โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นโยบายพลังงานของเยอรมนี บทเรียนสำคัญอนาคตพลังงานไทย (1)

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 27 ม.ค. 2568 เวลา 04.44 น. • เผยแพร่ 27 ม.ค. 2568 เวลา 04.43 น.

คอลัมน์ : ระดมสมอง ผู้เขียน : รศ.ดร.ภิญโญ มีชำนะ

ในช่วงปลายทศวรรษ 1990 เยอรมนีเคยถูกเรียกว่า “คนป่วยแห่งยุโรป” (The Sick Man of Europe) เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจที่หลากหลาย เช่น อัตราการว่างงานสูง การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และความท้าทายจากการรวมประเทศระหว่างเยอรมนีตะวันออกและตะวันตก แต่ในปี 2023 คำนี้กลับมาใช้อีกครั้ง เพื่ออธิบายสถานการณ์เศรษฐกิจของเยอรมนี โดยมีสาเหตุหลักดังนี้

1.ปัญหาพลังงาน : ความไม่แน่นอนด้านพลังงานและราคาพลังงานที่สูงขึ้น สาเหตุจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมและความสามารถในการแข่งขันของเยอรมนี

2.การพึ่งพาการส่งออกและเศรษฐกิจโลก : เยอรมนีเป็นประเทศที่พึ่งพาการส่งออกอย่างมาก การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะประเทศคู่ค้าสำคัญ เช่น จีน ส่งผลกระทบต่อการส่งออกและการเติบโตทางเศรษฐกิจของเยอรมนี

3.การขาดแคลนแรงงานทักษะ : การขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะสูง รวมถึงปัญหาประชากรสูงอายุ ส่งผลให้ตลาดแรงงานตึงตัวและจำกัดการเติบโตทางเศรษฐกิจ

4.โครงสร้างพื้นฐานล้าสมัย : โครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบรางและถนน ที่ต้องการการปรับปรุง ส่งผลต่อประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจและการขนส่ง

5.ระบบราชการและภาษีที่ซับซ้อน : กฎระเบียบและระบบภาษีที่ซับซ้อน เพิ่มภาระให้กับธุรกิจและลดความน่าสนใจในการลงทุน

ปัจจัยเหล่านี้รวมกันทำให้เยอรมนีเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจและได้รับการเรียกว่า “คนป่วยแห่งยุโรป” อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เยอรมนียังคงมีความมั่นคงทางการเงินและโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ

แกะรอยปัญหาพลังงานของเยอรมนี

ปัญหาพลังงานของเยอรมนีเผชิญ มีความซับซ้อนและส่งผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมของประเทศ ที่ทำให้เกิดความไม่แน่นอนด้านพลังงาน และราคาพลังงานที่สูงขึ้นจากปัจจัยต่าง ๆ ได้แก่

1.การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน : เยอรมนีมีนโยบาย “Energiewende” ที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียนมานานหลายทศวรรษ แม้ว่าจะเป็นนโยบายที่ดี แต่การดำเนินการต้องใช้เวลาและงบประมาณสูง ในระหว่างนี้ได้มีการลดการใช้พลังงานนิวเคลียร์และถ่านหิน ทำให้เกิดช่องว่างด้านพลังงาน เป็นเหตุให้ต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติที่มีราคาแพงกว่าเข้ามาชดเชยกับพลังงานจากนิวเคลียร์และถ่านหินที่หายไป

2.ราคาพลังงานตลาดโลกที่ผันผวน : ปัจจัยภายนอก เช่น ความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นหลังการฟื้นตัวจากการระบาดของโควิด-19 และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์จากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลให้ราคาพลังงานตลาดโลกผันผวนและเพิ่มสูงขึ้น เยอรมนีซึ่งพึ่งพาการนำเข้าพลังงานอย่างมากจึงได้รับผลกระทบโดยตรง

ปัญหาเหล่านี้นอกจากสร้างผลกระทบต่อการใช้ไฟฟ้าในภาคประชาชนแล้ว ยังทำให้ต้นทุนการผลิตในภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีเพิ่มขึ้น ส่งผลความสามารถการแข่งขันในตลาดโลกลดลง อุตสาหกรรมเคมีของเยอรมนีเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน

รัฐบาลเยอรมนีได้พยายามดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหา เช่น การอุดหนุนราคาพลังงานสำหรับภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรม การส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน และการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน อย่างไรก็ตาม การดำเนินการเหล่านี้ต้องใช้เวลาและงบประมาณสูง ทำให้ปัญหาพลังงานยังคงเป็นความท้าทายต่อเศรษฐกิจเยอรมนี

3.ข้อจำกัดด้านโครงข่ายไฟฟ้า : โครงข่ายไฟฟ้าของเยอรมนียังไม่สามารถรองรับพลังงานลมนอกชายฝั่งจากทางตอนเหนือไปยังพื้นที่อุตสาหกรรมในตอนใต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การวางแผนสร้างสายส่งไฟฟ้าเพิ่มเติม 4,000 กิโลเมตรภายในปี 2030 เกิดความล่าช้า

4.ขั้นตอนกฎระเบียบที่ซับซ้อน : กระบวนการอนุมัติที่ยุ่งยากและใช้เวลานาน ทำให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานพลังงานหมุนเวียน เช่น ขั้นตอนการอนุมัติพลังงานลมและแสงอาทิตย์ช้า ซึ่งขัดขวางการพัฒนาและทำให้นักลงทุนไม่มั่นใจ

5.ปล่อยมลพิษเพิ่มขึ้นจากการเลิกใช้พลังงานนิวเคลียร์ : การตัดสินใจเลิกใช้พลังงานนิวเคลียร์ทำให้ต้องพึ่งพาถ่านหินและก๊าซธรรมชาติมากขึ้น ส่งผลให้การปล่อยมลพิษเพิ่มขึ้น จนอาจกล่าวได้ว่าการตัดสินใจเลิกใช้พลังงานนิวเคลียร์ก่อนเวลาอันควรถือเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดของเยอรมนี

6.การพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลในช่วงที่พลังงานหมุนเวียนขาดแคลน : ช่วงเวลาที่พลังงานลมและแสงอาทิตย์ผลิตได้น้อย ทำให้ต้องใช้โรงไฟฟ้าถ่านหินและก๊าซธรรมชาติมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อเป้าหมายด้านพลังงานหมุนเวียน

7.ความท้าทายด้านภูมิรัฐศาสตร์และห่วงโซ่อุปทาน : เดิมเยอรมนีนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียในปริมาณมากอยู่แล้ว และเมื่อเกิดสงครามรัสเซียและยูเครน การนำเข้าก๊าซจากรัสเซียถูกจำกัด ทำให้เกิดการหยุดชะงักของอุปทานพลังงาน เยอรมนีจึงต้องพึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากแหล่งอื่นที่มีราคาแพงกว่า

ปัญหาด้านพลังงานเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนที่เยอรมนีต้องเผชิญในการสร้างอนาคตพลังงานหมุนเวียน ในการที่จะสร้างระบบพลังงานที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ

นโยบายพลังงานเพื่อลดโลกร้อนเป็นจุดมุ่งหมายหลัก แต่จุดมุ่งหมายรองคือเสริมความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของเยอรมนี

คำว่า “Energiewende” ในภาษาเยอรมันหมายถึง “การเปลี่ยนผ่านพลังงาน” โดยประเทศเยอรมนีมีนโยบายมุ่งเน้นการเปลี่ยนจากการใช้พลังงานนิวเคลียร์และฟอสซิลไปสู่พลังงานหมุนเวียน

นโยบาย Energiewende ของเยอรมนีเป้าหมายหลักคือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้ ยังมุ่งเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและพลังงานนิวเคลียร์

การพัฒนาและส่งเสริมเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ ไม่เพียงตอบสนองความต้องการพลังงานภายในประเทศ แต่เยอรมนียังต้องการเป็นผู้นำในตลาดเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนระดับโลก โดยรัฐบาลเยอรมนีเล็งผลเลิศว่านโยบายนี้จะมีการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนมหาศาลในประเทศ จะสามารถสร้างงานหลายแสนตำแหน่ง และส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ การพัฒนาเทคโนโลยีเหล่านี้ยังเปิดโอกาสให้เยอรมนีส่งออกความรู้และเทคโนโลยีไปยังประเทศอื่น ๆ ที่ต้องการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน ซึ่งช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของประเทศ

ดังนั้น นโยบาย Energiewende ไม่เพียงมุ่งแก้ปัญหาโลกร้อน แต่ยังเป็นกลยุทธ์ในการส่งเสริมความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจของเยอรมนี ผ่านการเป็นผู้นำในด้านเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นโยบายพลังงานของเยอรมนี บทเรียนสำคัญอนาคตพลังงานไทย (1)

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...