยะยาว

ปัจจุบัน อพท. ได้ดำเนินการรวบรวมข้อมูลเพื่อกำหนดเป้าหมายของการทำงานให้ชัดเจน ตั้งแต่เรื่องผังเมือง สิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยว การรักษาความสงบเรียบร้อย เพื่อบูรณาการการบริหารจัดการการท่องเที่ยวในพื้นที่ให้เกิดความยั่งยืน

“น้ำพุร้อนเค็มมีจุดเด่นในเรื่องของการมีแร่ธาตุสูงที่เป็นประโยชน์ในด้านสุขภาพและการรักษาพยาบาล สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้ ซึ่งปัจจุบันมีภาคเอกชนเริ่มเห็นประโยชน์และนำน้ำร้อนเค็มขึ้นมาใช้ มีการลงทุนทางธุรกิจไปบ้างแล้ว แต่ยังไม่มีการลงทุนจากภาครัฐ หากควบคุมด้านคุณภาพและปริมาณการใช้น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุดจะนำไปสู่การเพิ่มและกระจายรายได้สู่ชุมชนในพื้นที่อย่างทั่วถึงในมิติของแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ”

และบอกอีกว่า การประกาศเป็นพื้นที่พิเศษฯ จะทำให้ อพท. เข้ามาทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางประสานกับหน่วยงานอื่น ๆ อาทิ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กรมโยธาธิการและผังเมือง ฯลฯ เพื่อดำเนินการเรื่องการใช้น้ำ การใช้ประโยชน์จากที่ดิน การจัดทำผังเมือง ด้านการลงทุนประสานสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) พิจารณาจัดทำสิทธิประโยชน์เชิญชวนนักลงทุน

หากดำเนินการได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ชุมชนและท้องถิ่นจะได้ประโยชน์จากการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว พัฒนาคน ยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น เศรษฐกิจท้องถิ่นก็จะเกิดการเติบโต

ประกาศพื้นที่พิเศษฯ ปี 2567

ผู้อำนวยการ อพท. ให้ข้อมูลอีกว่า หลังจากทำการศึกษาและรวบรวมข้อมูลทั้งหมดของพื้นที่แล้ว อพท. จะสรุปผลและนำเสนอคณะกรรมการบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

พิจารณาเห็นชอบประกาศเป็นพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนคลองท่อม จังหวัดกระบี่ ก่อนนำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) เห็นชอบต่อไป

ทั้งนี้ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2567 จากนั้นจะไปสู่การจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่พิเศษ อำเภอคลองท่อม ที่จะต้องสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน

ประกอบด้วย ภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง และสตูล และแผนยุทธศาสตร์ชาติ BCG Model ที่นำคุณค่าทางทรัพยากรที่มีอยู่มายกระดับและสร้างมูลค่าเพิ่มให้สามารถดึงเงินลงทุนเข้ามาในพื้นที่ และนำเสนอดังกล่าวต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามลำดับ

หากทำการประกาศพื้นที่พิเศษฯ อำเภอคลองท่อมแล้ว อพท. จะใช้องค์ความรู้ที่มีไปถ่ายทอดให้แก่ท้องถิ่นและชุมชน ได้แก่ เกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (Global Sustainable Tourism Criteria : GSTC) เกณฑ์การพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนของประเทศไทย (CBT Thailand) เพื่อยกระดับคลองท่อมเป็น wellness city เหมือนกับหลาย ๆ เมืองของประเทศญี่ปุ่น

จากนั้นจะเข้าไปยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก การบริหารจัดการ และเชิญชวนผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องและมีศักยภาพเข้ามาพัฒนาพื้นที่คลองท่อม ให้เป็นแหล่งฟื้นฟูและดูแลสุขภาพ

รวมถึงการนำเสนอการจัดการ การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในพื้นที่แห่งนี้เข้าสู่เวทีในระดับสากล เพื่อสร้างการยอมรับและรับรู้ของตลาดนักท่องเที่ยว อาทิ การเสนอชื่อเข้ารับการรับรองเป็นแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืน 100 แห่งของโลก หรือ top 100 (Green Destinations Top 100 Stories)

คลองท่อม

ชี้ปีนี้ท่องเที่ยวกระบี่ฟื้นตัว 80%

ด้าน “สุรัตน์ จรณโยธิน” ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่ ระบุว่า ทางสำนักงานมีความพร้อมและประสานในพื้นที่ชุมชนรอบ ๆ ของคลองท่อมว่าชุมชนทั้งหมด 29 ชุมชน อ.คลองท่อมประมาณ 7-8 ชุมชน ก็ได้เข้ามาส่งเสริมในด้านสินค้า การจัดการ การเป็นเจ้าบ้านที่ดี ซึ่งในส่วนของชุมชนก็ให้การตอบรับดีมาก และพร้อมที่จะสนับสนุนการผลักดันให้เป็นพื้นที่พิเศษฯ ของ อพท.

“ตอนนี้เบื้องต้นเราเริ่มก้าวแล้ว ชุมชนในพื้นที่รับรู้หมด ต่อไปจะเป็นขั้นตอนของ อพท. ที่จะประกาศในพื้นที่พิเศษฯ ซึ่งแน่นอนว่าหากได้ประกาศเป็นพื้นที่พิเศษฯ จะทำให้เมืองมีการพัฒนาที่ดีขึ้น โดยโครงการต่าง ๆ ของ อพท. ก็สามารถนำไปของบประมาณสนับสนุน”

ในปี 2562 จังหวัดกระบี่มีนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศประมาณ 7 ล้านคนต่อปี ทำรายได้ราว 1.2 แสนล้านบาท คิดเป็นลำดับที่ 4 ของประเทศ สำหรับปี 2566 นี้คาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวรวมประมาณ 5.4 ล้านคน หรือประมาณ 80% ของปี 2562

โดยในช่วง 5 เดือนแรกที่ผ่านมา (1 ม.ค.-31 พ.ค. 2566) จังหวัดกระบี่มีจำนวนนักท่องเที่ยวรวมประมาณ 1.8 ล้านคน สร้างรายได้แล้วราว 1.3 หมื่นล้านบาท

บูมท่องเที่ยวทางบกเสริม

ทั้งนี้ คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะสามารถฟื้นกลับได้เท่าปี 2562 ได้ภายในปี 2567 เนื่องจากจังหวัดกระบี่มีการท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบ ทั้งการท่องเที่ยวทางธรรมชาติ การท่องเที่ยวทางทะเล การท่องเที่ยวเชิงกีฬา การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ฯลฯ

“ตอนนี้ทางจังหวัดพยายามโปรโมตเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ ๆ อาทิ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวชุมชน เพื่อดึงนักท่องเที่ยวกระแสหลักที่ทางทะเล เช่น เกาะพีพี อ่าวมาหยา เพื่อให้กระจายมาในพื้นที่ทางบกมากขึ้น”

พร้อมทั้ง หาตลาดใหม่ ๆ เช่น อินเดีย คาซัคสถาน และตะวันออกกลางเข้ามาเสริม จากฐานเดิมอย่างมาเลเซีย สิงคโปร์ และจีน โดยปัจจุบันเริ่มมีสายการบินจากทางตะวันออกกลางและอินเดียบินตรงสู่กระบี่ทุกสัปดาห์

ที่สำคัญคือ สนามบินนานาชาติกระบี่ มีศักยภาพในการรองรับผู้โดยสารได้อีกมหาศาล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...