โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

BTL Aesthetics เผย ‘EMFACE’ คลื่นกระตุ้นกล้ามเนื้อ ลดความหย่อนคล้อยโดยไม่ต้องผ่าตัด

The Reporters

อัพเดต 20 ก.ค. 2566 เวลา 11.32 น. • เผยแพร่ 20 ก.ค. 2566 เวลา 11.32 น.

BTL Aesthetics (บีทีแอล เอสเธติกส์) ผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์และความงาม พัฒนาวิทยาการ ‘EMFACE’ นวัตกรรมการใช้คลื่นพลังงานกระตุ้นลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อเพื่อผิวยกกระชับ แก้ปัญหาริ้วรอยและผิวหย่อนคล้อยให้เกิดการยกกระชับจากภายในสู่ภายนอก

นางสาวบัณฑิตา อุมัษเฐียร ผู้จัดการประจำประเทศไทย จาก BTL Aesthetics กล่าวว่า “EMFACE ไม่เพียงแค่ให้ความสำคัญกับผิวหนังชั้นบนและชั้น SMAS แต่ให้การดูแลในทุกชั้นผิว รวมถึงส่วนของชั้นกล้ามเนื้อซึ่งเป็นชั้นเนื้อเยื่อที่อยู่ลึกที่สุดและทำหน้าที่พยุงชั้นผิวทั้งหมดไว้ สร้างผิวหน้ายกกระชับได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บหรือทำลายเซลล์ผิว ตอบโจทย์ความงามยุคใหม่ที่ยั่งยืน

การทำงานของ EMFACE ผสานสองคลื่นพลังงานประสิทธิภาพสูงที่ออกแบบมาเพื่อใบหน้าโดยเฉพาะ ได้แก่ High Intensity Facial Electrical Stimulation กระตุ้นการสร้างเส้นใยกล้ามเนื้อเฉพาะมัดที่ทำให้หน้ายกกระชับใต้ผิว ทำให้แต่ละชั้นผิวได้รับการพยุงกันแข็งแรงมากขึ้น ส่งผลให้ผิวที่หย่อนคล้อยยกกระชับ และคลื่นพลังงาน Synchronized RF กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเส้นใยอิลาสติน คืนความยืดหยุ่นให้ผิวดูเรียบเนียน ชะลออายุผิวให้อ่อนกว่าวัย กลไกนี้ยังช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ยึดโยงผิวในแต่ละชั้นให้มีความแข็งแรง

ศ.นพ.วรพงษ์ มนัสเกียรติ หัวหน้าศูนย์เลเซอร์ผิวหนังศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ศึกษาผลลัพธ์จากกลุ่มตัวอย่างในประเทศไทยจำนวน 15 คน ภายหลัง 1 เดือนที่เข้ารับการรักษาด้วยโปรแกรม EMFACE ครบ 4 ครั้ง โดยกระบวนการวิจัยดังกล่าวนำโซลูชันการวิเคราะห์สภาพผิวโดยการถ่ายภาพแบบสามมิติ ได้แก่ QuantifiCare และเทคโนโลยี Antera 3D มาใช้ในการวิเคราะห์สภาพผิวและประเมินประสิทธิผลทางสถิติ

ศ.นพ.วรพงษ์ กล่าวว่า วิทยาการของ EMFACE ในการกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อ น่าจะมีผลช่วยกระตุ้นให้เกิดการเสริมสร้างเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่พยุงชั้นไขมันขึ้นใหม่ ช่วยยกผิวที่หย่อนคล้อยให้กระชับขึ้น โดยจากกลุ่มตัวอย่าง พบการยกตัวของผิวบริเวณหน้าผากและแก้ม ไปจนถึงริ้วรอยบริเวณหางตาที่ตื้นขึ้น นอกจากนี้ ผลการวิเคราะห์ผิวด้วยโซลูชันสามมิติยังพบว่าปริมาตรของผิวบริเวณร่องน้ำตาและแก้มมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ ส่งผลให้ร่องตาที่ลึกและปัญหาแก้มตอบดูเต็มอิ่มขึ้น ในขณะเดียวกัน การวิจัยดังกล่าวยังครอบคลุมถึงประสิทธิผลด้านความเรียบของสภาพผิว ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้พบว่าผิวบริเวณหน้าผากมีความเรียบขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญเช่นกัน นับเป็นผลลัพธ์ที่เกินความคาดหมายสำหรับการรักษาที่ไม่พึ่งการศัลยกรรม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...