โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Behind the screen โรงหนังแห่งเกาะลันตา Lanta Cinema โมเดลธุรกิจเพื่อการท่องเที่ยวท่ามกลางภูเขาและเสียงคลื่นที่คอหนังไทยและเทศประทับใจ

a day BULLETIN

อัพเดต 27 ม.ค. 2566 เวลา 08.37 น. • เผยแพร่ 20 ธ.ค. 2565 เวลา 07.58 น. • a day BULLETIN

ใครจะรู้ว่าป้ายโฆษณาระหว่างเส้นทางสู่เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ จะพาไปพบกับโรงหนังกลางแจ้ง ที่ล้อมด้วยภูเขาตั้งอยู่ไม่ห่างจากท่าเรือบนเกาะลันตาใหญ่ โมเดลต้นแบบที่อยากให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ของไทยนำเอาไปใช้โดยไม่สงวนสิทธิ์ โดยเบื้องหลังเจ้าของไอเดียและเจ้าของโรงหนังอิสระที่มีชื่อว่า Lanta Cinemaแห่งนี้คือชายหนุ่มจากสุราษฎร์ธานี ‘พี่ปุ้ย’ – ยุทธกิจ นุ่นกุลที่ย้ายรกรากมาลงหลักปักฐานที่มั่นพัฒนาและร่วมทำให้เกาะลันตาน่าอยู่สำหรับนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่น

“วันที่พี่ตัดสินใจว่าจะย้ายมาอยู่ที่เกาะลันตาคือวันที่ตกหลุมรักความสวยงามของ หาดที่คนเรียกกันว่าเป็น Secret Beach ของลันตา หลังจากนั้นพี่ไปภูเก็ตทำงานเก็บเงิน 1 ปีและกลับมาอยู่ที่นี่ไม่ไปไหนอีกเลย”

เส้นทางชีวิต 'พี่ปุ้ย' หนุ่มใต้ที่เข้ามาศึกษาต่อในกรุงเทพฯ เหมือนหลายๆ คนที่อยากเข้ามาหาโอกาสและสร้างเนื้อสร้างตัว เมื่อตัดสินใจไม่เรียนต่อ การเดินทางเก็บเกี่ยวประสบการณ์จึงเริ่มก่อร่างสร้างชายหนุ่มคนนี้ให้กลายเป็นเจ้าของโรงหนังอิสระและเจ้าของธุรกิจบนเกาะลันตา ผู้ปลุกโรงหนังและความบันเทิงให้คืนชีพบนเกาะแห่งนี้อีกครั้งหลังจากที่เคยมีโรงภาพยนตร์แห่งแรกเมื่อกว่า 50 ปีที่แล้ว

มนต์เสน่ห์ทำให้หลงรักและลงหลักปักฐาน

จากหนุ่มใต้ที่เข้ามาเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯ ตัดสินใจเลือกเก็บเกี่ยวประสบการณ์กับผู้ใหญ่ที่ให้ความเมตตาชักชวนให้มาช่วยจัดงานคอนเสิร์ตที่เป็นส่วนหนึ่งของการทำการตลาดของบริษัทใหญ่แห่งหนึ่งของประเทศ ได้เปิดหูเปิดหาจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ตั้งแต่ในช่วงวัยรุ่น มีรายได้เป็นของตัวเองก่อนเพื่อนๆ ในรุ่นเดียวกัน

“ด้วยลักษณะนิสัยห้าวๆ เรียนไม่เก่ง มาเจอกับพ่อบุญธรรม ที่เป็นผู้จัดการฝ่ายบริษัทโอสถสภา ทำให้ได้มีโอกาสช่วยงานจัดคอนเสิร์ตเป็นเวลาปีกว่าทั่วประเทศ ยุคไบรโอนี่ มอส ป้าง นครินทร์ เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ชีวิต จะเรียกได้ว่าเป็นก้าวแรกที่ได้เข้าสู่วงการบันเทิงก็ไม่ผิดนัก”

ซึ่งในช่วงเวลากว่า 1 ปีนี้เองเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่หล่อหลอมให้พี่ปุ้ย หันเหสู่เส้นทางนักธุรกิจอิสระดังเช่นทุกวันนี้ จากตำแหน่งหน้าที่แรกในฐานะคนขับรถเครนคนที่สองของเกาะลันตา

“หลังจากได้เที่ยวทั่วประเทศมาแล้วจึงเริ่มตัดสินใจทำงานเป็นชิ้นเป็นอัน เลยได้มีโอกาสย้ายมาที่เกาะลันตาเนื่องจากรู้จักกับรุ่นพี่ที่เป็นผู้รับเหมารายใหญ่ในเกาะ แรกเริ่มขอมาเที่ยวก่อน แต่พอเที่ยวแล้วได้เห็นการทำงานภายในเกาะ เห็นการทำงานที่มีระบบของคนงานจำนวนมาก ด้วยนิสัยชอบความท้าทาย โลดโผน จึงได้ขอลองขับรถเครน 25 ตัน ยิ่งมีคนบอกไม่ง่าย ยิ่งอยากทำให้ได้ และก็สามารถขับได้เองในเวลา 15 วัน”

แต่กว่าจะตัดสินใจลงหลักปักฐานที่เกาะลันตาแห่งนี้ก็ใช้เวลากว่า 6 ปีจนมาค้นพบกับ ว่า Secret Beach (บริเวณสวนลุงพร ปัจจุบัน) ป่ารกครึ้มด้านหน้าที่น้อยคนนักจะรู้ว่ามีชายหาดบริสุทธิ์สวยงามซ่อนอยู่ แม้จะสำรวจเกาะนี้จนทั่วแล้วก็ตาม แต่เมื่อมาเจอกับหาดนี้ทำให้พี่ปุ้ยต้องหยุดชื่นชมและทบทวนชีวิตที่ผ่านมาของเขา

“พอได้ค้นพบกับความสวยงามของหาดนี้กลับดึงดูดจนหลงรักมาก ความเป็นธรรมชาติที่สมบูรณ์ อ่าวเล็กๆ แต่สวยงามมาก พอได้นั่งลงบนทราย ตั้งคำถามกับตัวเอง ถ้าจะอยู่ที่นี่จริงๆ จะสามารถทำอะไรได้บ้าง แล้ววันนั้นก็เป็นวันที่ตัดสินใจจะอยู่ที่นี่แหละ แต่จะออกไปทำงานที่ภูเก็ต เก็บเงินก่อนเพื่อมาเริ่มต้นทำธุรกิจบนเกาะนี้ต่อไป”

ซึ่งหาดเดียวกันนี้เองก็เป็นหาดที่ทำให้พี่ปุ้ยและภรรยาได้มาพบรักกัน จนตัดสินใจสร้างครอบครัวที่อบอุ่นกันบนเกาะแห่งนี้

ทำลายข้อจำกัดเพื่อตัวเองและคนรักหนัง

แม้ไม่ได้เรียนด้านการออกแบบดีไซน์มาโดยตรงแต่ด้วยความชอบ จึงทำให้ขวนขวาย สังเกต ตั้งคำถามอยู่ตลอด ไถ่ถามกับคนที่มีความเชี่ยวชาญ สะสมประสบการณ์จากการเรียนรู้จริงหน้างาน จึงทำให้ไม่ว่าจะทำงานอะไรก็อยากสร้างความแตกต่างเพื่อสร้างจุดขายให้กับธุรกิจ โดยการออกแบบ Lanta Cinema เองก็คำนึงถึงต้นทุนและคิดเผื่อสำหรับค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตจึงควบคุมงานสร้างเผื่อไว้ล่วงหน้า

แต่เดิมตั้งใจเจาะกลุ่มคนไทยที่ชอบดูภาพยนตร์เหมือนตัวเองที่ตั้งใจไว้เลยว่าอย่างน้อยใน 1 สัปดาห์จะต้องดูหนังในโรงภาพยนตร์ในวันอาทิตย์ที่เป็นวันครอบครัว แต่พบว่าการเดินทางยากลำบากมากกว่าจะข้ามแพขึ้นแผ่นดิน ยุ่งยากและเสียเวลามาก ด้วยข้อจำกัดเรื่องเวลาเปิด-ปิด ต้องเร่งรีบ รู้สึกไม่สะดวกสบาย การมี Lanta Cinema ขึ้นมาเป็นทางเลือกให้ทั้งตัวเองและคนบนเกาะสามารถรับชมความบันเทิงจากภาพยนตร์บนจอใหญ่ ท่ามกลางบรรยากาศดี เครื่องเสียง surround ครบไม่ต่างกับโรงหนัง จึงคิดว่าคงมีคนคอเดียวกันที่มีความชอบแบบนี้อยู่บ้างบนเกาะลันตาที่เป็นคนท้องถิ่น ในตอนแรกลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนไทย แต่พฤติกรรมคนไทยที่เบื่อง่ายก็เลยลดลง เวลาผ่านไปพบว่าลูกค้ากว่า 90% คือชาวต่างชาติและนักท่องเที่ยว ซึ่งอยู่ในวัฒนธรรมของคนต่างประเทศอยู่แล้ว

ภาพบรรยากาศและนักเดินทางที่มาเยือนโรงหนังลันตา

ถูกที่ ถูกทาง ถูกคน ถูกกฎหมาย

หลังจากที่ช่วยธุรกิจ ร้านธวัฒพันธุ์ไม้ The Flower Shop ของพ่อตาแม่ยาย จนประสบความสำเร็จในระดับที่น่าพอใจมีลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติติดต่อมาให้ช่วยดูแลสวนที่บ้านเรียกได้ว่ากว่า 80 เปอร์เซ็นต์เป็นลูกค้าที่ผ่านมือร้านแห่งนี้แล้วทั้งนั้น

“พี่มีหน้าที่ช่วยในการออกแบบและดีไซน์การตกแต่งให้เหมาะกับบ้าน โดยจะเป็นคนให้ข้อมูลอธิบายกับชาวต่างชาติ ในการดูแลและการเลือกต้นไม้แต่ละพันธุ์ที่เหมาะสมกับบ้านแต่ละหลัง”

และนี่ที่ทำให้พี่ปุ้ยและหุ้นส่วนชาวสวิตเซอร์แลนด์ได้มารู้จักกันเป็นครั้งแรกก่อนเริ่มต้นโปรเจค Lanta Cinema ด้วยกัน

“พี่ได้รับว่าจ้างให้ไปดูแลสวนของคุณ ฟิลิป มันด์วิลเลอร์ (Philippe Mundwiller) ชาวสวิตเซอร์แลนด์ที่มาปักหลักที่เกาะลันตา ด้วยคำแนะนำที่จริงใจ ไม่เน้นขายของอย่างเดียวทำให้เกิดความไว้ใจขึ้น หลังจากวันนั้นก็ คุณฟิลิปก็ติดตามผลงานและการทำงานของพี่เรื่อยมา แม้ก่อนหน้านี้จะเคยมีชาวต่างชาติหลายคนเข้ามาคุยที่จะหุ้นส่วนในการทำธุรกิจอื่นๆ แต่ก็ยังไม่เคยตกลงร่วมทำธุรกิจกับใครเพราะกลัวว่าจะเกิดปัญหาตามมากับธุรกิจหลักของพ่อตาแม่ยาย”

แต่กว่าจะเชื่อมั่นตกลงปลงใจร่างตัวอักษรแรกในสัญญาร่วมเป็นหุ้นส่วนกันนั้นทั้งสองฝ่ายต่างก็ยื่นบททดสอบให้กันและกันจนซื้อใจได้จนสำเร็จ

“คุณฟิลิปตามดูมาตลอด 1 เดือนจนมั่นใจและเข้ามาคุย ด้วยคำถามเดียวที่ว่า คุณอยากทำอะไรบนเกาะลันตา พี่ก็ตอบไปเลยว่า ผมอยากทำอะไรที่ไม่เหมือนที่ชาวบ้านทำกัน แล้วคุณคิดว่ายังไง ซึ่งคุณฟิลิป เองก็ตอบกลับมาสั้นๆ ว่า ฉันตามใจคุณ คุณอยากมาทำธุรกิจด้วยกันไหมล่ะ”

แม้ในครั้งแรกจะยังไม่ตอบตกลงแต่สุดท้ายก็ผ่านด่านทดสอบกันอีกครั้งและเริ่มก่อสร้าง Lanta Cinema วันแรกเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2019 (ซึ่งปี 2022 ครบรอบ 3 ปีในการเริ่มต้นสร้างโครงการนี้) และกว่าจะหาโลเคชันที่เหมาะสมถูกใจได้สำเร็จก็ไม่ง่าย แต่ด้วยความที่พี่ปุ้ยเห็นภาพในหัวชัดเจนไว้แล้ว จึงสามารถต่อรองกับหุ้นส่วนของเขาจนยอมให้ดูแลในเรื่องงานก่อสร้างและการออกแบบทั้งหมดจนออกมาประทับใจทุกฝ่าย

“พี่ยืนยันว่าต้องการที่จะทำส่วนนี้ก็เพราะมองเห็นภาพในหัวชัดเจนแล้วว่าต้นไม้จะอยู่ตรงนี้ จอจะวางตรงนั้น คนดูจะนั่งตำแหน่งไหน จึงยืนยันที่จะก่อสร้างโรงหนังที่นี่ให้ได้ ใช้ระยะเวลาในการก่อร่างทั้งหมดจนเสร็จงาน 1 เดือน (ไม่รวมเก็บงานไฟให้ความสว่าง ตกแต่งบริเวณภูเขาตอนกลางคืน)”

นอกจากนี้กิจการโรงภาพยนตร์กลางแจ้งแห่งนี้ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องตามมาตรา 37 รวมทั้งภาพยนตร์ทุกเรื่องที่จะนำมาจัดฉายก็เป็นการคัดเลือกมาจากคอลเลกชันที่ถือลิขสิทธิ์โดยตรงบริษัทที่ดูแล ซึ่งทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นถึงความจริงจังและจริงใจ เคารพผู้สร้างและต้องการทำให้ถูกต้อง กว่าจะเปิดอย่างเป็นทางการได้นั้น พี่ปุ้ย ยุทธกิจ ต้องผ่านการอบรมจากทั้งสมาคมฉายหนังกลางแปลงแห่งประเทศไทย เพื่อที่ไม่ต้องยกหูหาผู้ใหญ่มาช่วยเคลียร์ในตอนที่มีปัญหาเพราะเลือกทำธุรกิจแบบจ่ายใต้โต๊ะให้เจ้าหน้าที่

ด้วยความที่ชื่นชอบภาพยนตร์ไทยเรื่อง บางระจัน เป็นพิเศษและได้ดูในโรงภาพยนตร์ถึง 4 ครั้ง ถึงแม้อยากจะนำมาจัดฉายมากแค่ไหนก็ตาม แต่ด้วยความยุ่งยากและราคาที่ต้องจ่ายอาจไม่คุ้มทุนในแง่ของการทำธุรกิจ

เช่นเดียวกับภาพยนตร์ไทยเรื่องอื่นๆ แม้มีคนเรียกร้องให้นำหนังไทย แต่เมื่อติดต่อไปกลายเป็นว่าหนังไทยขอลิขสิทธิ์มาจัดฉายยากกว่าหนังต่างประเทศ ด้วยเงื่อนไขต่างๆ ที่ซับซ้อน เพราะต้องแยกขอลิขสิทธิ์ตามค่ายและเงื่อนไข อีกทั้งมีราคาสูงมากกว่า กลายเป็นว่าการฉายหนังไทยแทบเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย ทั้งที่ภาครัฐเองก็ต้องการส่งเสริมเพื่อสนับสนุนวงการภาพยนตร์ไทย

โมเดลการท่องเที่ยว พื้นที่สำหรับทุกงานกิจกรรมกลางแจ้งบนเกาะ

“อยากผลักดันให้กลายเป็นหนึ่งในจุดเช็กอินเกาะลันตา”

โดยความตั้งใจอยากให้เป็นโรงหนังกลางแจ้งกึ่งประยุกต์ ที่มีพื้นที่ขายอาหารหลากหลาย หรือจัดกิจกรรม team building การประชุม รวมทั้งเปิดพื้นที่ให้ทางโรงเรียนมาใช้จัดงานกิจกรรม รวมทั้งจัดปาร์ตี้ที่มีความจุที่ 200-300 คน เพราะ Lanta Cinema ออกแบบมาให้ยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนได้ ถึงแม้ปัจจุบันคนจะดูหนังในโรงหนังกันน้อยลง นิยมดูผ่านมือถือแทน พื้นที่ส่วนนี้ก็ยังสามารถใช้งานด้านอื่น และสามารถมาชื่นชมกับการออกแบบที่สวยงามที่จัดวางไว้อย่างตั้งใจ เป็นเสมือนพื้นที่รวมตัวกันจัดกิจกรรมของชาวบ้านและนักท่องเที่ยวผลัดเปลี่ยนมาใช้งานกันได้

ภาพวงดนตรีสดใน Lanta Cinema ที่เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมความบันเทิงที่จัดขึ้นในบริเวณพื้นที่

ที่สำคัญในข้อสัญญาที่ทำกับหุ้นส่วนมีเขียนกำกับไว้ชัดเจนว่า กำไรส่วนนึงจะแบ่งไว้ให้กับท้องถิ่นเพื่อทำประโยชน์ต่อไป ซึ่งในช่วงโควิดก็ได้มีการบริจาคไปแล้วรวมกว่า สองแสนบาท รวมถึงเวลาที่มีภัยพิบัติก็บริจาคถุงยังชีพให้ผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง

สำหรับแผนในปีหน้า พี่ปุ้ย ยุทธกิจ มองไว้ว่าอยากจัดโซนอาหารและสลับกับการจัดปาร์ตี้เอาใจนักท่องเที่ยวต่างชาติ สร้างรายได้ ทำให้พื้นที่เป็นที่รู้จัก คุ้นหูคนในวงกว้างมากขึ้น ซึ่งแผนการทั้งหมดก็คาดเดาได้ยากในเศรษฐกิจประเทศไทยแบบนี้ แต่อย่างไรก็ตามยังมีความหวัง

สำหรับใครที่ต้องการคำปรึกษาเพื่อต่อยอดธุรกิจแบบนี้ในจังหวัดตัวเองหรือพื้นที่ที่มีอยู่ พี่ปุ้ยยินดีพร้อมให้ความรู้และข้อมูลที่มีแก่น้องๆ คนที่สนใจและตั้งใจทำติดต่อเข้ามาได้ เพื่อเป็นประโยชน์ให้กับวงการภาพยนตร์และศิลปะของไทย เป็นแรงบันดาลใจให้คนธรรมดาที่มีความตั้งใจหรือมีฝันอยากมีโรงภาพยนตร์ของตัวเองต่อยอดทางธุรกิจต่อไป

อนาคตการท่องเที่ยวยังคงฝุ่นตลบและต้องการความชัดเจน

เสียงจากเจ้าของ Lanta Cinema และหลายๆ เสียงที่มีโอกาสได้พูดคุยหนึ่งในปัญหาใหญ่ที่กระทบกับธุรกิจและผู้ประกอบการโดยตรงคือการปรับปรุงถนนทำให้กว่า 67 ครัวเรือนต้องรวมตัวกันยื่นหนังสือเรียกร้องการชี้แจงอย่างโปร่งใสและเร่งรัดการก่อสร้างเพื่อลดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับธุรกิจในเส้นทางดังกล่าว

“ผมคาดความหวังว่าหลังจาก ‘สะพานข้ามทะเลสาบสงขลาและสะพานเชื่อมเกาะลันตา’ ที่เป็นสะพานเชื่อมเกาะกับแผ่นดินเสร็จเรียบร้อยแล้วอาจมีแผนจัดเฟสติวัลสักรอบ จะช่วยทำให้การเดินทางสะดวกมากขึ้น โดยไม่จำกัดเวลา และนำเม็ดเงินสร้างรายได้เข้ามาเกาะลันตามากขึ้น ซึ่งจากพิษเศรษฐกิจหลังโควิดทำให้เกาะลันตาได้รับผลกระทบอย่างหนักและยังไม่ฟื้นตัว พี่ปุ้ยกล่าวว่านับว่าครั้งนี้เป็นครั้งที่ได้รับแรงสะเทือนย่ำแย่ที่สุดในรอบ 18 ปีที่ได้มาอยู่ที่เกาะแห่งนี้”

คำชมและเสียงปรบมือจากคนดู เป็นความดีใจ ภูมิใจ ยิ่งทำให้รู้สึกยินดีที่ได้ทำสิ่งที่คนตอบรับอย่างดี ผลลัพธ์ที่ได้เป็นความสุข รอยยิ้มจริงใจ น้ำเสียงเหล่านั้นไม่โกหกเลยว่ามีความสุขจริงๆ เป็นผลลัพธ์ที่มากกว่าตัวเงิน ส่วนตัวแล้วมันเป็นความอิ่มเอมประทับใจและเป็นกำลังใจให้ทำต่อไป

ถึงแม้ว่าผู้ประกอบการจะใส่ความคิดสร้างสรรค์และช่วยกันอย่างเต็มแรงในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างรายได้ ภาครัฐเองที่มีอำนาจหน้าที่ก็ย่อมต้องควบคุมดูแลและอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่มีความตั้งใจและต้องการผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างถูกต้องตามกฎหมายด้วยเช่นกัน เพื่อส่งให้ความฝันของพวกเขาประสบความเร็จอย่างสมูทขึ้น ทั้งยังอุ่นใจได้ว่ารัฐมีนโยบายรองรับดูแลเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด

สุดท้ายนี้ขอยกคำกล่าวของ ‘ก้อง ฤทธิ์ดี’ นักวิจารณ์ภาพยนตร์และรองผู้อำนวยการหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) เคยกล่าวไว้กับทาง BBC เมื่อครั้งมีการจัดงานกรุงเทพกลางแปลงเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาไว้อย่างน่าสนใจว่า

"การดูจอรวมกัน เป็นวัฒนธรรมชมภาพเคลื่อนไหวอย่างหนึ่ง เป็นประวัติศาสตร์ของการพัฒนาของเมือง ของสังคมที่ก้าวข้ามช่วงเวลาประวัติศาสตร์" https://www.bbc.com/thai/62063589

โดยในแต่ละสัปดาห์ Lanta Cinema จะมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนภาพยนตร์และกิจกรรมที่น่าสนใจต้อนรับทุกคนที่ไปเยือน ก่อนชมต้องทำบัตรสมาชิกราคา 100 บาท โดยสามารถชมกี่ครั้งก็ได้ตลอดฤดูกาล

สำหรับใครที่มีแพลนเดินทางท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่หรือที่เกาะลันตาในช่วงปีใหม่ สามารถติดตามข่าวสาร ความเคลื่อนไหว หรือสอบถามรายละเอียด ได้ที่ เฟซบุ๊ก Lanta Cinema https://www.facebook.com/profile.php?id=100063837891852

เรื่อง : จันจิรา ยีมัสซา ภาพ : เฟซบุ๊ก Lanta Cinema

ข้อมูลเพิ่มเติม

สะพานข้ามทะเลสาบสงขลาและสะพานเชื่อมเกาะลันตา (ระยะทางประมาณ 7 กม. คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2568)

พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 มาตรา 37 ห้ามผู้ใดประกอบกิจการโรงภาพยนตร์ โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทน เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน ทั้งนี้ยื่นคำขออนุญาต/ต่ออายุใบอนุญาต ณ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด หรือผ่านระบบออนไลน์ ดูขั้นตอนการยื่นคำขอผ่านระบบออนไลน์

ในอดีตเกาะลันตาเป็นเมืองท่าสำหรับค้าขายที่มีความอุดมสมบูรณ์อย่างมาก รวมถึงมีศูนย์ราชการตั้งอยู่บนเกาะจึงทำให้มีผู้คนเดินทางเข้ามาติอต่อปฏิสัมพันธ์กับชาวเกาะลันตามากขึ้น ส่วนนึงเป็นผลมาจากธุรกิจเตาเผาถ่านที่เฟื่องฟู จึงยิ่งทำให้มีการอพยพเคลื่อนตัวของแรงงานจากทั้งที่มาจากนครศรีธรรมราช กระบี่ คลองท่อม ไหลเข้ามาเป็นจำนวนมาก จนเมื่อปี พ.ศ. 2515 นายสุนทร อ่อนหวาน ได้สร้างโรงภาพยนตร์ “สุนทรราม่า” แห่งแรกในพื้นที่ชุมชนเก่าศรีรายา เป็นอาคารชั้นเดียว ฝาและหลังคาสังกะสี เก้าอี้ไม้ เป็นแถวยาวไม่มีพนักพิง มีที่นั่งประมาณ 200 ที่นั่ง หลังจากนั้น มีโรงภาพยนตร์แห่งที่สองชื่อ “ลันตารามา” โดยโรงภาพยนตร์ทั้งสองเลิกกิจการไปเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2522 เมื่อมีละครโทรทัศน์เข้ามาแทนที่

อ้างอิงข้อมูล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...