'ก้อง ปิยะ' เล่าพฤติกรรมดารา มีทั้งดีและแย่ บางคนแปลกแถมเรื่องเยอะ
‘ก้อง ปิยะ’ เล่าพฤติกรรมดารา มีทั้งดีและแย่ บางคนแปลกแถมเรื่องเยอะ
เป็นแขกรับเชิญในรายการแฉ แล้วก้อง ปิยะ เศวตพิกุล ก็ให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกดีใจมากที่ละครเรื่อง ‘หมอหลวง’ ได้รับความนิยม ล่าสุดทำเรตติ้งสูงถึง 7.64 เป็นอันดับ 1 ของละคร โดยเขาเล่าว่า เรื่องนี้ใช้เวลาเขียนบทถึง 2 ปี แถมรับด้วยว่าหลังจากนี้จะต้องเดินทางไปแก้บน เพราะบนไว้หลายที่
“คิดดูเรื่องนี้ทำยากแค่ไหน ไม่มีตัวร้ายมาตบตีกัน มีแต่เรื่องสมุนไพร” เขาว่า
สำหรับงานจัดอีเวนต์ ก้องบอกว่าทำมานาน 25 ปี แต่ละปี ช่วงก่อนโควิด มีปีละ 200-300 งาน โดยช่วงแรกๆ ชอบนำดาราที่มีกระแสข่าวมาร่วมงาน แต่หลังๆ ไม่เอาแล้ว เพราะรู้สึกว่าพอถึงเวลาคนก็จะมาทำข่าวของดารา แล้วได้งานของลูกค้าไม่มากนัก ตอนนี้จึงเลือกตัวดาราที่ตรงกับงานของลูกค้าดีกว่า
ด้านมดดำบอกว่าก่อนหน้านี้เขาเคยรับงานพิธีกรอีเวนต์ที่ก้องจัด แต่หลังจากนั้นก็เลิกรับงานอีเวนต์ไป หลังเจอประสบการณ์ที่คนเดินออกระหว่างที่กำลังทำหน้าที่อยู่
“ตอนนั้นเอเอฟดังๆ คนเต็มไปหมด หลังจากเขาเดินแบบเสร็จ ฉันกำลังพูดขอบคุณอยู่ คนเดินออกไปหมดเลย แล้วฉันอยู่บนเวทีมันอึ้ง ช็อกจริงๆ เข้าใจป่ะ”
จากนั้นเขาถามก้องว่าเวลาทำงานเจอพวกแปลกๆ บ้างไหม ซึ่งก้องก็ว่าขอเล่าเป็นวิทยาทาน “ใครอยากเป็นดารามืออาชีพ เป็นพิธีกรมืออาชีพจะได้รู้ว่าไม่ควรทำแบบนี้ แต่ที่ดีๆ ก็มี”
เมื่อมดดำถามเรื่องการทำงานกับอั้ม พัชราภา ก้องบอก “เขาเป็นซุปเปอร์สตาร์จริงๆ สุดยอดวงการ” คือมาตรงเวลา ถ้าจะเลท อย่างมากก็ไม่เกิน 15 นาที
“แล้วดังแค่ไหน มาแล้วเขาก็ขึ้นเวทีซ้อม บางคนที่เคยเจอ ตอนไม่ดังมาซ้อม พอดังปุ๊บให้ผู้จัดการมาซ้อม ซึ่งคุณอั้มไม่ได้เป็นแบบนั้น เขามาเอง จริงแล้วต้องมาจะได้รู้ว่าบนเวที ต้องเดินขนาดไหนๆ ถึงจะรู้ ไหนๆ นี่คือสิ่งที่คนเป็นซุปเปอร์สตาร์เขาทำกัน เขาถึงอยู่มาแบบนี้ไง”
บอกด้วยว่าชมพู่ อารยา ก็น่ารักมาก เวลาเห็นเพื่อนดาราที่รู้จักไม่สบาย หรือมีปัญหา ก็ยังโทรมาถามว่าตนรู้จักไหม อยากช่วย เป็นคนมีน้ำใจ เจนี่ก็เต็มที่มาก จะตั้งใจและซ้อมจนเป๊ะ ขณะที่บางคนจ้างมาเป็นพิธีกรก็ไม่ท่องสคริปต์ให้ดี
ทั้งนี้เขายังยกตัวอย่าง “ที่เจอดีๆ” ว่ามีอาทิ เบลล่า ราณี, บอย ปกรณ์, ณเดชน์, มาริโอ้, หมาก ปริญ, แต้ว
ส่วนที่แปลกๆ ก็มีหลายอย่าง “เช่นมาตามอารมณ์ ดังมาก ดังมากๆ เลย นัดแล้วมาสายเป็นชั่วโมง ก็เข้าใจ รถอาจจะติดได้ มาถึงบรีฟคิว เขาบอกพี่ ผมไม่รู้แบบนี้ ก็บรีฟผู้จัดการไปแล้ว ก็เงียบ งั้นผมกลับเลย ก็บอกเชิญ เดี๋ยวบอกสื่อมวลชนที่มารอ ว่าคุณกลับเนอะ นางก็เดินหายไป แล้วก็กลับมาใหม่”
“การเป็นซุปเปอร์สตาร์รับงานแล้ว ก็ต้องทำถูกไหม ต้องรับผิดชอบตรงนี้”
ครั้นมดดำถามว่าได้ยินเรื่องมีบางคนขอกำหนดว่าจะได้แค่กี่ก้าวๆ ก้องก็ว่า มีเหมือนกัน คนที่ถามว่าเวทีใหญ่ไหม แล้วบอกจะเดินแค่นี้นะ
“เราทำเวทีใหญ่เพราะอะไร เพราะพ่อแม่พี่น้องเขาอยากเห็นคุณ คุณคือขวัญใจของเขา เขาอยากเห็นชัดๆ ก็ต้องเดินโชว์ให้เห็น บอกไปแค่นี้ เขาบอกจะเดินกี่ก้าว”
ส่วนเมื่อถามว่าเขาจะเดินกี่ก้าว ก้องตอบว่าบอกไม่ได้ เดี๋ยวรู้ว่าเป็นใคร
“บางคนมาแล้วจะบรีฟงาน บอกอย่าเพิ่ง เล่นเกมอยู่”
“ต้องบอกว่าเราเป็นดาราที่มีชื่อเสียงแล้ว เคยมายังไงต้องอย่างนั้น คนเขาจะรักเรา เข้าใจไหมคะ บางทีเราทำอะไรไม่ได้คิด ความดังทำให้เราหลงจริงๆ คิดว่าทุกอย่างหมุนรอบตัวเรา”
ด้านมดดำบอกว่าทุกคนคงต้องเจอ เรียกว่า ช่วงสะดุ้งไฟ ซึ่งก้องรับว่าเขาก็เคยเป็น ช่วงนึงที่รับละครหลายเรื่อง มีเรื่องหนึ่งที่ไปสาย โดยเรื่องนั้นต้องเข้าฉากกับลูกเกด แต่ทีมงานต้องการแสงตอนเย็น แต่ตนไปตอนมืดแล้ว จึงถ่ายไม่ได้ เมื่อไปขอโทษ บอกว่ารู้สึกผิด ลูกเกดก็บอกว่า “ก็ควรจะสำนึกผิดนะ เพราะคนอื่นเขารอยูอยู่ ยูรับงานแบบนี้ไม่ได้ ติ๊งเลย จะไม่ทำแบบนี้อีก นั่นคือลูกเกดเตือน”
เมื่อถามเรื่องชุด ก้องก็ว่า บางงานดาราที่ไปไม่ถูกกัน
“เราก็สงสัย บางคนขึ้นช้าจังเลย พอไปถาม มารู้ว่าที่ขึ้นช้า เพราะเขาส่งทีมงานตัวเองไปดูว่า ทำผมทรงไหน ปากสีอะไร ชุดเป็นยังไง จะได้เตรียมตัวเด่นกว่า แต่จริงๆ แล้วคุณต้องขายฝีมือ ขายเสน่ห์ความเป็นตัวเรา อย่างอื่นเป็นแค่องค์ประกอบส่วนนอกที่ทำให้ดูดี แต่สวยใคร สวยมัน อันนี้แนะนำนะคะ”
เรื่องแย่งชุดไม่เคยเจอ เพราะจัดแยกกันอยู่แล้ว ที่เคยเจอก็คือ มีคนเหวี่ยงเพราะชุดไม่สวยเท่าคนใส่ชุดฟินาเล่ ซึ่งจริงๆ แล้วหน้าที่ต่างกัน ชุดก็ต่างกันอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตามคนต่างๆ ที่พฤติกรรมเหล่านั้น ก้องบอกว่าเขาจะไม่บอกว่าเป็นใคร “ไม่มีชื่อหลุดแน่นอน”
เมื่อมดดำถามว่ามีคนที่อกหักแล้วไม่ทำงานไหม ก้องบอก ก็มดดำไง เรื่องนี้บุ๊กโกะที่ฟังอยู่ด้วยร่วมคอนเฟิร์ม ว่าเคยทำแทนมาแล้ว ซึ่งมดดำบอกว่านั่นเป็นสมัยเด็กๆ ตอนอายุ 20 กว่า แต่ตอนนี้ 40 กว่าแล้ว
เรื่องการนำดาราที่ไม่ถูกกันมาร่วมงานกัน ก้องบอกเขาจะถามล่วงหน้าว่ามาทำงานคู่กันได้ไหม ถ้าออกคู่ได้ก็ออกพร้อมกัน ถ้าไม่ได้ก็จะให้ทีมงานดูแล
“ให้เจอกันเฉพาะบนเวที โดยมีพิธีกรคั่นกลาง ขึ้นเวทีคนละฝั่ง ทุกอย่างอยู่ที่วิธีการจัดการให้ทุกอย่างลุล่วงไปได้”
“ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เมาธ์มอยแต่อยากให้เป็นอุทาหรณ์”
“แล้วผู้จัดการสำคัญมาก จะทำให้ดาราเป็นที่รักหรือเป็นที่เกลียด อยู่ที่ผู้จัดการ วิธีการดีลต้องมีวิธีการ”