โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตรัง พี่ชายและผู้สมัครส.อบต.บ่อน้ำร้อน แจงกรณีปิดทางเข้าระบบประปาหมู่บ้าน

77kaoded

เผยแพร่ 02 ธ.ค. 2564 เวลา 08.32 น. • 77 ข่าวเด็ด

 

ตรัง พี่ชายและผู้สมัครส.อบต.บ่อน้ำร้อน แจงกรณีปิดทางเข้าระบบประปาหมู่บ้าน       

จากกรณีที่เกิดเหตุชาวบ้านกว่า 50 คน เดินทางเข้าที่ทำการ อบต.บ่อน้ำร้อน อ.กันตัง จ.ตรัง เข้าหารือขอความช่วยเหลือเพื่อหาทางออกบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้านเรื่องของน้ำประปาหมู่บ้านถูกปิด ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน 150 ครัวเรือน 300 กว่าคน โดยชาวบ้านอ้างว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น หลังจากที่นายสุขุม เรืองฤทธิ์ พี่ชายของนางภัทรา สู้ณรงค์ ผู้สมัคร ส.อบต หมู่ 9 ต.บ่อน้ำร้อน อ.กันตัง จ.ตรัง โดยนายสุขุมเจ้าของที่ดินได้นำป้ายระบุข้อความ "ห้ามเข้าที่ดินส่วนบุคคล"และไม้ไผ่ปิดกั้นทางเข้า และป้ายข้อความติดที่เสาไฟมีข้อความว่า "ห้ามใช้สระพักน้ำเด็ดขาด" ซึ่งในที่ดังกล่าวมีระบบน้ำบาดาล มีถังเก็บพักน้ำและเครื่องจักรผลิตน้ำประปาหมู่บ้านตั้งอยู่

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่ระบบประหมู่บ้าน ที่ตั้ง127 ม.9 ต.บ่อน้ำร้อน อ.กันตัง จ.ตรัง โดยนายสุขุม เรืองฤทธิ์ อายุ 60 ปีพี่ชายของนางภัทรา สู้ณรงค์ อายุ 50 ปี ผู้สมัคร ส.อบต.เขต 9 ได้พาผู้สื่อข่าวดูที่ตั้งระบบประปาหมู่บ้านพร้อมกับแสดงโฉนดที่ดินจำนวน 2 แปลงให้ผู้สื่อข่าวดู โดยโฉนดดังกล่าวระบุชื่อนายสุขุมเป็นเจ้าของที่ดินทั้งสองแปลงซึ่งมีเนื้อที่ติดต่อกัน

นายสุขุม กล่าวว่า ที่ชาวบ้านกล่าวอ้างว่าตนไปประกาศว่าหากนางภัทรา(น้องสาว)แพ้การเลือกตั้ง ส.อบต.นั้นตนยืนยันไม่เป็นความจริง ส่วนสาเหตุที่ต้องปิดไม่ให้เข้าพื้นที่เพราะอยู่ในช่วงโควิด 19และต้องการให้ทีมนายกอบต.ชุดใหม่เข้ามาเจรจาวางกติกาการใช้พื้นที่ร่วมกันเพราะที่ดินบริเวณที่ตั้งระบบประปาและสระน้ำ ตนไม่ได้อุทิศให้ราชการแต่อย่างใด แต่อนุญาตให้ใช้ที่ดินกว้าง 20  เมตร ยาว 20 เมตร ซึ่งวางระบบประปาเมื่อปี 2540 ซึ่งตอนนั้นตนมีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และเมื่อเวลาล่วงเลยมาจนถึงปัจจุบันนี้ทำให้หลายคนเข้าใจว่า ทั้งสระน้ำและที่ตั้งระบบประปาเป็นที่ดินสาธารณะไปแล้ว ตนจึงจำเป็นต้องปิดและต้องการทำข้อตกลงร่วมกันกับอบต.ในการใช้พื้นที่อาจจะเป็นในรูปแบบของสัญญาเช่า หรืออื่นๆตามความเหมาะสม

ด้านนางภัทรา บอกว่า ตนและครอบครัวได้ทำทุกอย่างเพื่อสังคมมามากแล้ว แต่เมื่อกระแสข่าวออกไปก็รู้สึกเสียใจ ซึ่งต้องคนต้องเข้าใจว่าช่วงนี้เป็นช่วงโควิด และตอนนี้หมดวาระแล้ว หากเอาสระคืนมาได้ก็จะเอาสระกลับมาเลี้ยงปลาเป็นอาชีพเสริม ซึ่งน้ำตรงนี้เมื่อก่อนก็สูบน้ำจากสระน้ำมากรองและพักในบ่อน้ำก่อนส่งจ่ายให้ชาวบ้าน เป็นเวลา 2-3 ปี แต่เมื่อเห็นชาวบ้านเดือดร้อนเราก็เห็นใจเพราะน้ำเป็นสนิม ซึ่งก่อนหน้านี้สมัยนายกฯคนก่อนก็มาคุยกับเราว่าขอใช้สระน้ำเพื่อพักน้ำ แต่ตอนนี้นายกอบต.คนเก่าหมดวาระ คนใหม่ก็ยังไม่ได้เข้ามาพูดคุยแต่อย่างไร และกลัวว่าหากเปิดให้เป็นที่สาธารณะนานๆจะกลายเป็นของสาธารณะจริงๆ ทางพี่ชายบอกว่าเมื่อหมดวาระแล้วเราก็ขอคือสระน้ำ ซึ่งในการขอคืนสระน้ำและปิดทางเข้าก็ไม่ได้พูดคุยหรือแจ้งทางอบต.และชาวบ้านก่อน เมื่อพอเกิดเรื่องเข้าใจว่าชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนและไปเกี่ยวข้องในเรื่องการเมืองด้วย ซึ่งจริงๆอยากให้ทางชาวบ้าน กำนัน อบต.เข้ามาคุยกับเราก่อนและชวนกันไปประท้วงที่หน้าอบต.เลย และจากที่ได้ปิดทางเข้าเพราะไม่อยากให้เจ้าหน้าที่นำน้ำมาเติมในสระเพื่อนำไปใช้ในระบบประปาหมู่บ้าน เลยต้องปิดทางเข้าก่อน แต่หากเจ้าหน้าที่จะเข้ามาเปิดระบบประปาหมู่บ้านก็สามารถเข้ามาเปิดได้ตามปกติแต่น้ำไม่มีในระบบ เนื่องจากไม่อนุญาตให้ใช้สระ แต่หากจะแก้ไขอย่างไรนั้นก็อยากให้หลายฝ่ายมาพูดคุยกับเราก่อน และสระตรงนี้เราจะนำกลับมาใช้ประโยชน์ของเราเอง หรือทางอบต.จะมาขอเช่าพื้นที่สระตรงนี้ก็ให้เข้ามาพูดคุย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...