โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ไทยออยล์ถือแต้มต่อ เตรียมจบปัญหา UJV ต้นปี'68

The Better

อัพเดต 06 ธ.ค. 2567 เวลา 09.08 น. • เผยแพร่ 04 ธ.ค. 2567 เวลา 10.20 น. • THE BETTER
“ไทยออยล์ เตรียมปลดล็อคปมร้อนโครงการพลังงานสะอาดหรือ CFP มั่นใจมีแนวทางชัดเจนต้นปี 2568”

ปัญหาการก่อสร้างโครงการพลังงานสะอาด(Clean Fuel Project หรือ CFP) ของบริษัท ไทยออยล์ จำกัด(หมาชน) มูลค่า 5,375 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.8 แสนล้านบาท ที่มีความล่าช้าจากปัญหาผู้รับเหมาหลัก(กิจการร่วมค้าระหว่าง Samsung E&A Thailand,Petrofac South East

Asia และ Saipem Singapore หรือ UJV : amsung,Petrofac และ Saipem)ค้างจ่ายค่าตอบแทนผู้รับเหมาช่วงคนไทย จนเกิดการประท้วงนัดหยุดงานจนกลายเป็นข่าวใหญ่ ทำให้สังคมเข้าใจผิดว่าเป็นความผิดพลาดของไทยออยล์ใน 2 ประเด็นหลัก

1.การคัดเลือกบริษัทผู้รับเหมาที่ไม่มีศักยภาพ แต่ในข้อเท็จจริงกิจการร่วมค้า UJV เป็นกลุ่มบริษัทระดับชาติที่มีบริษัทแม่เป็นบริษัทที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกและผ่านกระบวนการคัดเลือกมาอย่างเข้มข้นทุกขั้นตอน ตั้งแต่การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ การตลาด งานวิศวกรรม การดำเนินงาน โดยมีการแต่งตั้งผู้สังเกตการณ์อิสระเข้ามาเฝ้าติดตามกระบวนการประกวดราคาในทุกขั้นตอน การยื่นซองเทคนิค ยื่นซองเงื่อนไข และการยื่นซองราคา

นอกจากนี้ยังมีที่ปรึกษาทางการเงินอิสระมาตรวจสอบอย่างละเอียด จนโครงการนี้ได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นด้วยคะแนนเสียง 99.91%

คำถามคือถ้า UJV มีศักยภาพจริงทำไมจึงเกิดปัญหาเบี้ยวจ่ายเงินผู้รับเหมาช่วงคนไทย ซึ่งพบว่าโครงการนี้เริ่มก่อสร้างในปี 2561 และได้รับผลกระทบจากโควิด 19 ในช่วงปลายปี 2562 ที่มีการแพร่ระบาดทั่วโลก ทำให้การจัดซื้อจัดจ้างและการนำเข้าวัสดุอุปกรณ์เกิดปัญหาโดยเฉพาะจากประเทศจีน การขนส่งทางเรือก็มีความยากลำบาก ซึ่งในช่วงนั้นประเทศไทยสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ดี แต่หลังจากนั้นไม่นานก็เกิดการแพร่ระบาดของโควิด 19 ในประเทศไทยทำให้การก่อสร้างหยุดชะงัก จากเดิมที่จะต้องแล้วเสร็จในปี 2566 ต้องขยายเวลาออกมาอีก 2 ปี เป็นแล้วเสร็จปี 2568

แน่นอนว่าผลกระทบจากโควิดทั่วโลกทำให้กิจการร่วมค้า UJV ซึ่งมีการดำเนินงานอยู่ในหลายประเทศเกิดปัญหาขาดสภาพคล่อง และมาระเบิดขึ้นกับโครงการ CFP ช่วงกลางปี 2567 จากกรณีที่ UJV ไม่จ่ายเงินค่าจ้างให้กับผู้รับเหมาช่วงของไทย ซึ่งมีการจ้างเหมาช่วงหลายชั้น โดยผู้รับเหมาคนไทยที่รับงานจาก UJV โดยตรงก็มีการไปจ้างเหมาต่อช่วงหลายชั้น บางเนื้องานมีการรับเหมาช่วงต่อกัน 4-5 ช่วง และเมื่อ UJV ไม่จ่ายให้กับผู้รับเหมาช่วงที่ 1 จึงส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่

ที่ผ่านมาไทยออยล์มีความพยายามที่จะจ่ายค่าตอบแทนตรงจากไทยออยล์ไปยังผู้รับเหมาช่วงไทย แต่ในทางกฎหมายไม่สามารถทำได้เนื่องจากไทยออยล์ทำสัญญาจ้างเหมา UJV แบบเบ็ดเสร็จ ดังนั้นการจ่ายเงินต้องจ่ายตรงกับ UJV เท่านั้นและ UJV มีหน้าที่รับผิดชอบงานทั้งหมด หากไทยออยล์จ่ายตรงกับผู้รับเหมาช่วงจะทำให้ไทยออยล์เป็นผู้ผิดสัญญาทันที ซึ่งที่ผ่านมาไทยออยล์ได้จ่ายค่าจ้างตามงวดงานให้กับ UJV ทุกบาททุกสตางค์ แต่ UJV ไม่นำไปจ่ายให้กับผู้รับเหมาจึงเกิดปัญหาขึ้น

แต้มต่อหรือไม้ตายของไทยออยล์กรณีหากเกิดความเสียหายกับ CFP จากการทำงานของ UJV ซึ่งจะทำให้ไทยออยล์ป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้ มี 2 ข้อ ที่ระบุเอาไว้ในสัญญาตั้งแต่ต้น คือ

1.บริษัทแม่ของ UJV ทั้ง 3 บริษัท ได้ออกหนังสือค้ำประกันการปฏิบัติตามสัญญา(Parent Company Guarantee) ของ UJV ทั้งหมด จึงเป็นการปิดประตูความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากการกระทำของ UJV 2.UJV ได้มีการวางหนังสือค้ำประกันของธนาคารเป็นหลักประกันสัญญา(Performance Bond) จำนวน 10% ของมูลค่าสัญญาหรือประมาณ 18,000 ล้านบาท เพื่อค้ำประกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จะเห็นได้ว่าสัญญาที่ไทยออยล์ทำไว้กับ UJV มีความรัดกุมและสามารถครอบคลุมความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้ทั้งหมด

2.ข่าวที่ออกมาอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการชุมนุมประท้วงของผู้รับเหมาช่วงคนไทยและคนงานจำนวนมากที่ไม่ได้รับค่าจ้าง ทำให้คนเป็นจำนวนมากเข้าใจว่า โครงการพลังงานสะอาดหรือ CFP ของไทยออยล์ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง เสมือนว่าโครงการนี้กำลังจะล้มพังครืนลงมา แต่ในข้อเท็จจริงโครงการ CFP ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จไปแล้วกว่า 90% โดยในส่วนที่ของการผลิตน้ำมันดีเซล ยูโร 5 ได้ดำเนินการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว ส่วนที่เป็นปัญหาเป็นเพียง 10% ของโครงการเท่านั้น แต่คนส่วนใหญ่มองไม่เห็นภาพทั้งหมด จึงไม่แปลกที่จะเข้าใจว่าโครงการนี้ต้องล้มประมูลและเริ่มนับหนึ่ใหม่ ซึ่งนั่นหมายความว่าบริษัทไทยออยล์จะเสียหายอย่างหนัก งานนี้ไทยออยล์และผู้รับเหมาช่วงของไทย จึงเป็นผู้ได้รับผลกระทบร่วมกันจากการไม่ทำตามสัญญาของ UJV

อย่างไรก็ตามในฐานะคนไทยก็ต้องเอาใจช่วยบริษัทของคนไทย และเชื่อมั่นว่าไทยออยล์จะสามารถผ่านวิกฤตนี้ไปได้โดยเร็ว โดยนายบัณฑิต ธรรมประจำจิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ได้เตรียมแนวทางในการแก้ปัญหานี้ให้จบภายในต้นปี 2568 ซึ่งจะเลือกแนวทางที่ดีที่สุดเพื่อรักษาผลประโยชน์ของบริษัทและผู้ถือหุ้นเป็นสำคัญ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...